ครืดด~~
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าฉันดังไม่หยุด รู้แล้ว รู้แล้วจ้า คนกำลังวิ่งอยู่ ก็จะอะไรอีกละนอกจากเพื่อนตัวดีของฉันโทรตามไปกินข้าวนะสิ เลิกเลทนิดเลทหน่อยทำเป็นโทรตาม แล้วไม่รู้ว่าอะไรมันสาปแช่ง ทุกครั้งที่ฉันใส่กระโปรงสั้นทรงเอแบบนี้มักจะมีเรื่องให้ฉันต้องวิ่งทุกที!
“อะแฮ่ม ๆ”
เสียงเพื่อนชายที่นั่งทำท่าสบายใจโดยมีเพื่อนสาวอีกสองคนยืนกอดอกแบะปากมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ใครที่ไม่รู้จักมองมากลุ่มพวกฉันก็คงคิดว่าเป็นศัตรูนัดตบกันอะไรทำนองนั้น
“10 นาที”
ยัยเทียนก้มมองนาฬิกาข้อมือพรางเอ่ยเสียงแข็งบอกว่าฉันช้ากว่าเวลาที่นัดไว้ 10 นาที นางคนนี้นะตรงเวลาที่สุด
“เออน่า ก็อาจารย์ไม่ปล่อยไหมละ อาจารย์คนนี้หนีออกยาก” ฉันถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ก่อนจะเหลือบมองนาง ถ้าไม่สงสารก็ช่วยเห็นใจกันหน่อยเถอะ เหนื่อยนะเว้ย
“เมื่อเช้านะ ฉันเห็นนะ”
ยัยพีชสาวตัวเล็กเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุยพร้อมเดินเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างจับผิด บอกเลยยัยคนนี้ถึงแม้จะชื่อพีชแต่นางมีตาสัปปะรดนะ ยิ่งพยายามหลบเท่าไหร่ก็ยิ่งเจอนางทุกที
“อีกแล้วหรอ!”
ฉันว่าอย่างถอดใจ หลบสายตายัยคนนี้ไม่ได้จริง ๆ สินะ ฉันเดินไปนั่งข้าง ๆ ไอ้บลูที่ยิ้มอย่างชอบใจที่ฉันโดนจับผิด
“อะ ยังไง”
บลูว่าพร้อมกับใช้ศอกสกิดฉันเบา ๆ เป็นการบอกให้ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แต่เข้าใจไหม คนเรามันก็ต้องมีความลงความลับกันบ้างงงง....แต่ต้องไม่ใช่เพื่อนกลุ่มนี้ ถึงไม่บอกวันนี้พวกมันก็ตามสืบกันอยู่ดี
“ก็ไม่ยังไง หนุ่มคณะแพทย์”
“อีกแล้วหรอวะ!! คราวที่แล้วมึงก็กินเด็กแพทย์ ทำไม! ถูกจริตกับเด็กคณะนี้รึไง” บลูว่า
“เหอะ! อย่าว่าแต่เด็กคณะนี้เลย อาจารย์คณะนี้มันก็กินมาแล้ว”
“ไอ้เทียน!!”
