Tulip 13
“ตื่นได้แล้ว เย็นมากแล้ว” เสียงกระซิบที่ได้ยินสร้างความรำคาญใจให้ไม่น้อย เพราะยังไม่อยากตื่นจึงพลิกร่างหนีและรั้งผ้าห่มขึ้นคลุมร่างตัวเองไว้แล้วตั้งใจจะหลับต่อ
“พี่จะกลับไปอาบน้ำก่อน...”
ไม่สนใจฟังอะไรแล้วหลับต่อทันที ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ หมอนใบใหญ่ที่หนุนอยู่ส่งเสียงดังขึ้นถี่ ๆ ฉันยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มาเพื่อรับสายทันที
“ค่ะ” ทักทายปลายสายแต่ยังคงหลับตาอยู่ดังเดิม
(ตื่นหรือยังเนี่ย กินข้าวกัน) อ่า เสียงของไข่มุกนี่เอง
“กี่โมงแล้ว”
(หกโมงครึ่งแล้ว หนึ่งทุ่มจะไปกินข้าวกันไงที่นัด)
“เพิ่งตื่น ขออาบน้ำก่อนได้ไหม”
(ได้ เดี๋ยวไปหาที่ห้องนะ หนุ่ม ๆ นัดตอนหนึ่งทุ่ม)
“อื้อ”
(มาเปิดประตูจ้า ถึงหน้าห้องแล้ว) ไข่มุกบอกฉันถึงได้ค่อย ๆ ขยับลงจากเตียงเดินงัวเงียไปเปิดประตูห้องให้เพื่อน เพื่อนสาวของฉันเตรียมตัวพร้อมสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นแล้วเรียบร้อย ชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมเป็นชุดที่เพื่อนเลือกสวมสำหรับเย็นนี้
“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนแต่เดินงัวเงียกลับเข้าห้องเตรียมเสื้อผ้าเข้าไปสวมหลังจากอาบน้ำเสร็จ เมื่อยังพอมีเวลาฉันก็แต่งหน้าบาง ๆ เผื่อถ่ายรูปไปอวดพี่พิมพ์สักหน่อย ที่วางใจมาเที่ยวอย่างสบายใจแบบนี้เป็นเพราะว่าตอนนี้น้องลมมาพักด้วย พี่สาวฉันเองก็จะไม่ได้อยู่คนเดียวฉันเลยไม่เป็นห่วงมากนัก
“ชิลอีกแล้ว” พอเดินออกจากห้องน้ำไข่มุกที่นั่งรออยู่บนเตียงก็แซวทันทีเมื่อเห็นว่าฉันยังสวมแค่เสื้อยืดและกางเกงยีนขาสั้น
“แบบนี้ได้ไหม ร้านหรูมากหรือเปล่ากลัวไม่สุภาพ” ฉันรีบถามเพื่อนทันทีอย่างไม่สบายใจ
“ไปแอบถามมาแล้ว ร้านธรรมดานี่แหละแต่อร่อย”
“โล่งอกไปที”
“แต่พรุ่งนี้จัดเต็มเลยนะล่องเรือทั้งวันชุดว่ายน้ำ แล้วก็ชุดสวย ๆ”
“ได้เลย” ขานรับเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ฉันใช้เวลาเล็กน้อยในการแต่งหน้าบาง ๆ เสร็จแล้วก็เตรียมออกไปกินมื้อเย็น และเย็นนี้ฉันจะเป็นคนถือกล้องถ่ายคลิปให้เพื่อนด้วย
กระเป๋าผ้าตาข่ายสีขาวของฉันภายในนั้นนอกจากกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ แบตสำรองแล้วยังมีเมมเมอร์รี่การ์ดของกล้อง แบตสำรองของกล้องและกล้องโกโปรอีกหนึ่งตัว ส่วนกล้องโกโปรอีกหนึ่งตัวฉันใช้ถือและถ่ายเพื่อนอยู่
“พร้อมหรือยัง?” เราเดินออกมาจนถึงบริเวณส่วนหน้าของโรงแรมก็เจอกับกลุ่มคนตัวสูงที่ยืนรอกันอยู่ ฉันตัดทุกอย่างทิ้งไปเมื่อต้องจริงจังกับงานอีกหนึ่งหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเรื่องนายคนนั้นฉันจะจัดการทีหลังกับการกระทำที่อุกอาจเมื่อเย็น
ระหว่างที่ไข่มุกคุยกับกล้องฉันก็ต้องถ่ายด้านหน้าแล้วค่อย ๆ เดินถอยหลัง มีบางจังหวะต้องหันกลับไปดูทางเดินด้วย ระหว่างรอขึ้นรถจู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาดึงกระเป๋าออกจากไหล่ที่ฉันสะพายอยู่ นึกว่าขโมยจึงรีบหันไปมองแล้วยึดกระเป๋าไว้ แต่พอเห็นว่าเป็นคนนิสัยไม่ดีถึงได้วางใจให้เขาดึงไป ท่ามกลางสายตาจับผิดของพี่ ๆ คนอื่น ๆ ไข่มุกพูดปิดคลิปก่อนจะขึ้นรถแล้วเดินทางไปยังร้านอาหารที่พี่คริสจองไว้
“ปกติขวัญเป็นตากล้องให้ไข่มุกตลอดเลยเหรอ?” พี่เลโอเอ่ยถามระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปยังร้านอาหาร ฉันนั่งข้างเพื่อนที่เบาะด้านหน้า และพี่ ๆ ก็กระจายนั่งกันไปทั่วรถ
“ไม่ค่ะ ปกติมุกจะถือกล้องโกโปรเอง แต่วันนี้ถ่ายตอนกลางคืนด้วยเลยต้องถือกล้องให้”
“อ๋อ ถ้ากระเป๋าหนักฝากพวกพี่ได้นะ โอ๊ย! ไอ้เขต!” เสียงพี่เลโอร้องเจ็บ
“พูดเยอะ หุบปาก”
“อ้าว ไอ้เหี้ยนี่ เลิกกับเมียแล้วอารมณ์สวิงจังวะ” เมีย?
อ่า นี่เขามีเมียแล้วอย่างนั้นเหรอ
นี่ฉันเลวมากจนไปเผลอวันไนท์สแตนด์กับคนที่มีเมียแล้วอย่างนั้นเหรอ บ้าที่สุดเลยยัยขวัญ
ตั้งแต่บนรถจนถึงร้านฉันไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม และทำหน้าที่ถือกล้องและถ่ายรูปให้ไข่มุกรวมถึงเพื่อนที่ถ่ายรูปให้ฉันด้วย ไข่มุกคอยมองอย่างเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ฉันที่พอรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงได้แต่ส่งยิ้มและชวนเพื่อนคุยเล่นไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับอาหารบ้าง ที่เที่ยวบ้าง
“อยากไปอันนี้ด้วยอะ ที่เป็นสวนสนุก” ไข่มุกบอก
“กลับไปเช่ารถที่โรงแรมดีไหม ไปสองคน” ไข่มุกกระซิบบอก ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน แต่เหมือนเพื่อนจะลืมไปว่าพี่ชายตัวเองนั่งอยู่ข้าง ๆ
“ถ้าอยากไปจะพาไป ห้ามไปกันเอง” พี่โอเชี่ยนบอกไข่มุกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่ จะไปกันสองคน” ไข่มุกดื้อดึงและบอกพี่ชายตัวเองกลับไปอย่างไม่ยอมเช่นเดียวกัน
“ไม่ให้ไปเอง” ครั้งนี้คุณคริสบอกเพื่อนฉันเสียงเข้ม แววตาที่จ้องมองมานั้นดูดุอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ไม่มีสิทธิ์มาสั่ง” ไข่มุกบอกพี่คริส
“มุก...”
“...”
“เอาละ ๆ กินข้าวกันก่อน” พี่โอเชี่ยนรีบห้ามทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งเพื่อนและน้องสาวจะทะเลาะกันอีกครั้งของรอบวัน ก็นะรักมากก็โกรธมากนั่นแหละ แต่ฉันมั่นใจว่าเพื่อนสนิทตัวเองคงไม่พ้นจากพี่คริสหรอก ยังไงก็คงต้องคู่กันอยู่ดี ระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นก็นึกขึ้นได้ว่ากระเป๋าฉันอยู่กับใครบางคน