ในเขตเรือนคหบดีผู้ร่ำรวยสกุลตง ทุกคนที่อยู่อาศัยที่นี่ต่างก็พร้อมใจกันมาดูเรื่องราวอันใหญ่โตนี้
ด้านหนึ่งคือคุณหนูตงเจียวซิ่น
ด้านหนึ่งคือคุณหนูเล็กตงเจียวจู
ทางผู้นำตระกูลอย่างตงเจี้ยนกั๋ว และฮูหยินที่พึ่งถูกยกขึ้นมาเป็นเมียเอกไม่นานอย่างเย่เหยา ยืนประคองร่างบอบบางงดงามบริสุทธิ์ของบุตรคนสุดท้ายของนายท่านตงอย่างเจียวจู แผลเกิดขึ้นตรงลำแขนเรียวจนโลหิตสีแดงเปรอะไปทั้งอาภรณ์ สาเหตุเพราะถลาหกล้มอย่างรุนแรง
สองสายตาของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในเรือนสองคน ต่างก็จับจ้องเจียวซิ่นด้วยนัยน์ที่แสดงออกถึงความผิดหวัง
สุดท้ายเลือกที่จะประกาศบทลงโทษออกไป โดยไม่คิดไต่สวนเรื่องราวใดทั้งสิ้น " ลงโทษคุณหนูเจียวซิ่นให้ไปเลี้ยงม้าหนึ่งเดือน ห้ามใครโต้เถียงการตัดสินใจของข้า ! "
หญิงสาวที่ถูกสั่งบทลงโทษต้องการอธิบาย " ท่านพ่อ.. "
บิดาตวาด " หุบปาก.. " ปล่อยมือที่ประคองเจียวจูออกข้างหนึ่งแล้วชี้หน้า " ข้าผิดหวังกับเจ้านัก นอกจากไม่อาจเชิดหน้าชูตาตระกูลได้แล้ว เจ้ายังทำร้ายน้องสาวของเจ้าเพียงเพราะริษยาที่นางเก่งกว่าเจ้าเท่านั้นรึ ! "
เจียวซิ่นกวาดมองไปทั่วบริเวณ มีแต่คนมองนางด้วยสายตาไม่ดีทั้งนั้น แม้แต่สาวใช้ที่ดูแลกันมาตั้งหลายปีก็ยังแสดงออกว่านางทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย
กระทั่งพี่ชายทั้งสองก็ยังส่งแววตาตำหนิ แล้วหันไปปลอบเจียวจูไม่ต่างจากผู้เป็นบิดาเลยสักนิด
การกระทำที่ยอมเจ็บตัวเองครานี้ นับว่าสองแม่ลูกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ภายใต้แขนเสื้อนางกำมือจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่นั่นก็ไม่สาสมกับความเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้รับเพราะไม่สามารถระบายออกไปได้ เจ็บเท่านี้ไม่เท่ากับเจ็บใจมาหลายปี
เชิดหน้าชูตาอย่างนั้นรึ ?
บ่าวชายสองคนเดินมาเพื่อทำตามคำสั่ง นางปรายตามองอย่างไม่แยแส ถ้าเป็นทุกครั้งเจียวซิ่นต้องร่ำร้องขอความเมตตาเพื่อให้บิดาเปลี่ยนใจหรือลดโทษให้
แต่เพราะครั้งนี้ราวกับนางพบเจอโลกใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย กระทั่งสาวใช้คนสนิทก็ยังเป็นคนของผู้อื่นไปแล้ว เช่นนี้เรือนสกุลตงจะมีความหมายใด
เช็ดน้ำตาออกจากนวลแก้มอย่างลวก ๆ มองเบื้องหลังของครอบครัวอบอุ่นที่ไร้เงาของนางในนั้น ทั้งหมดเดินหายเข้าไปในเรือนใหญ่
ดึงสายตากลับแล้วกล่าวกับคนที่ต้องคุมตัวนางไป
" พวกเจ้าคงไม่คิดให้ข้าไปตัวเปล่า โดยไม่มีแม้แต่เสื้อผ้ากระมัง ? "
..บ่าวชายสองคนนี้ เดิมทีเป็นคนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่มารดาของคุณหนูเจียวซิ่นแต่งเข้าสกุลตง เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นพวกเขาก็เห็นมันทั้งหมด
แต่เพราะด้วยฐานะต่ำต้อย..
การที่จะเปิดเผยความจริงออกไปย่อมต้องพิจารณาว่ามันมีโอกาสที่จะชนะหรือไม่ ในเมื่ออำนาจทุกอย่างอยู่ในมือนายท่านก็จริง แต่ฮูหยินเย่เหยาก็มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา จึงต้องเก็บเงียบเอาไว้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ถูกต้อง
ในสายตาของพวกมันทั้งสอง เบื้องหลังของคุณหนูเจียวซิ่นคล้ายโดดเดี่ยวจนพวกเขาอดสงสารไม่ได้ แต่ไม่อาจผลีผลามทำสิ่งใดโดยไม่วางแผนให้ดี แม้ในใจต่างก็คาดหวังเอาไว้ สักวันหนึ่งคุณหนูจะต้องเป็นที่รักของครอบครัวอีกครั้ง
..เพียงแต่ ต้องรอให้วันนั้นมาถึงเสียก่อน
จึงจะมีกำลังต่อต้านอำนาจของฮูหยินเย่เหยาได้
บ่าวไพร่ทั้งหลายต่างก็แยกย้ายไปทำงานของตนเอง การที่คุณหนูสองคนมีเรื่องวิวาทกันคือเรื่องปรกติเป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งก็จบลงด้วยการที่คุณหนูเจียวซิ่นถูกลงโทษ แต่ครั้งนี้เพราะคุณหนูเจียวจูบาดเจ็บอย่างหนัก จึงถูกลงโทษรุนแรง.. .
คุณหนูผู้นี้จะเป็นเช่นไรเมื่อกลับมาจากลงโทษ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องใส่ใจมากนัก เพราะเอาตัวเองยังไม่รอดเช่นกัน คงต้องแล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตทำหน้าที่ของตนเองไป
ตงเจียวซิ่นมองเบื้องหลังรถม้าคันเก่าเดินทางจากไป บัดนี้นางถูกพามาส่งยังเขตที่ดินของตระกูลตง มองผิวเผินคล้ายสาวใช้ผู้หนึ่งกระทำความผิดมา ผู้ที่มาส่งนางที่นี่ก็คือบ่าวคนสนิทของฮูหยินเย่เหยา เมื่อถึงที่หมายก็ปล่อยนางลง แล้วพากันเดินทางกลับโดยไม่คิดเข้าไปแจ้งหัวหน้าคนงานสักนิดเดียว
หลายสายตาที่มองมา เป็นคนงานเลี้ยงม้าและพ่อค้าที่ขายอาหารสัตว์ เมื่อเห็นเป็นเพียงดรุณีนางหนึ่ง จึงไม่มีใครสนใจแล้วกลับไปทำงานของตนเองต่อ
นางมองซ้ายมองขวาเพื่อต้องการเจอใครสักคนที่นี่ แล้วก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามา เป็นหญิงที่มีอายุราวสามสิบห้า ร่างท้วมเล็กน้อยรูปร่างไม่สูงนัก นัยน์ตาตี่เพ่งมองนางอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าใด กวาดสายตามองขึ้นลงคราหนึ่ง เมื่อเจอหยกที่ห้อยอยู่ที่เอวจึงได้ข้อสรุป
ทางด้านเจียวซิ่นก็มองตอบเช่นเดียวกัน และนางสามารถบอกได้ว่า คนที่จับจ้องสำรวจตนเองอยู่นี้ ไม่ได้ต่างจากคนสนิทของเย่เหยาเลย ทั้งเจ้าเล่ห์แววตาดุดันจนยากไว้ใจ
" ตามข้ามา "
เจียวซิ่นแม้รู้สึกฉุกใจเหมือนตนเองจะเป็นที่รู้จักของหญิงนางนี้อยู่แล้ว แต่เพราะไม่เคยมาเยือนเขตที่ดินนอกเมืองสักครั้ง เป็นเพียงสตรีในห้องหอผู้หนึ่งเท่านั้น จึงเดินตามหลังไปโดยไม่เอ่ยถามสิ่งใด
เดินมาไกลอยู่พอสมควร สุดท้ายก็พามาหยุดอยู่ยังหน้าเรือนขนาดกะทัดรัดแห่งหนึ่ง
เมื่อมาถึงสถานที่ที่เตรียมเอาไว้ นางจึงกล่าวแนะนำตนเอง " ข้าเป็นภรรยาของหัวหน้าคนงานที่นี่ชื่อเมิ่งอี่ มีอะไรก็บอกข้าได้เจ้าค่ะ ขอเพียงท่านอยู่อย่างสงบไม่สร้างเรื่องให้ข้าเท่านั้น เราก็สามารถปลอดภัยทั้งสองฝ่าย "
นับเป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
เจียวซิ่นที่รู้สึกว่าตนเองไร้ที่พึ่ง จะอย่างไรย่อมคิดถึงความปลอดภัยของตนเองเช่นกัน จึงได้รับปาก " ข้าจะอยู่อย่างสงบ "
" ข้าวไปรับได้ที่โรงครัว ส่วนงานของท่านพรุ่งนี้ข้าจะให้คนพาไป "
หญิงสาวพยักหน้า " ขอบคุณ "
เมื่อเมิ่งอี่เดินจากไปแล้ว เจียวซิ่นจึงหมุนกายเพื่อเพ่งมองรอบบริเวณทั้งหมด เห็นว่าดูสะอาดสะอ้าน นางเองก็เบาใจ ถ้ารอบเรือนเต็มไปด้วยหญ้ารกคงต้องกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะต้องคอยระวังสัตว์ร้ายต่าง ๆ ยิ่งเรือนหลังเล็กนี้ ตั้งห่างจากเรือนผู้อื่นก็ยิ่งน่ากลัว
แต่ที่นี่คือเขตที่ดินของตระกูลตง และการลงโทษนี้ ก็ไม่ถึงกับทำให้นางต้องเสื่อมเสีย เพียงลำบากทำงานเยี่ยงบ่าวไพร่ ที่เหลือก็นับว่าตัวนางเองคงยังมีค่าอยู่ในสายตาของเย่เหยา อย่างไรเจียวซิ่นก็มีสายเลือดสกุลตง เกิดสิ่งใดขึ้นก็ยังสามารถผลักนางออกไปรับขวากหนามต่าง ๆ แทนเจียวจูได้
การตระหนักรู้ไม่ใช่พึ่งเกิด ด้านนอกนั้นข่าวลือเกี่ยวกับเจียวจูคือคุณหนูผู้เก่งกาจบริสุทธิ์ เชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่จนสามารถครอบครองอันดับสาวงามหนึ่งในสิบของเมืองหลวง
อีกทั้งด้วยสองปีก่อน เย่เหยาถูกบิดาของนางยกย่องเป็นเมียเอกแทนมารดา ยิ่งทำให้เจียวจูสูงส่งราวกับสิ่งล้ำค่าของตระกูลตง ส่วนเจียวซิ่นเป็นเพียงคนจืดจางในเรือนเท่านั้น