ฉันเอ็ดเพื่อนสาวไปที พูดจาอะไรเดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหมด ยังไม่ได้กินค่ะ แค่เกือบ เกือบเฉย ๆ ก็โชคดีที่ฉันดันรู้ก่อนว่าเขามีเมียแล้ว รู้ดังนั้นฉันก็รีบตีตัวออกห่างเลยแหละ ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก ถึงแม้จะหล่อจะเริศแค่ไหนก็ตาม
“เลือกกินบ้างเถอะเน้าะ เป็นห่วง”
ยัยพีชว่าพรางตบไหล่ฉันเบา ๆ ทำหน้าทำตาใสซื่อ แหม่~ ตัวเองก็ใช่ย่อยเด้ออ
“เลือกแล้วยะ! แต่จะทำไงได้อะ ก็มีเข้ามาให้เลือกละลานตาไปหมด” ฉันว่าพร้อมกับปัดมือนางออกทันที
ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่ใช่คนใส ๆ ไร้เดียงสา ที่ชีวิตนี้ไม่เคยผ่านมือชายใด หึ คนเราเกิดมาทั้งทีทำไมต้องรอให้รามันขึ้น อันที่จริงไม่ใช่ว่าฉันมั่นหน้าอะไรหรอกแต่จะทำไงได้ก็มีคนเข้าหาตลอด ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่ใช่คนใจง่ายหรอกนะ ก่อนที่จะคุยกันกับใครฉันก็มีเงื่อนไขอยู่เพียง 1 ข้อคือ ‘ไม่ผูกมัด ไม่ผูกพันธ์’ ถ้าใครโอเค ก็ถือว่าความต้องการของเรามันตรงกัน
ถ้าจะถามว่าทำไมฉันไม่ชอบการผูกพันธ์ อันที่จริงก็ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกนะ แต่ฉันคิดว่ามันยากสำหรับฉันยังไงดี...ฉันไม่เคยมีความรัก หมายถึงความรักเชิงชู้สาวอะนะ บวกกับเป็นคนขี้เบื่อด้วย คุยแปบ ๆ เดี๋ยวก็เบื่อ เลยไม่อยากคาดหวังกับความสัมพันธ์แบบนี้สักเท่าไหร่
@โรงอาหารมหาลัย
“มีข่าวลือว่าแกมีเสี่ยเลี้ยง”
ในขณะที่เรานั่งกินข้าวกันอยู่นั้น อยู่ ๆ ไอ้บลูก็เปิดประเด็นพร้อมพุ่งเป้ามาที่ฉัน
“มีก็ดีสิยะ ฉันก็ได้ไม่ต้องทำงานงก ๆ แบบนี้”
“อาจจะมีคนเล็งแกก็ได้”
“เรอะ งั้นก็อย่ามัวแต่เล็ง อยากเลี้ยงเด็กก็เข้ามาแต่ไม่เอาพวกหัวงูนะ”
“พวกเสี่ยส่วนมากมันก็มีเมียทั้งนั้นแหละ ไอ้พวกเบื่อเมียอะ” ยัยพีชว่าพร้อมแบะปาก
“ได้เงินเข้าบัญชีทุกเดือน แต่ไปเป็นเมียน้อยคนอื่นนี่ก็ไม่ไหวปะ สะอิดสะเอียด ดูไร้ค่า”
“อย่าให้รู้นะว่าแกแอบซุกเสี่ยไว้นะ” เทียนว่าพร้อมขยับแว่นหนาของตัวเองอย่างจับผิดราวกับครูเพ็ญศรี
“โธ่ๆๆ ฉันหลบยัยพีชได้ที่ไหนละ!!”
“เย็นนี้ฉันผ่านร้านแก เดี๋ยวไปส่ง” พีชว่า
“อืม” ฉันพยักหน้ารับความมีน้ำใจของเพื่อนสาวพีชชี่
Levi Part
“นายครับ มีเรื่องด่วนครับ!!”
ในขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่นั้น ไอ้แวนรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่เคาะประตู ผิดปกติสำหรับคนอย่างมันมาก ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ทันได้ถามก็มีเอกสารวางตรงหน้าผมทันที
“เจอตัวแล้วครับ!”
ได้ยินแค่นั้นผมรีบหยิบเอกสารขึ้นมาดูทันที เป็นรูปถ่ายของหญิงสาวรูปร่างงามคนหนึ่งที่กำลังกระหนุงกระหนิงกับชายหนุ่มร่างสูงที่ร้านกาแฟ ใช่เธอจริง ๆ ด้วย ผมจำได้! ยิ่งผมเพ้งมองไปที่ใบหน้าเธอเท่าไร มันยิ่งทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นว่านี่ไม่ผิดคนแน่นอน
“หึ มีเจ้าของแล้วสินะ”
“ชื่อมิเกล อายุ 22 ปี ตอนนี้ใกล้จบการศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ สาขาเอกภาษาสเปน ที่CCBU เธอสามารถพูดได้ 5 ภาษา ไทย อังกฤษ สเปน จีน และญี่ปุ่น ทุกวัน จันทร์-พุธ-เสาร์และอาทิตย์ ทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารแถว ๆ โบอิ้งปาร์ค (นามสมมุติ) ครับ แล้วเธอก็ยังเป็นพนักงานยอดเยี่ยมทำยอดขายของร้านดีทุก ๆ วันจันทร์-พุธ-เสาร์และอาทิตย์ นั้นก็คือวันที่เธอทำงานนั้นเอง”
“พอ ๆๆ มึงหยุดพ่ามดิ!”
มันชักจะทำผมหงุดหงิดขึ้นทุกวัน พูดไม่หยุดทั้ง ๆ ที่ทุกคำที่มันพูดก็มีเขียนอยู่ในกระดาษ นี่ผมอ่านจบไปถึงเรื่องครอบครัวละ มันยังไม่จบชีวิตประจำวันอีก ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าอยากรายงานแต่บางเรื่องมึงเว้นบ้างก็ได้
“ผู้ชายคนนี้คือใคร?” ผมถามถึงชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอในรูป
“คงจะเป็นคู่ควงของเธอครับ ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า”
“หึ รักสนุกสะด้วย”
“เธอยังโสดนะครับนาย”
ไอ้แวนโน้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย ผมเหลือบมองด้วยสายตาดุไปที โสดไม่โสดฉันไม่สนหรอกเว้ย
“ถึงจะไม่โสด กูก็ต้องเอามาให้ได้”
“อื้มม~ วันนี้วันพุธ เธอน่าจะทำงานอยู่ที่ร้านอาหารนะครับ เผื่อนายอยากไปเจอเธอให้เห็นกับตา”
“อือ คืนนี้เราจะออก”
“ได้ครับ”
“สามทุ่มเจอกันที่ลานจอดรถ”
“รับทราบครับนาย อ้อ!! ลืมไปเลย เมื่อคืนคุณผู้หญิงโทรมาเตือนว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญนะครับ”
ให้ตาย!! ผมลืมไปสนิทเลยว่าพรุ่งนี้ผมต้องกลับบ้าน
“แอนตันละ”
“ตอนนี้เหมยพาเข้านอนแล้วครับ”
“อืม”
“จะให้คุณผู้หญิงมารับแอนตันไปอยู่ด้วยไหมครับ”
“ไม่ต้อง พรุ่งนี้ฉันไปส่งแอนตันที่โรงเรียนเอง”
“ครับนาย”
ว่าแค่นั้นไอ้แวนก็เดินออกห้องทำงานไปทันที ผมก้มมองรูปหญิงสาวที่อยู่ในมือผมซ้ำไปซ้ำมา มองยังไงเธอก็คือผู้หญิงในฝันของผม หมายถึงผู้หญิงที่คอยมากวนผมในความฝันนะ ไม่ว่ายังไง คืนนี้ผมต้องเจอเธอให้ได้
Miguel Part
@Thayyer
เวลา 21.30 น.
“สวัสดีค่ะ รับเครื่องดื่มแบบไหนดีคะ?”
