bc

ร้าวเพราะร้าย

book_age18+
232
FOLLOW
1.1K
READ
office/work place
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

มิเชล ไมเนอร์ ยิ้มหน้าบานในขณะที่พาเพื่อนใหม่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธออยากไปมานานแล้ว เธอขอบคุณปันดาวซ้ำมาซ้ำไปในใจอยู่หลายครั้ง เพราะถ้าหากไม่มีปันดาวเธอก็ไม่มีโอกาสเช่นนี้

“มิเชล... ฉันว่า...”

พอรถจอดสนิทปันดาวก็เรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบายใจ มิเชลจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที

“อย่าคิดมากน่า... มาเถอะเชื่อฉัน”

“อืม...”

คนชวนยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า จากนั้นจึงพากันเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของคาสิโน มิเชลแลกชิปพร้อมกับสอนให้ปันดาวเล่นพนันวงล้อแบบง่าย ๆ เพียงครู่เดียวสีหน้ากังวลของปันดาวก็ดีขึ้น เพราะดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอไม่ว่าจะแทงอะไรก็ถูก ทำให้มิเชลรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

“เย่!!”

“ถูกอีกแล้ว!”

สองสาวกรี๊ดลั่นเมื่อวงล้อหมุนมาหยุดตรงที่พวกเธอวางชิปไว้

“ดวงดีจังดาว!”

“เธอลองวางบ้างสิมิเชล”

“แทงอะไรดีนะคราวนี้”

ปากพูดกับเพื่อนแต่สายตาของมิเชลกลับมองสำรวจรอบกาย เพราะหวังว่าจะได้พบใครบางคนที่ทำให้เธอมาที่นี่

“ว้าย!!”

เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเพื่อนทำให้มิเชลหันกลับมามองทันที

“อะไรดาว! เป็นอะไร!”

มิเชลถามด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ปันดาวก็ร้องออกมา

“แกจับก้นฉัน!”

ปันดาวไม่ได้ตอบคำถามของมิเชล แต่เธอหันกลับไปผลักอกของผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมตวาดใส่ด้วยความโกรธ

“แล้วไง... อยากได้เงินเล่นเยอะ ๆ ไหมล่ะ ฉันให้เธอได้นะ”

“ฉันไม่สนเงินของแก!”

เพียะ!!

ปันดาวฟาดฝ่ามือลงที่ซีกแก้มของมันเต็มแรง และนั่นก็เป็นการจุดไฟโทสะของอีกฝ่ายให้ลุกโชน

“อีเลว!”

“แกสิเลว! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!”

มิเชลออกโรงปกป้องเพื่อนอย่างกล้าหาญเพราะเธอเป็นคนพาปันดาวมาที่นี่ แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นมือมาจับหน้าอกโดยไม่ได้ตั้งตัว

“กรี๊ดดด!!!”

“แก!”

สองสาวโผเข้าหาตัวต้นเหตุแล้วช่วยกันตบตีอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ แต่แรงของเธอสองคนก็ยังสู้ผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ดี

“โอ๊ย!”

มิเชลถูกมันผลักออกจนล้มลงไปกองบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของคาสิโนเดินเข้ามา

“จับอีสารเลวสองตัวนี่เดี๋ยวนี้!”

ผู้ชายหน้าด้านใช้สิทธิ์ของลูกค้าประจำสั่งเจ้าหน้าที่ของคาสิโน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปันดาวพยุงมิเชลให้ยืนขึ้น

“ใครกล้าแตะ มิเชล ไมเนอร์ ก็เข้ามา!!”

นามสกุลที่เธอประกาศกร้าวออกไปทำให้คนชั่วถึงกับผงะ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะไม่ชอบบอกกับใครว่าเธอคือคนของตระกูลไมเนอร์ แต่ตอนนี้เธอต้องทำเพราะนามสกุลจะช่วยปกป้องเธอและเพื่อน

“มิเชล!”

เธอหันตามเสียงหนัก ๆ ที่แสนจะคุ้นเคยแล้วจึงพบว่าเป็น ‘เขา’ คนที่เธออยากเจอมากที่สุด

“อาลูซ!!”

ถึงแม้จะรู้ว่าการมาที่นี่มีโอกาสที่จะได้พบกับเขา แต่เมื่อได้พบจริง ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนผิดจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนทำตัวไม่ถูก

“มีอะไรกัน!”

“ไอ้สารเลวนี่มันจับก้นเพื่อนหนู แล้วมันก็จับนมหนูด้วยค่ะ!”

ดวงตาของลูเซียโน่วาววับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก

“ชีวิตแกจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะแกแตะต้องหลานสาวคนเดียวของไคโร!”

คนผิดถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ในหน้าถอดสีจนดูน่าเวทนา เพราะในลาสเวกัสใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลไมเนอร์มีหลานสาวเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคน ครั้งแรกที่มิเชลแนะนำตัวเขาไม่เชื่อแต่กับลูเซียโน่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดีในฐานะผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง มันรู้ดีว่าจะไม่เชื่อไม่ได้

“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของไคโร!”

เพียะ!!

มือเล็กของปันดาวฟาดลงที่ซีกแก้มข้างเดิมของผู้ชายสารเลวอีกครั้ง ในใจเดือดปุด ๆ กับคำพูดน่ารังเกียจของมัน

“ต่อให้ไม่ใช่หลานของไคโรแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้! แกไม่มีสิทธิ์ลวนลามผู้หญิงคนไหนโดยที่เขาไม่เต็มใจทั้งนั้น การกระทำของแกมันคือการกระทำของคนสารเลว รู้ไว้ด้วย!”

“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!”

มิเชลและปันดาวมองหน้ากันเชิงปรึกษาก่อนที่ปันดาวจะพยักหน้าน้อย ๆ

“ไสหัวไป!”

มิเชลตวาดไล่คนที่โค้งคำนับพวกเธอเสียงดังลั่น เมื่อตัดสินใจว่าจะให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้

“อาลูซคะ!”

เธอเรียกลูเซียโน่เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปหลังเหตุการณ์สงบ

“มีอะไร”

เธอรู้สึกจุกในใจเมื่อเขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซ้ำดวงตาก็ยังไร้แววเอ็นดูเหมือนเคย

“หนู... ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ”

“เอาสิ”

ลูเซียโน่ทำท่าลังเลอยู่สักครู่ก็พยักหน้าตกลง ทำเอามิเชลถึงกับลอบถอนใจเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปฏิเสธ

คำพูดมากมายที่ซักซ้อมอยู่ทุกวันเธอกลับพูดมันไม่ออกเมื่อมายืนตรงหน้าเขา ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ พลางคิดไปถึงวันที่เขายังอ่อนโยนกับเธอ

“อามีเวลาไม่มากหรอกนะมิเชล”

เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่เขายังเรียกแทนตัวเองด้วยสรรพนามเดิม ไม่ได้ห่างเหินเหมือนสายตาและท่าทางที่แสดงออก

“หนู... คิดถึงอาลูซค่ะ...”

พอได้พูดประโยคแรกออกไปน้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ลำคอตีบตันจนพูดอะไรต่อไม่ออก

“จะมาคิดถึงอาทำไม ในเมื่อมิเชลก็รู้เต็มอกว่าตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

“แต่หนูกับอาไคโรเป็นคนละคนกันนะคะ หนูยัง... รักอาลูซเหมือนเดิม”

เธอบอกรักลูเซียโน่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากเดิม เพราะสองแก้มอิ่มร้อนผ่าวเกิดความเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“รักเหรอ...”

“ค่ะ”

มิเชลรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน

“หนูรักอาลูซ... รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย”

“มิเชล...”

