bc

เมื่ออัลฟ่าไร้รัก [Omegaverse]

book_age18+
143
FOLLOW
1K
READ
HE
royalty/noble
drama
bxb
campus
disappearance
soul-swap
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

จู่ ๆ อัลฟ่าคนที่ผมรักและรักผม ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนราวกับเขาไม่เคยรักผมเลย...

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 (1)
“สัญญาแล้วนะ ว่าถ้าพี่กลับมาเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกัน” “อื้ม รุ่นพี่เองก็เหมือนกันนะ ไปอยู่ที่นั่นสี่ปีอย่าลืมกันนะ” “ฮ่าฮ่า ไม่มีทางหรอก พี่ไม่มีทางลืมเพนแน่นอน” “พูดแล้วนะครับ” “ก็เพนเป็นคู่แห่งโชคชะตาของพี่นี่” คู่แห่งโชคชะตาคืออะไรงั้นเหรอ? บ้างก็นิยามสิ่งสิ่งนั้นว่ามันมีพลังพลานุภาพอันน่าอัศจรรย์ รักบริสุทธิ์แค่เพียงได้สบตากับใครคนหนึ่งร่างกายก็จะตอบสนองทั้งที่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน หรือไม่ก็เพียงสัมผัสเล็กน้อยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างก็บังเกิดขึ้น บ้างก็ว่า...ถึงขนาดทำให้คู่กัดบางคนที่เกลียดขี้หน้ากันสุด ๆ จู่ ๆ ก็ตกหลุมรักกันเองโดยไม่ตั้งใจ หรือบางทีก็อาจเป็นเพียงการคิดไปเองฝ่ายเดียว... ไม่มีใครอาจรู้ว่าคู่แห่งโชคชะตามีจริงหรือไม่ มันจะเป็นรักแท้อันแสนบริสุทธิ์จริง ๆ น่ะเหรอ? แล้วถ้าหาก... ว่ารักแท้ที่เกิดขึ้นจากคู่แห่งโชคชะตาอยู่ ๆ ก็หมดรักไปแล้วล่ะ? [ตอนนี้เก็บของหมดแล้วล่ะ อีกประมาณสิบนาทีก็นั่งรถไปที่สนามบินแล้ว] “พรุ่งนี้ผมจะได้เจอรุ่นพี่ตัวเป็น ๆ แล้วสินะครับ” [นั่นสินะ พรุ่งนี้จะได้เจอเพนตัวเป็น ๆ แล้ว คิดถึงจัง...อยากกอดเยอะ ๆ เลย อยากหอมแก้มทั้งสองข้างแล้วก็..อยากแต่งงานกับเพนเร็ว ๆ ด้วย] ชายหนุ่มร่างสันทัดนอนเล่นอยู่บนเตียงนอนภายในห้องของเขาระหว่างวิดีโอคอลกับคู่หมั้นหนุ่มที่ต้องจากกันนานถึงสี่ปี เนื่องจากอีกฝ่ายต้องไปเรียนต่อ ณ ต่างประเทศ แต่ถึงแบบนั้นทั้งสองก็ยังติดต่อหากันตลอด และยังไม่มีทีท่าว่าใครคนใดคนหนึ่งจะหมดรักไปในตัวของอีกฝ่าย ราวกับพวกเขาเป็นคู่รักที่ยึดมั่นในรักหรือเรียกได้ว่าเป็นคู่แห่งโชคชะตาที่ปรากฏตัวและพบเจอกันในเวลาที่เหมาะสม ถามว่าทั้งสองคนนั้นเจอกันได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็คงต้องย้อนกลับไปถึงช่วงที่เพนนั้นเรียนมหาลัยปีหนึ่งเลยล่ะนะ เพนเป็นลูกชายคนรองของตระกูลเศรษฐีที่ร่ำรวย แม้เขาจะเป็นโอเมก้าก็ตาม แต่เขาก็ได้รับความรักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัวไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่หรือแม้แต่พี่ชายและน้องสาว และครอบครัวของเขาก็ยังเป็นที่พูดถึงในเรื่องของชาติตระกูลที่ขึ้นตรงจากเชื้อพระวงศ์ นัยน์ตาสีฟ้าใสดุจอัญมณีที่ไม่ว่าใครเมื่อได้สบตาก็เป็นต้องตกหลุมรักกันทั้งนั้น ยิ่งเมื่อได้มาซึ่งใบหน้าอันสะสวยจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากกระจับกับเรือนผมสีดำเข้มนั่นแล้ว เพนถือเป็นโอเมก้าหนุ่มผู้เป็นที่จับตามองไม่ว่าชายหรือหญิง อัลฟ่าเบต้า หรือแม้แต่โอเมก้าก็ต่างพากันตกหลุมรักเขาทั้งนั้น เรียกได้ว่าเขาเหมือนกับเทวดาที่ลงสถิตบนโลกเลยล่ะ จนกระทั่งการปรากฏตัวของเขา ณ มหาลัยแห่งหนึ่งเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปาก เพนตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำภายในประเทศ แทนที่จะเลือกเรียนต่างประเทศตามที่คุณพ่อเสนอเพราะอยากให้ลูกชายนั้นได้เปิดหูเปิดตากับโลกภายนอกให้มาก แต่การตัดสินใจของเพนในครั้งนั้นจะนับว่าเป็นเพราะโชคชะตานำพาหรือเปล่า? หลังจากเข้าเรียนในปีแรกกับการรับน้องสุดหรรษาได้ไม่นาน เขาก็ได้พบกับ “ฟิลิปส์” รุ่นพี่ในคณะผู้เป็นที่พูดถึงของเหล่าสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ไม่ต่างจากเพน เขาคืออัลฟ่ายีนเด่นร่างสูงไหล่กว้าง จมูกโด่งคิ้วเข้มเรือนผมสีน้ำตาลคาราเมล และที่น่าหลงใหลยิ่งกว่าใบหน้าอันทรงเสน่ห์ก็คงจะเป็นนัยน์ตาสองสีของเขาอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้านซ้ายเป็นสีเหลืองราวกับสีของดอกทานตะวันขณะด้านขวากลับเป็นสีน้ำเงินคราม แถมเขายังเป็นว่าที่ผู้สืบทอดธุรกิจค้าอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของโลกอีกต่างหาก ทั้งสองคนพบกันครั้งแรกในช่วงรับน้องและสนิทสนมอย่างรวดเร็วเมื่อต่างฝ่ายต่างมีรสนิยามที่คล้ายกันและพูดคุยถูกคอ เพียงเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็กลายเป็นต่างชอบพอกันเข้า จนกระทั่งมารู้ความจริงว่าเพนกับฟิลิปส์ต่างก็เป็นคู่หมั้นของกันและกันที่ทั้งสองครอบครัวจับคู่มาให้ มันดูจะเป็นรักดี ๆ แสนลงตัวเมื่อคู่หมั้นทั้งสองต่างชอบพอและรักกันมาตั้งแต่แรกเห็น ฟิลิปส์ที่ใจดีคอยดูแลเอาใจใส่เพนไม่เคยห่างเมื่ออยู่ด้วยกัน ในขณะเดียวกัน เพนก็คอยผลักดันให้อีกฝ่ายได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วคอยให้กำลังใจมาโดยตลอดแม้ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้ทั้งสองต้องห่างไกลกันถึงสี่ปีหลังจากนั้น เมื่อแฟนหนุ่มต้องไปเรียนต่างประเทศตามอย่างที่เคยใฝ่ฝันเอาไว้ และในวันนี้ก็จะเป็นวันที่ฟิลิปส์ได้กลับมาหาเขาสักที “แมรี คุณว่าผมแต่งตัวแบบนี้ดูเป็นยังไงบ้างครับ รุ่นพี่เขาจะชอบหรือเปล่า?” “ตายจริงคุณหนูดูดีมากเลยล่ะค่ะ ฉันมั่นใจว่าถ้าคุณฟิลิปส์ได้เห็นจะต้องตกหลุมรักคุณหนูของฉันซ้ำอีกรอบแน่ ๆ เชียว” “ฮ่าฮ่า พูดเกินไปแล้วครับ” วันถัดมาหลังติดต่อกับคู่หมั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนอีกฝ่ายจะขึ้นเครื่อง ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าอัญมณีก็เดินออกมาจากห้องของตัวเองด้วยชุดสบาย ๆ สีครีม พร้อมกับอวดโฉมให้คุณแม่บ้านผู้คอยดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ อย่างแมรีด้วยท่าทีมีความสุข “อะ..แย่ล่ะ ผมว่าผมไปรับฟิลิปส์สายแน่ ๆ เลย ถ้างั้นผมไปก่อนนะครับแมรี” “ค่ะ~ ขับรถระวังด้วยนะคะคุณหนู” “อื้ม! งั้นผมไป...” เมื่อจ้องมองนาฬิกาข้อมือที่กำลังบอกว่าเวลาในตอนนี้ใกล้จะสายมากแล้ว ชายหนุ่มก็รีบวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านแล้วเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว ทว่าในตอนนั้นก็ดันมีใครคนหนึ่งมายืนขวางเอาไว้ “รีบร้อนขนาดนั้นเชียวเหรอ?” “...โจเซฟ?” เพียงเอ่ยชื่อของคนตรงหน้าออกมา ชายร่างสูงผู้มีผมสีทองกับใบหน้าอันหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตรก็ผุดยิ้มขึ้นมาภายใต้นัยน์ตาสีเทาอ่อน “ทำไม? เห็นหน้าฉันแล้วมันจะอกแตกตายนักหรือไง อยากรู้?” “...