ฉันว่าพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเหล่าชายหนุ่มหญิงสาวที่มายืนมุงกันที่หน้าเคาวน์เตอร์ เป็นแบบนี้ทุกทีเลย บอกให้นั่งรออยู่ที่โต๊ะก็ไม่ยอมพนักงานรับออเดอร์ก็รับไม่ทัน ฉันที่เป็นแค่พนักงานต้อนรับต้องมายืนรับออเดอร์ที่เคาวน์เตอร์ แย่ที่สุด แต่จะทำไงได้ละ เค้าก็คือลูกค้า จะให้ทำหน้ายักษ์ใส่รึไง
“ได้ค่ะ ทางเรารับออเดอร์แล้วจะไปส่งให้ที่โต๊ะนะคะ รบกวนคุณลูกค้ารอสัก 10-15 นาทีนะคะ”
ว่าแค่นั้นฉันก็รีบเผ่นเข้าไปหลังร้านทันที แต่ก็ไม่ลืมสะกิดให้อีกคนออกไปรับหน้าแทน ไม่ไหวหรอกนะถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันนะ
“มิเกล ช่วยไปเสริฟโต๊ะ9 หน่อยสิ”
“นั้นมันโต๊ะห้อง VIP ไม่ใช่หรอพี่”
“ใช่”
“โอ้ยย ไม่เอาหรอกค่ะ ให้ดาวไปเถอะค่ะ”
“ทำไมเล่า”
“เกลเข้าห้อง VIP ทีไรมีแต่เรื่องกลับมา”
คนที่จะเปิดห้อง VIP ที่นี่ได้มีแต่พวกคนรวยเท่านั้นแหละ และแน่นอนว่าคนรวยมักจะเรื่องมากอย่างนั้นก็ไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่เอา ยิ่งเป็นคุณผู้หญิงมนุษย์ป้านะ บรื้อออ คิดแล้วขนลุก
“เอาน่า ครั้งนี้เป็นแขกผู้ชาย 2 คนเอง”
“นี่พี่กะจะหลอกขายเกลให้พวกนั้นรึไง!!”
ฉันเท้าเอวใส่หัวหน้าคนสนิททันที แล้วไง เป็นแขกผู้ชายก็ใช่ว่าจะหาเรื่องฉันไม่ได้นิ ฉันไม่ใช่พวกยอมคนหรอกนะ
“ก็ห้องนั้นรีเควสแกมาอะ จะให้ฉันทำไงละ”
“เกลเนี่ยนะ! เกลไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟนะพี่ฟ้า”
“ก็ใช่...”
“ไม่ไปอะ พี่ให้คนอื่นไปเลย”
ว่าแค่นั้นฉันก็เดินหนีเข้าครัวทันที เรื่องอะไรฉันจะไปเล่า ไม่ใช่หน้าที่ฉันสักหน่อย ฉันเป็นแค่พนักงานต้อนรับหน้าเคาวน์เตอร์ ถึงแม้บางครั้งจะกลายเป็นคนรับออเดอร์ก็ตาม T_T
ฉันเดินเข้ามานั่งสักพัก ก็เดินออกไปปั้นหน้ารับแขกต่อ แต่ตอนนี้คนเริ่มชาลงแล้ว ไม่เหมือนเมื่อกี้ นี่ต้องขอบคุณแบร์เพื่อนรักนะเนี่ยที่ช่วยเคลียร์ให้ได้
“ปล่อยให้เคลียร์ลูกค้าคนเดียวตลอดเลยน้า” เมื่อแบร์เพื่อนร่วมงานเห็นฉันเดินกลับมาประจำที่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว
“เพื่อนแบร์สบายมากอยู่แล้ว”
“เออนี่! เมื่อกี้ผู้ชายห้อง 9 เดินลงมาถามถึงเธอหลายรอบเลวนะ”
“ห้อง 9 อีกแล้วหรอ!”
“อือ อาจจะเป็นเด็กเก่าเธอก็ได้”
“ไม่มีทางอะ เด็กฉันจะเปิดห้อง VIP ที่นี่ได้ด้วยหรอวะ”
“ใครจะไปรู้ อาจจะรวยแต่ไม่ได้บอกเธอก็ได้”
“ถ้าเป็นแบบนั้นช่วยบอกหน่อยก็ดีนะ จะได้เกาะ ฮ่าๆๆ”
ฉันว่าติดตลกพร้อมกับเช็ดทำความสะอาดเคาวน์เตอร์เพื่อเตรียมรับแขก แต่ทว่าอยู่ ๆ แบร์ก็เดินเข้ามาสะกิดแขนฉันเบา พร้อมโน้มลงเข้ามากระซิบใกล้ ๆ
“นั้นไง มาอีกแล้ว หล่อนะเว้ย”
ฉันหันไปมองตามสายตาของแบร์ ไม่นะ ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย ไม่เคยเจอมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“ใครอะ?”
“ก็คนที่ถามถึงเธอไง ห้อง 9”
“ไม่เคยรู้จักเลยแฮะ”
“งั้นสงสัยจะได้รู้จักกันวันนี้แหละมั้ง”
เราสองคนมองชายหนุ่มสวมชุดสูทที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไอ้หล่อนะ ฉันไม่ติดแต่ติดตรงที่ว่าเขารู้จักฉันด้วยหรอ?
“สวัสดี คุณมิเกลใช่ไหมครับ?”
“คะ..ค่ะ”
“พอดีว่าเจ้านายผมอยากพบคุณครับ”
ห้ะ!! ฉันเนี่ยนะ ฉันชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างงุนงงกำลังอยู่ในระบบประมวลผล เกิดมาไม่เคยพบเจอมีคนเรียกพบ ไม่ใช่ว่าฉันไปเป็นเมียน้อยคนอื่นอย่างไม่รู้ตัวนะเว้ย ขืนเป็นแบบนั้นจริงฉันสมเพชตัวเองมากนะเว้ย
“เอ่ออ...ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณลูกค้า พอดีดิฉันไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นพบลูกค้าที่ห้อง VIP ค่ะ หากคุณลูกค้าต้องการ Service สามารถแจ้งให้ทางเราทราบได้ค่ะ เราจะจัดหาน้อง ๆ PR ให้นะคะ” ถึงแม้จะยังตกใจแต่ก็ถือว่าฉันยังมีไหวพริบอยู่ไม่น้อย
“ในที่นี้มีพนักงานชื่อมิเกลอีกคนหรอครับ?”
“...ไม่มีนะคะ”
“นายผมอยากได้คนที่ชื่อมิเกล นั้นก็คงมีแค่คุณเพียงคนเดียวแล้วละครับ”
“งั้นมิเกลต้องขออภัยอีกครั้งนะคะ มิเกลคนนี้ไม่สามารถขึ้นไปพบลูกค้าได้จริง ๆ ค่ะ หากเจ้านายของคุณลูกค้าติดปัญหาอะไร แจ้งเราตรงนี้ตอนนี้ได้เลยค่ะ”
“นี่คุณกำลังปฏิเสธเงินที่จะมากองอยู่ตรงหน้าหรอ”
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้พรางกระซิบบอกฉันสู้กับเสียงดนตรีสด ได้ยินแบบนั้นในใจก็แอบโมโหเล็กน้อย เงินวางอยู่ตรงหน้างั้นเรอะ! เอาเงินมาล่อแสดงว่าต้องการอะไรจากฉันแน่นอน ของฟรีไม่มีในโลกหรอกยะ
“ฉันไม่ได้ขายตัวนะคุณ” แล้วเรื่องอะไรฉันจะยอมให้เขามาข่มเอาเงินล่อซื้อฉันละ ฉันตอบกลับเสียงแข็งอย่างไม่เกรงใจต่างกับเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง “ถ้าเจ้านายคุณอยากพบฉันก็บอกให้เขามาที่นี่ ฉันไม่ไว้ใจคนที่ไม่เคยรู้จักกันหรอกค่ะ”
“เหอะ!” เขาเค้นหัวเราะก่อนจะกลับไปยืนตัวตรงเหมือนเดิมแล้วเดินกลับไป
“ขอให้คุณลูกค้าสนุกกับอาหาร เครื่องดื่มและดนตรีในคืนนี้นะคะ”
ในขณะที่เขากำลังเดินออกไปก็ไม่ลืมที่จะตะโกนตามหลังทันที เรื่องอะไรฉันจะยอมให้เขามาเอาเปรียบละ หึ อยากเจอฉันก็มาหาตรงนี้สิ ไม่รู้แหละใครจะว่าฉันหยิ่งไม่ต้อนรับลูกค้าก็ชั่งเถอะ แต่บางทีลูกค้าก็ควรให้เกียรติกันบ้างฉันเองก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองเหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็อย่างว่าแหละนะ พวกคนรวยส่วนใหญ่ชอบเอาแต่ใจ ใช้เงินแก้ปัญหาตลอด
#ฝากติดตามด้วยนะคะ