ลูเซียโน่เรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เธอจะมาบอกรักเขาเช่นนี้

“หนูรักอาลูซมานานแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูคิดว่าหนูรักอาเพราะความใจดี รักเพราะอาตามใจหนู แต่พอหนูอายุสิบห้าหนูถึงรู้ว่ามันไม่ใช่”

เธอสารภาพทุกอย่างกับลูเซียโน่และย้อนนึกถึงวันที่เธอรู้ใจตัวเอง

วันนั้นลูเซียโน่มาหาไคโรที่บ้านแต่ไคโรออกไปข้างนอก เขาจึงนอนรอที่โซฟาและหลับไป เธอจำได้ว่าเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างโซฟาแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มตัวจุมพิตกลีบปากหยักของคนหลับแผ่วเบา เธอทำทุกอย่างราวกับคนละเมอ แต่เมื่อผละอ

chap-preview
Free preview
ร้าวเพราะร้าย...1
มิเชล ไมเนอร์ ยิ้มหน้าบานในขณะที่พาเพื่อนใหม่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธออยากไปมานานแล้ว เธอขอบคุณปันดาวซ้ำมาซ้ำไปในใจอยู่หลายครั้ง เพราะถ้าหากไม่มีปันดาวเธอก็ไม่มีโอกาสเช่นนี้ “มิเชล... ฉันว่า...” พอรถจอดสนิทปันดาวก็เรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบายใจ มิเชลจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที “อย่าคิดมากน่า... มาเถอะเชื่อฉัน” “อืม...” คนชวนยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า จากนั้นจึงพากันเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของคาสิโน มิเชลแลกชิปพร้อมกับสอนให้ปันดาวเล่นพนันวงล้อแบบง่าย ๆ เพียงครู่เดียวสีหน้ากังวลของปันดาวก็ดีขึ้น เพราะดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอไม่ว่าจะแทงอะไรก็ถูก ทำให้มิเชลรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย “เย่!!” “ถูกอีกแล้ว!” สองสาวกรี๊ดลั่นเมื่อวงล้อหมุนมาหยุดตรงที่พวกเธอวางชิปไว้ “ดวงดีจังดาว!” “เธอลองวางบ้างสิมิเชล” “แทงอะไรดีนะคราวนี้” ปากพูดกับเพื่อนแต่สายตาของมิเชลกลับมองสำรวจรอบกาย เพราะหวังว่าจะได้พบใครบางคนที่ทำให้เธอมาที่นี่ “ว้าย!!” เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเพื่อนทำให้มิเชลหันกลับมามองทันที “อะไรดาว! เป็นอะไร!” มิเชลถามด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ปันดาวก็ร้องออกมา “แกจับก้นฉัน!” ปันดาวไม่ได้ตอบคำถามของมิเชล แต่เธอหันกลับไปผลักอกของผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมตวาดใส่ด้วยความโกรธ “แล้วไง... อยากได้เงินเล่นเยอะ ๆ ไหมล่ะ ฉันให้เธอได้นะ” “ฉันไม่สนเงินของแก!” เพียะ!! ปันดาวฟาดฝ่ามือลงที่ซีกแก้มของมันเต็มแรง และนั่นก็เป็นการจุดไฟโทสะของอีกฝ่ายให้ลุกโชน “อีเลว!” “แกสิเลว! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!” มิเชลออกโรงปกป้องเพื่อนอย่างกล้าหาญเพราะเธอเป็นคนพาปันดาวมาที่นี่ แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นมือมาจับหน้าอกโดยไม่ได้ตั้งตัว “กรี๊ดดด!!!” “แก!” สองสาวโผเข้าหาตัวต้นเหตุแล้วช่วยกันตบตีอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ แต่แรงของเธอสองคนก็ยังสู้ผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ดี “โอ๊ย!” มิเชลถูกมันผลักออกจนล้มลงไปกองบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของคาสิโนเดินเข้ามา “จับอีสารเลวสองตัวนี่เดี๋ยวนี้!” ผู้ชายหน้าด้านใช้สิทธิ์ของลูกค้าประจำสั่งเจ้าหน้าที่ของคาสิโน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปันดาวพยุงมิเชลให้ยืนขึ้น “ใครกล้าแตะ มิเชล ไมเนอร์ ก็เข้ามา!!” นามสกุลที่เธอประกาศกร้าวออกไปทำให้คนชั่วถึงกับผงะ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะไม่ชอบบอกกับใครว่าเธอคือคนของตระกูลไมเนอร์ แต่ตอนนี้เธอต้องทำเพราะนามสกุลจะช่วยปกป้องเธอและเพื่อน “มิเชล!” เธอหันตามเสียงหนัก ๆ ที่แสนจะคุ้นเคยแล้วจึงพบว่าเป็น ‘เขา’ คนที่เธออยากเจอมากที่สุด “อาลูซ!!” ถึงแม้จะรู้ว่าการมาที่นี่มีโอกาสที่จะได้พบกับเขา แต่เมื่อได้พบจริง ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนผิดจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนทำตัวไม่ถูก “มีอะไรกัน!” “ไอ้สารเลวนี่มันจับก้นเพื่อนหนู แล้วมันก็จับนมหนูด้วยค่ะ!” ดวงตาของลูเซียโน่วาววับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก “ชีวิตแกจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะแกแตะต้องหลานสาวคนเดียวของไคโร!” คนผิดถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ในหน้าถอดสีจนดูน่าเวทนา เพราะในลาสเวกัสใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลไมเนอร์มีหลานสาวเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคน ครั้งแรกที่มิเชลแนะนำตัวเขาไม่เชื่อแต่กับลูเซียโน่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดีในฐานะผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง มันรู้ดีว่าจะไม่เชื่อไม่ได้ “ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของไคโร!” เพียะ!! มือเล็กของปันดาวฟาดลงที่ซีกแก้มข้างเดิมของผู้ชายสารเลวอีกครั้ง ในใจเดือดปุด ๆ กับคำพูดน่ารังเกียจของมัน “ต่อให้ไม่ใช่หลานของไคโรแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้! แกไม่มีสิทธิ์ลวนลามผู้หญิงคนไหนโดยที่เขาไม่เต็มใจทั้งนั้น การกระทำของแกมันคือการกระทำของคนสารเลว รู้ไว้ด้วย!” “ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!” มิเชลและปันดาวมองหน้ากันเชิงปรึกษาก่อนที่ปันดาวจะพยักหน้าน้อย ๆ “ไสหัวไป!” มิเชลตวาดไล่คนที่โค้งคำนับพวกเธอเสียงดังลั่น เมื่อตัดสินใจว่าจะให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้ “อาลูซคะ!” เธอเรียกลูเซียโน่เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปหลังเหตุการณ์สงบ “มีอะไร” เธอรู้สึกจุกในใจเมื่อเขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซ้ำดวงตาก็ยังไร้แววเอ็นดูเหมือนเคย “หนู... ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ” “เอาสิ” ลูเซียโน่ทำท่าลังเลอยู่สักครู่ก็พยักหน้าตกลง ทำเอามิเชลถึงกับลอบถอนใจเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปฏิเสธ คำพูดมากมายที่ซักซ้อมอยู่ทุกวันเธอกลับพูดมันไม่ออกเมื่อมายืนตรงหน้าเขา ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ พลางคิดไปถึงวันที่เขายังอ่อนโยนกับเธอ “อามีเวลาไม่มากหรอกนะมิเชล” เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่เขายังเรียกแทนตัวเองด้วยสรรพนามเดิม ไม่ได้ห่างเหินเหมือนสายตาและท่าทางที่แสดงออก “หนู... คิดถึงอาลูซค่ะ...” พอได้พูดประโยคแรกออกไปน้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ลำคอตีบตันจนพูดอะไรต่อไม่ออก “จะมาคิดถึงอาทำไม ในเมื่อมิเชลก็รู้เต็มอกว่าตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว” “แต่หนูกับอาไคโรเป็นคนละคนกันนะคะ หนูยัง... รักอาลูซเหมือนเดิม” เธอบอกรักลูเซียโน่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากเดิม เพราะสองแก้มอิ่มร้อนผ่าวเกิดความเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “รักเหรอ...” “ค่ะ” มิเชลรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน “หนูรักอาลูซ... รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย” “มิเชล...” ลูเซียโน่เรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เธอจะมาบอกรักเขาเช่นนี้ “หนูรักอาลูซมานานแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูคิดว่าหนูรักอาเพราะความใจดี รักเพราะอาตามใจหนู แต่พอหนูอายุสิบห้าหนูถึงรู้ว่ามันไม่ใช่” เธอสารภาพทุกอย่างกับลูเซียโน่และย้อนนึกถึงวันที่เธอรู้ใจตัวเอง วันนั้นลูเซียโน่มาหาไคโรที่บ้านแต่ไคโรออกไปข้างนอก เขาจึงนอนรอที่โซฟาและหลับไป เธอจำได้ว่าเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างโซฟาแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มตัวจุมพิตกลีบปากหยักของคนหลับแผ่วเบา เธอทำทุกอย่างราวกับคนละเมอ แต่เมื่อผละออกก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เพราะไคโรกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาตำหนิ “ตามอามานี่!” เธอลุกตามไปทันทีทั้ง ๆ ที่ในใจทั้งสั่นกลัว ทั้งยังซาบซ่าบกับสัมผัสที่เพิ่งได้เรียนรู้ “หนูทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า” “หนู... รักอาลูซค่ะ” “หนูยังเด็กมากนะมิเชล หนู...” “หนูรู้จักหัวใจตัวเองดีค่ะ หนูรักอาลูซจริง ๆ” คนเป็นอาถอนใจอย่างหนักอกเมื่อหลานสาวยืนกรานในความรู้สึกของตัวเอง “โอเค ๆ หนูอาจจะรักลูซจริง แต่มันยังไม่ถึงวัยของหนู เพราะฉะนั้นหนูต้องทำทุกอย่างให้เป็นปกติ อย่าทำให้อาลูซอึดอัดเข้าใจไหม” “แสดงว่าหนูรักอาลูซได้ใช่ไหมคะ” “ได้สิ ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ ขอแค่ตอนนี้อย่าแสดงออกจนอาลูซเขาอึดอัด เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมหนูค่อยบอกกับเขา” “ค่ะ หนูจะไม่เปลี่ยนใจแน่” “แล้ว... ถ้าเขาไม่รักตอบล่ะ” “ก็คงผิดหวัง แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะหนูรับได้” ทุก ๆ คำพูดเธอยังจำมันได้ดี และวันนี้มิเชลก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าไม่ว่าลูเซียโน่จะรักตอบหรือไม่เธอก็พร้อมที่จะยอมรับ ขอเพียงแค่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น “อาไม่ใช่คนดีอะไร หนูคิดใหม่เถอะมิเชล” “ห้าปีแล้วค่ะ ห้าปีที่หนูพยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเอง แต่สุดท้ายคำตอบมันก็ชัดเจนทุกครั้งว่าหนูรักอาลูซ อาลูซไม่จำเป็นต้องรักหนูหรอกนะคะ ที่หนูบอกก็เพราะว่าอยากให้อารับรู้เท่านั้น” ลูเซียโน่อึ้งซ้ำ ๆ เมื่อมิเชลย้ำคำ แต่ในตอนที่กำลังจะปฏิเสธความรักของเธอ ความคิดชั่วร้ายกลับวาบเข้ามาในสมอง “ถ้างั้นใจเราก็ตรงกันแล้วล่ะ” “อะ... อาว่าไงนะคะ” เธอถามตะกุกตะกักหัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก “อาก็... รักหนูเหมือนกัน แต่ด้วยสถานะ ด้วยวัย อาทำได้แค่เก็บมันเอาไว้เงียบ ๆ คนเดียว” “อาลูซ...” คราวนี้เป็นมิเชลบ้างที่เป็นฝ่ายตกตะลึง สิ่งที่เธอได้ยินมันเกินกว่าที่วาดหวังเอาไว้มาก ๆ เพราะเธอไม่เคยคิดว่าลูเซียโน่เองก็จะรักเธอเช่นกัน “แล้ว... ยังไงดีล่ะ” “เราลองคบกันดีไหมคะ!” แกมันใจง่ายเกินไปแล้วมิเชล! เสียงหนึ่งตะโกนก้องในหู แต่ตอนนี้มิเชลไม่สนอะไรนอกจากการทำตามหัวใจตัวเอง “หืม... เอางั้นเหรอ อาว่าไคโรคงจะไม่พอใจนะที่...” “นี่มันเรื่องของเราค่ะ อาลูซกับอาไคโรมีปัญหากัน แต่หนูไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย” “หึ หึ เด็กดื้อเอ๊ย...” ลูเซียโน่หัวเราะในลำคอแล้วยื่นมือมาโยกศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู ทำเอามิเชลเคลิ้มฝันเมื่อเขากลับมาอ่อนโยนกับเธออีกครั้ง ร่างเล็กนอนกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างมีความสุข ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มกระจ่างตา ยิ่งนึกถึงคำพูดหวาน ๆ ของลูเซียโน่ที่เพิ่งวางสายไป ดวงตากลมก็ยิ่งระยิบระยับเป็นประกาย มิเชลรู้ดีว่ารอยบาดหมางระหว่างไคโรและลูเซียโน่ใหญ่พอสมควร แต่เธอก็มั่นใจว่าเธอจะช่วยให้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนรักกันได้ เพราะอาไคโรของเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะลูเซียโน่ทิฐิมากเกินไป และเธอนี่แหละจะใช้ความรักทำให้เขายอมอ่อนลง “ยิ้มอะไรจ๊ะ นัยน์ตาเพ้อฝัน มีความรักเหรอเราน่ะ” คุณโซเฟียทรุดนั่งที่ขอบเตียงพลางมองหลานสาวอย่างพิจารณา “เปล่าค่ะ ถูกคุมเข้มทุกฝีก้าวแบบนี้จะมีแฟนยังไงได้” “ทำไมจะมีไม่ได้ล่ะ ย่าไม่ได้ตีกรอบขนาดนั้นสักหน่อย” “เหรอ... คะ” “มาทำเสียงประชดอีก ดื้อจริง ๆ เลยเรา” “ไม่ได้ดื้อค่ะ คุณย่าขา...” “หืม...” “พรุ่งนี้หนูขอไปหาอาไคโรอีกนะคะ” “ไปทำไม เมื่อก่อนย่าใช้ให้ไปดูอายังไม่อยากจะไปเลย” “ให้อาไคโร... เอ่อ... สอนเรื่องเรียนนิดหน่อยค่ะ ช่วงนี้เข้มมากเลย” “ขยันขนาดนั้นเชียว” “จริง ๆ นะคะ ไม่เชื่อย่าโทรหาอาไรโรได้เลย” มิเชลท้าทายเพราะรู้ดีว่าไคโรต้องช่วยเธอปิดบัง เนื่องจากเขาเข้าใจว่าเธออยากไปเที่ยวเล่นกับปันดาว แฟนสาวของเขาซึ่งผู้เป็นย่าของเธอต้องไม่ชอบใจแน่ ๆ หากรู้เข้า “ย่ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย จะไปหาอาก็ไป ไม่ได้ไปเกเรที่ไหนสักหน่อย” “ค่า...” มิเชลกอดร่างท้วมของย่าแน่นซึ่งคุณย่าก็กอดตอบเธอเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพราะย่าของเธอไม่ยอมรับแม่ แต่เธอไม่เคยขาดความรัก เพราะทั้งย่า อาไคโร และพ่อแม่ที่มาเยี่ยมเยียนทุกครั้งที่มีโอกาส ให้ทั้งความรักและความอบอุ่นกับเธอจนมากเกินพอ … (หลายวันต่อมา) ทุก ๆ ครั้งที่มิเชลจะออกไปพบลูเซียโน่จะต้องรับปันดาวไปเป็นใบเบิกทางให้ทุกครั้ง เธอบอกกับปันดาวว่าเธอกับลูเซียโน่รักกันแต่ไคโรไม่ชอบเขาจึงต้องปิดบัง มิเชลจงใจปิดบังเพื่อนและบอกความจริงแค่บางส่วน ด้วยกลัวว่าปันดาวจะไม่ยอมช่วยเหลือเธอ “โรงแรมที่นี่ของคุณเหรอคะ” ปันดาวเอ่ยถามในขณะที่ทั้งสามคนกำลังนั่งจิบกาแฟในร้านเบเกอรี่ของโรงแรม “มีหุ้นน่ะแต่ไม่ได้บริหารเอง งานหลักของผมคือส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด” “อ้อ...” “วันนี้อยากไปเที่ยวไหนกันเป็นพิเศษไหม” “คือ... วันนี้ฉันปวดหัวค่ะ ไม่อยากไปไหนเลย” มิเชลรีบขยับเข้าหาเมื่อปันดาวบอกว่าปวดหัว “ดาวปวดหัวเหรอ ทำไมไม่บอกจะได้ไม่ต้องออกมา” “ไม่เป็นไร” “งั้นวันนี้เรากลับกันเลยนะ ดาวจะได้กลับไปพักผ่อน” มิเชลบอกอย่างห่วงใย เพราะเธอไม่รู้เลยว่าปันดาวไม่ได้ปวดหัวจริง ๆ เพียงแต่รู้สึกอึดอัดที่ต้องมานั่งฟังคนจีบกันทุกครั้งไป ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่เธอคิดว่ามันคือเรื่องระหว่างคนสองคน และเธอควรปล่อยให้มิเชลได้ใช้เวลากับคนรักของเธอตามลำพังบ้าง “เราเพิ่งออกมายังไม่ได้สองชั่วโมงเลยนะมิเชล” “แต่เธอไม่สบายฉันเป็นห่วง” “ฉัน... ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รบกวนคุณลูซเปิดห้องให้ฉันพักผ่อนสักห้องก็พอ” “ได้เลยดาว ผมจัดการให้เลยนะ” ลูเซียโน่รับคำอย่างรวดเร็วเพราะนั่นคือสิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด “เดี๋ยวค่ะอาลูซ” มิเชลร้องห้ามเมื่อลูเซียโน่ลุกขึ้นหมายจะตรงไปจัดการเรื่องห้องพัก “ไปจัดการเถอะค่ะ ฉันอยากพักสักหน่อย” “ได้สิ” พอเหลือกันแค่สองคนมิเชลก็เริ่มบ่นที่ปันดาวตัดสินใจอย่างนั้น “เราน่าจะกลับกันนะดาว ฉันน่ะไม่ได้ติดผู้ชายจนมองข้ามความเจ็บปวดของเพื่อนนะ” “ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยยยย...” ปันดาวลากเสียงยาวพร้อมเผยยิ้มซุกซน “ฉันแค่อยากให้เธอมีเวลาส่วนตัวบ้างไง ทุกครั้งฉันต้องมานั่งฟังคนจีบกันเอียนจะแย่” “ดาวอะ!” มิเชลผลักต้นแขนเพื่อนเบา ๆ พร้อมอมยิ้มเขินอาย “เต็มที่เลยนะ ใช้เวลาให้คุ้มค่า ฉันจะนอนสบาย ๆ ในห้อง” “จะดีเหรอ...” “เธออยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับอาลูซของเธอตามลำพังไหมล่ะ” “ก็...” มิเชลพยักหน้ายอมรับแบบเขิน ๆ เพราะเธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากจะไปไหนมาไหนกับลูเซียโน่ตามประสาคนรักบ้าง “งั้นก็ไม่มีไรต้องห่วง ไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะฉันสะดวกนอนรออยู่ในห้องหรู สั่งอาหารแพง ๆ มากินดีกว่าตามไปเป็นส่วนเกินความรักของคนอื่น” “ฟังดู...” “อะ ๆ เปลี่ยนเป็น ฉันอยากนั่งเล่นนอนเล่น กินของอร่อยดีกว่าไปเป็นก้างขวางคอใคร... ดีขึ้นไหม” “หึ!” สองสาวมองหน้าก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ถึงแม้คำพูดของปันดาวจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่มิเชลรู้ดีว่าอีกฝ่ายเจตนาดีกับเธอ “ขอบใจนะดาว ถ้าไม่มีเธอฉันคงไม่มีโอกาสแบบนี้เลย” “คิดมากน่า... ความรักเป็นสิ่งสวยงาม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องคิดมาก และไม่ต้องกังวลเพราะฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด อาของเธอจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้จากปากฉันแน่นอน” “ขอบใจจริง ๆ นะ” ถึงแม้จะคบหาเป็นเพื่อนเพียงไม่นานแต่มิเชลรับรู้ได้ถึงความจริงใจของปันดาว และเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้พบเพื่อนคนนี้

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook