ตอนที่ 1 หน้าที่คู่หมั้น
บ้านหลังใหญ่ของตระกูลศุภัสสราสวัสดิ์
"มีนตาพฤกษ์กับหนูเอลินก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้วหาฤกษ์หมั้นสองคนนี้ได้เรียบร้อยแล้วหรือยังล่ะ" นราวิชญ์เอ่ยขึ้นเมื่อผู้เป็นภรรยานำกาแฟมาวางไว้ให้บนโต๊ะรับแขกตรงหน้าเขา
แต่เมื่อชายหนุ่มได้ยินในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นแม่ก็โวยวายออกมาในทันที
"ผมไม่หมั้น ผมไม่ได้รักยายนั่น"
"พฤกษ์นี่มันอะไรกันไหนบอกว่าจะรักและดูแลหนูเอลินไปตลอดชีวิตยังไงล่ะลูก" มีนนาราลุกขึ้นไปเกาะแขนผู้เป็นลูกชายเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยที่จู่ๆ ลูกชายก็เปลี่ยนท่าทีมาหลายอาทิตย์แล้ว
"ผมรู้นะว่าพ่อต้องการให้ผมแต่งงานกับยายเอลินก็เพราะต้องการเอาใจน้าลูกแก้วน่ะ"
"พฤกษ์ทำไมพูดกับคุณพ่ออย่างนั้นล่ะลูก ไปรู้ไปเห็นอะไรมากัน เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว" มีนนาราพยายามที่จะอธิบายแต่ผู้เป็นลูกก็ไม่ฟังเสียงของเธอเลย
"แม่ไม่ต้องมาพูดแทนพ่อเลยผมรู้ผมเห็นหมดแล้วว่าพ่อกับน้าลูกแก้วเคยเป็นอะไรกัน"
"นั่นมันเรื่องนานมาแล้วนะพฤกษ์" ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นบ้าง
"อย่ามาแก้ตัวเลยพ่อ ไม่รู้ว่ายายเอลินกับผมเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมารึเปล่า พ่อคนไม่ซื่อสัตย์กับแม่"
"นี่ตาพฤกษ์อย่าพูดกับคุณพ่อแบบนั้นนะ ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนกัน"
"แม่เองก็ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง พ่อทำกับแม่ถึงขนาดนั้นแต่แม่ก็ยังเข้าข้างเขาเหรอครับผมไม่เข้าใจแม่เลยจริงๆ"
"พฤกษ์ขอโทษคุณพ่อเดี๋ยวนี้นะ" มีนนาราเริ่มทำเสียงแข็ง
"ไม่ ผมไม่ขอโทษและผมจะไม่แต่งงานกับยายเอลินนั่นด้วย"
"นี่พฤกษ์เข้าใจคุณพ่อผิดไปกันใหญ่แล้วนะ ขอโทษคุณพ่อเดี๋ยวนี้"
"ผมไม่ขอโทษ"
"มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าคะเสียงดังไปถึงหน้าบ้านเลย" ลูกแก้วเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงดังไปถึงประตูหน้าบ้านในขณะที่เธอพร้อมกับอนาวินและเอลินกำลังเดินเข้าบ้านมา
"ไม่มีอะไรหรอกลูกแก้วเข้ามาก่อนสิ เชิญค่ะพี่อาร์ม หนูเอลิน" มีนนาราทำน้ำเสียงปกติเชิญทั้งสามคนเข้าบ้าน
"หึ ครอบครัวตัวปัญหาโผล่มาแล้วสินะ ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะเอลินไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีวันที่จะหมั้นหรือแต่งงานกับเธออย่างเด็ดขาด จำเอาไว้" เด็กหนุ่มเดินมาจ้องหน้าเอลินที่ยืนขลาดกลัวอยู่หลังของผู้เป็นแม่