มาทำอะไรที่นี่” “มาทำอะไรที่นี่? ฮ่าฮ่า ฉันก็มาทำหน้าที่ให้เพื่อนรักของฉันน่ะสิ ฟิลิปส์บอกให้ฉันมารับนายไปที่สนามบิน ให้ตายเถอะ มีมือมีเท้าแต่ขับรถไม่เป็นหรือไง? ถ้าแบบนั้นก็พิการไปเถอะ” ด้วยคำพูดที่ออกมาจากปากก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้าดูจะไม่ชอบเพนเอามาก ๆ ถึงกับต้องพูดด้วยคำหยาบคายแบบนี้ แต่ถึงแบบนั้นชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่โต้แย้งใด ๆ เพราะรู้ว่ายิ่งอารมณ์เสียทะเลาะกันมากเท่าไหร่ โจเซฟจะได้ใจมากขึ้นเท่านั้น “คุณไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ ผมขับรถเองเป็นครับ และผมก็จะขับไปเอ-” “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลยน่ะ!” แม้พูดดีด้วยแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด โจเซฟตะโกนด้วยความหงุดหงิด เขาถือวิสาสะใช้มือบีบไปที่คางของเพนเต็มแรง “อึก! โจ..เซฟ ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย..ผมยังไม่ได้ไปทำอะไรให้คุณ” “ไม่ทำเหรอ? ถ้างั้นแกก็ลองไปถามพ่อแม่ของแกดูสิว่าทำอะไรไว้บ้าง!” ท่าทางของโจเซฟเต็มไปด้วยความโกรธที่แม้แต่เพนก็ไม่อาจเข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงได้เป็นคนแบบนี้ ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกเขาก็ไม่เคยปฏิบัติตัวดีกับเพนเลยสักนิดเมื่ออยู่ลับหลังฟิลิปส์ และบ่อยครั้งก็มักจะขู่เพนอยู่ตลอดว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องฟิลิปส์เขาจะทำให้ครอบครัวของเพนต้องป่นปี้ “ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไร” “ใช่สิ..เป็นลูกนกในกรงทองที่พ่อแม่คอยเลี้ยงดูมาอย่างดีจะไปเข้าใจอะไร? ไม่อยากให้ฉันขับรถไปส่งสินะ งั้นก็ตามใจ” มือหนาผละออกจากคางของชายหนุ่มเมื่อหมดธุระ มันเผยให้เห็นรอยแดงจากการถูกบีบอย่างแรงบริเวณคาง ก่อนกุญแจรถจะถูกอีกฝ่ายปาลงบนพื้นแล้วเหยียบซ้ำทิ้งท้ายและจากไป “คุณหนูคะ! เกิดอะไรขึ้น?!” แมรีที่ได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งเข้ามา เธอเห็นท่าทีของเพนไม่ค่อยดีเท่าไหร่จึงรีบดึงตัวของชายหนุ่มเข้ามาดูด้วยความกังวล “ทำไมหน้าถึงเป็นแบบนั้นล่ะคะ มีรอยแดง ๆ ที่คาง” “...ขอโทษครับแมรี ไม่มีอะไรหรอก” ร่างสันทัดฉีกยิ้มกว้าง เขาทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก้มลงไปหยิบกุญแจรถที่อยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นก่อนเดินไปยังรถที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้าน “Rrrrrrr~” ระหว่างขึ้นไปนั่งบนรถเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เพนนั่งปรับอารมณ์อยู่บนเบาะฝั่งคนขับสักพักจึงจะรับสายโทรศัพท์ซึ่งเป็นวิดีโอคอลแบบเห็นหน้า แล้วกล่าวทักกับเพื่อนสนิทของเขาผู้โทรมาแสดงความยินดีด้วยความตื่นเต้น [เพน~ ถึงสนามบินแล้วหรือยัง?] เสียงของชายหนุ่มท่าทางสดใสกล่าวขึ้นมาในทันทีเมื่อเพนรับสาย “จิน... ฉันพึ่งจะก้าวขึ้นมานั่งบนรถเอง” [อ้าวจริงเหรอ? ฉันโทรมาเร็วไปสินะ งั้นฉันวางสายก่อนดีกว่า ไว้ถึงสนามบินแล้วโทรมาบอกด้วยนะ] “อื้ม...” [ดีใจจัง เพื่อนรักจะได้แต่งงานเร็ว ๆ นี้แล้ว สงสัยต้องไปหาชุดเพื่อนเจ้าสาวมาใส่รอแล้วล่ะ] “ฮ่าฮ่า พูดเกินไปแล้วเจ้าบ้า ถ้างั้นวางสายก่อนนะ ไปถึงสนามบินแล้วเดี๋ยวจะโทรมาใหม่” [อื้ม โอเคเลย]

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
13.5K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K
bc

มายารัก

read
2.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook