Tulip 10
หลายวันผ่านไป
“รอนานไหม?” ฉันลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปใกล้จุดที่เพื่อนกำลังยืนรออยู่ วันนี้เราจะไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนอกจากนี้ยังมีพี่ชายและเพื่อนของพี่ชายไข่มุกไปด้วย คงจะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าของพี่ ๆ เขาอย่างชัดเจน เพราะคืนนั้นฉันมองหน้าใครไม่ชัดเลยสักคน
“ไม่นาน ๆ แต่เดี๋ยวจะถ่ายวร็อกไปด้วยเลยนะ”
“ได้ ๆ เช็กอินหรือยัง?” ทวนถามเพื่อนมือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความหาพี่พิมพ์บอกว่าถึงสนามบินแล้วเรียบร้อย
“ยังเลยรอแกอยู่ งั้นไปเช็กอินกันก่อนเถอะ” ไข่มุกตอบ มือข้างหนึ่งยังถือกล้องถ่ายวร็อกตัวเองไปเรื่อย ๆ คนตัดก็ฉันนี่แหละอยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะอันไหนไม่น่าจะดีเดี๋ยวฉันตัดออกเองค่ะ ตัดหน้าตัวเองนี่แหละออกด้วย เขินค่ะ
“เข้าไปในเกตกันค่ะ ตื่นเต้น ๆ จะได้เที่ยวทะเลแล้ว” ไข่มุกพูดกับกล้อง ฉันเองก็ลากกระเป๋าเดินทางตัวเองเดินไปพร้อมกับเพื่อน สอดส่องสายตาไปข้างหน้ามองหาของกินอย่างเดียวเลยตอนนี้ ฉันหิวมาก
“หิวเหรอ?” เมื่อผ่านเข้ามาในเกตไข่มุกก็เอ่ยถามทันที
“ใช่ รู้ได้ไง” ถามเพื่อนกลับพร้อมกับมองหน้าอย่างสงสัย
“ก็ตอนนี้เที่ยง คิดว่าแกน่าจะหิว” ไข่มุกตอบ
“ข้าวเช้าสำคัญ” ฉันบอกเพื่อน แต่กลับโดนเพื่อนดุกลับมาเสียอย่างนั้น
“มันเที่ยงแล้ว ไม่ใช่ข้าวเที่ยง”
“มื้อแรกคือข้าวเช้า” ฉันเถียงกลับดื้อ ๆ ระหว่างนี้ก็ชวนเพื่อนเดินไปดูของกินรองท้องด้วยกัน
“กาแฟ?”
“ใช่แล้ว เอาไหม?”
“เอาชาเย็น อ้อ ถามก่อนหนุ่ม ๆ เอาอะไรหรือเปล่า” ไข่มุกบอกมาแค่นั้นฉันเลยยังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มก่อนจะได้คำตอบจากเพื่อนเป็นจำนวนเครื่องดื่ม เมื่อได้รับออเดอร์มาฉันก็เดินไปยังเคาน์เตอร์ร้านกาแฟชื่อดังภายในสนามบินก่อนจะสั่งเครื่องดื่มและขนมง่าย ๆ กินรองท้อง
“เอาอเมริกาโน่เย็นห้าแก้วค่ะ ชาเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็เอาครัวซองนมสดและช็อกโกแลตอย่างละหนึ่งชิ้นค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพนักงานพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ระหว่างที่รอจ่ายเงินพี่โอเชี่ยนพี่ชายของไข่มุกก็เดินเข้ามาใกล้พอดีและเป็นพี่เขาที่จ่ายค่าเครื่องดื่มให้
“สวัสดีค่ะพี่โอ” หลังจากที่เห็นหน้าชัด ๆ ฉันก็ยกมือไหว้พี่ชายเพื่อนไปทันทีก็ทั้งคู่ใบหน้าคล้ายกันนี่นา
“สวัสดีครับ ถึงนานหรือยัง?”
“ไม่นานค่ะ” ฉันตอบมือก็ล้วงโทรศัพท์ออกมารับสายเมื่อโทรศัพท์มีสายเรียกเข้ามาเป็นเบอร์ของพ่อที่โทรหาฉันในตอนนี้ ตั้งแต่ที่คุยกันเพื่อที่จะได้ปรับตัวท่านก็มักจะโทรมาเล่นกับฉันบ่อย ๆ ด้วยนะ โทรหาพี่พิมพ์ด้วยแต่รายนั้นยุ่งมากเลยส่งข้อความคุยกันแทน
“เดี๋ยวมานะ” กระซิบบอกเพื่อนพร้อมกับหันหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู ระหว่างที่รับสายก็ลากกระเป๋าเดินทางไปยังจุดหนึ่งที่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งรออยู่ใกล้ ๆ กับเกตที่เราจะต้องเดินไปขึ้นเครื่อง
“ค่ะ”
(วันนี้กินข้าวข้างนอกกันดีไหมลูก) พ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ได้อยู่บ้านน่ะสิคะ”
(อ้าว ไปไหนกันล่ะ?) ปลายสายทวนถามกลับมาด้วยน้ำเสียงติดจะเสียใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพูดคุยกับฉันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอยู่เลย
“ไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ อีกสี่วันเลยกว่าจะกลับ แต่ว่าพี่พิมพ์กับน้องลมอยู่บ้านนะคะลองโทรหาหรือยัง”
(พี่พิมพ์ไม่รับสายพ่อ)
“อ้าว น่าสงสารจังเลยนะคะเนี่ย” ปากบอกสงสารแต่ฉันกลับหัวเราะเบา ๆ เพราะดันนึกถึงใบหน้าของพ่อเวลาที่โดนพี่พิมพ์ดุหรือไม่พิมพ์ไม่รับสายได้น่ะ หลัง ๆ มาเวลาอยู่กับพวกฉันพ่อดูผ่อนคลายมากกว่าเดิมมากเลยล่ะ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้องก็ยังคงดุอยู่เหมือนเดิม
“โทรหาน้องลมหรือยังคะ?”
(โทรได้เหรอ?)
“ได้สิคะ น้องก็บอกอยู่ว่าโทรได้”
(ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพ่อโทรหาน้องก่อน เดี๋ยวโอนค่าขนมให้นะลูก ดูแลตัวเองด้วย”
“ไม่...ไม่ต้องก็ได้ อ้าว วางไปแล้ว” หลังจากวางสายไม่ถึงสองนาทีโทรศัพท์ฉันก็มีแจ้งเตือนเงินเข้าพร้อมกับจำนวนเงินที่ถูกโอนเข้ามา ฉันนั่งนับตัวเลขอยู่สักพักก็อยากจะกลับไปดุพ่อ ฉันไปเที่ยวใกล้ ๆ เองนะโอนมาทำไมตั้งหนึ่งแสน ใช้เงินเปลืองแบบนี้ต้องให้พี่พิมพ์จัดการ!
“กาแฟ” มือข้างหนึ่งยื่นแก้วกาแฟมาให้ฉันที่บ่นกับโทรศัพท์ตัวเองไม่จริงจังมากนัก
“ขอบคุณ...” ค่ะ
ประโยคที่ตั้งใจจะเอ่ยชะงักไปในทันทีเมื่อได้มองเห็นใบหน้าของเจ้าของมือที่ยื่นแก้วกาแฟมาให้ และเหมือนเขาเองก็กำลังมองฉันอยู่เช่นเดียวกัน ฉันจะไม่ตกใจเลยหากเขาไม่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับมองหน้าฉันนิ่ง ๆ โดยที่ข้างกายเขานั้นเป็นพี่โอเชี่ยนที่กำลังคุยกับใครสักคนอยู่
“จำได้ไหมเนี่ย นั่นพี่ชายฉันแล้วก็เพื่อน ๆ ของพี่เขาไง” ไข่มุกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามเสียงเบา แต่ฉันเองก็เชื่อว่ากลุ่มคนตรงหน้าก็คงจะได้ยินด้วยถึงได้หันมามองเราทั้งสองคนทันทีแบบนั้น
“จำไม่ได้ วันนั้นมันมืด” ฉันตอบเพื่อน เพราะหากจำได้ฉันจะไม่มีทางไปต่อกับผู้ชายคนนั้นเลย คนที่เป็นหนึ่งในเพื่อนของพี่โอเชี่ยนพี่ชายของเพื่อนสนิทฉัน
“อ้าว เดี๋ยวแนะนำตัวกันใหม่ก็ได้ นี่ไอ้คริสเจ้าของทริปที่เรากำลังจะไป ส่วนนั่นไอ้เลโอ ข้าง ๆ พี่ชื่อเขตนะ” เขตคือชื่อของผู้ชายคนนั้นสินะ
“สวัสดีค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่จำไม่ได้” ฉันยกมือไหว้ทุกคนแต่ไม่ยอมมองหน้าคนสุดท้ายที่ถูกแนะนำตัวให้ได้รู้จัก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ทุกคนสงสัยหรือหมดสนุก เดี๋ยวทำเหมือนจำไม่ได้ก็แล้วกันเพราะฉันคิดว่าเขาก็คงจะจำไม่ได้เหมือนกัน อีกอย่างเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นก็อยู่ภายในเงื่อนไขวันไนท์สแตนด์อยู่แล้ว ไม่มีสานต่อและฉันเชื่อว่าเขาเองก็คงไม่อยากเอ่ยถึงเช่นเดียวกัน
และที่สำคัญคืออะไรรู้ไหมคะ? เขาคือคนที่สั่งดอกไม้แล้วพอไปส่งเขาไม่อยากใช้แล้วบอกฉันเอาไปทิ้งยังไงล่ะ ฉันจำหน้าเขาได้ และฉันยังรู้สึกโกรธอยู่เหมือนกัน ใจร้ายที่สุดเลยจะให้ทิ้งดอกไม้ที่พี่สาวฉันตั้งใจทำแบบนั้นน่ะ ฉันไม่ชอบค่ะ!