"นี่ตาพฤกษ์ทำอะไรน่ะขอโทษน้องเดี๋ยวนี้เลยนะลูกกำลังทำให้เอลินกลัวอยู่นะ"
"ผมไม่ขอโทษอะไรหรือใครทั้งนั้นแหละครับ ไม่พอใจก็ออกจากบ้านผมไปสิ" ชายหนุ่มเอียงคอท้าทายมองไปยังเอลินไม่วางตา
"ตาพฤกษ์!" มีนนาราตวาดใส่ผู้เป็นลูกชายหน้าแดงก่ำตัวสั่นด้วยความโมโห
"ช่างเถอะมีนปล่อยไปก่อน ใจเย็นๆ นะครับสงสัยเข้าไปรื้อห้องเก็บของแล้วเจอรูปของวิชญ์กับลูกแก้วเข้าน่ะ เชิญนั่งก่อนสิครับทั้งสามคน" นราวิชญ์เข้าไปประคองผู้เป็นภรรยาให้นั่งลงยังโซฟาข้างๆ เขาเพื่อให้เธอสงบสติอารมณ์
"ขอบคุณครับคุณวิชญ์ อ่ะนี่ผลไม้จากบ้านสวนเนรมิตรครับ" อนาวินยื่นตะกร้าผลไม้ใบใหญ่ให้นราวิชญ์กับมีนนารา
"ขอบคุณครับ เอามาให้ทุกครั้งเลยนะครับเกรงใจจริงๆ แล้วหนูเอลินเป็นยังไงบ้างลูกเข้าปีหนึ่งมีเพื่อนเยอะไหม"
"ไม่ค่อยเยอะค่ะคุณอาแต่มีเพื่อนสนิทแล้วสองคนค่ะ"
"โอ้โหมีเพื่อนสนิทตั้งสองคนแล้วเหรอพามาทานข้าวที่บ้านสวนเนรมิตด้วยสิเดี๋ยวพ่อทำอาหารต้อนรับ" อนาวินเอ่ยขึ้นเอาใจลูกสาว
"ไว้ค่อยพามาที่บ้านสวนนะคะคุณพ่อ" หญิงสาวเหนียมอายท่าทางอ่อนช้อยเรียบร้อยนั้นเป็นที่ถูกใจของนราวิชญ์และมีนนาราเป็นอย่างมาก
ยิ่งโตเอลินก็ยิ่งเป็นที่ถูกใจของเขาทั้งสองคนด้วยลักษณะนิสัยที่เรียบร้อยน่ารักประหนึ่งผ้าที่พับไว้ อีกทั้งงานบ้านงานเรียนก็ไม่มีขาดตกบกพร่อง นราวิชญ์และมีนนารายอมรับเลยว่าอนาวินและลูกแก้วสอนลูกๆ ได้ดีจริงๆ
"เอลินก็เหมือนแก้วนั่นแหละค่ะพี่วิชญ์พี่มีนไม่ชอบสุงสิงกับใครมีเพื่อนแต่ก็ไม่กี่คนค่ะ"
"แต่ลูกแก้วก็เป็นที่รักของพวกเราและลูกๆ นะจ๊ะ” มีนนารากุมมือของลูกแก้วเอาไว้ ทำให้หญิงสาวซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
"ยกเว้นพี่พฤกษ์หรือเปล่าคะ" เอลินเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งวงเงียบกริบ ก่อนที่มีนนาราจะเป็นผู้ทำลายบรรยากาศอันอึมครึมนั้น
"โถ เอลินทำไมคิดแบบนั้นล่ะลูก อย่าไปใส่ใจพี่พฤกษ์เลยนะจ๊ะ ที่พูดไปก็คงเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแหละ เดี๋ยวอาจัดการให้เองนะอย่าคิดมากเลย"
"คือ... คุณอาทั้งสองคะ คุณพ่อคุณแม่คะ เอ่อ... ถ้าพี่พฤกษ์เขาไม่พร้อมที่จะหมั้นและแต่งงานกับหนู ก็อย่าไปบังคับพี่เขาเลยนะคะ ความรักมันไม่จำเป็นต้องบังคับใครไม่ใช่เหรอคะ คุณแม่ลูกแก้วสอนเอลินมาแบบนี้ค่ะ"
"เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับคุณวิชญ์ มีน ตาพฤกษ์เองก็เหมือนลูกชายของพี่อีกคนอะไรที่เขาไม่มีความสุขพี่เองก็ไม่มีความสุขหรอกนะ"
"เรื่องนั้นมันก็ถูกครับแต่ตอนนี้ผมเองก็มีเรื่องที่อยากปรึกษาทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน" นราวิชญ์เอ่ยขึ้นด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียดขมวดคิ้วเข้าหากัน
"งั้น หนูขอตัวไปช่วยยายพิมพ์ในครัวก่อนนะคะ" เมื่อรู้สึกว่าพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะคุยธุระสำคัญเอลินจึงขอตัวแยกออกไปอย่างมีกาลเทศะ
"ไปเถอะลูก" มีนนาราลูบหัวเอลินที่เปรียบเสมือนลูกสาวอันเป็นที่รักอีกคนเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
แต่หารู้ไม่ว่ามีสายตายคู่หนึ่งกำลังจับจ้องและมองมาที่ผู้เป็นเธอและเอลินอยู่
ห้องครัว
"เดี๋ยวเอลินเด็ดชะอมใส่ในไข่เองค่ะยายพิมพ์" หญิงสาวใส่แว่นตาหนาเต๊อะ ถักเปีย จัดฟันเด็ดผักใส่กะละมังอย่างชำนิชำนาญ
"น่ารักจริงๆ เลยค่ะ แล้ววันนี้คุณหนูเอลินมาคนเดียวเหรอคะคุณหนูลูกปัดกับคุณหนูอาร์ทไม่มาด้วยเหรอคะ"
"ปัดกับอาร์ทอยู่กับคุณย่าค่ะ ส่วนหนูต้องมาทำหน้าที่คู่หมั้นค่ะ"
"หน้าที่คู่หมั้นเหรอ เราสองคนยังไม่ทันได้หมั้นหมายกันเลยนะ เธอจะมาตู่ว่ามาทำหน้าที่คู่หมั้นอะไรแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะต้องบอกเธอสักกี่ครั้งฮะว่าฉันจะไม่มีวันหมั้นหรือแต่งงานกับเธอ ยายแว่นเฉิ่มเชยอย่างเธอฉันไม่มีวันที่ฉันจะหมั้นหรือแต่งงานด้วยหรอก"
"ลินเข้าใจแล้วค่ะพี่พฤกษ์ย้ำทุกวันไม่เบื่อบ้างรึไง" หญิงสาวทำหน้าตาเฉยเมยตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยเช่นเดียวกับใบหน้า
"แล้วฉันบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าสาระแนมาเรียกฉันว่าพี่เพราะเราสองคนอายุห่างกันแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง ฉันกับเธอเกิดปีเดียวกัน เดือนเดียวกัน วันเดียวกันและอยู่ปีหนึ่งเหมือนกันต้องให้บอกสักกี่ครั้งกันเธอถึงจะจดจำโคตรน่ารำคาญเลยว่ะ"
"ลินก็แค่ทำตามที่คุณอาทั้งสองท่านบอกเอาไว้เท่านั้นค่ะ หากพี่พฤกษ์ไม่พอใจก็คงต้องไปบอกคุณอาทั้งสองท่านเองแล้วล่ะค่ะ ลินจะเอาอาหารไปเสิร์ฟขอทางให้ลินด้วย"
"อย่าคิดว่าคุณพ่อคุณแม่ของฉันให้ท้ายเธออยู่ แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอนะเอลิน หากเธอคิดอย่างนั้นเธอคิดผิด หึ" พฤกษ์สบเข้าไปในตาของเอลินยกยิ้มที่มุมปากขวาเยาะเธอ
"ขอทางให้ลินด้วยค่ะ" หญิงสาวพยายามหลบตาเขาก่อนที่จะเดินชนตัวชายหนุ่มเบาๆ ออกจากห้องครัวไป
"ชิ"
..........
สวัสดีค่ะเปิดเรื่องใหม่มาแร้ววววคร้าบบบบ
เป็นรุ่นลูกของนราวิชญ์และอนาวินนะคะ ฝากโบ้ตัวลูกไว้ในอ้อมใจพี่ๆ นักอ่านด้วยนะคะ รักๆ ค่ะ ❤️❤️