มิเชล ไมเนอร์ ยิ้มหน้าบานในขณะที่พาเพื่อนใหม่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธออยากไปมานานแล้ว เธอขอบคุณปันดาวซ้ำมาซ้ำไปในใจอยู่หลายครั้ง เพราะถ้าหากไม่มีปันดาวเธอก็ไม่มีโอกาสเช่นนี้
“มิเชล... ฉันว่า...”
พอรถจอดสนิทปันดาวก็เรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบายใจ มิเชลจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที
“อย่าคิดมากน่า... มาเถอะเชื่อฉัน”
“อืม...”
คนชวนยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า จากนั้นจึงพากันเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของคาสิโน มิเชลแลกชิปพร้อมกับสอนให้ปันดาวเล่นพนันวงล้อแบบง่าย ๆ เพียงครู่เดียวสีหน้ากังวลของปันดาวก็ดีขึ้น เพราะดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอไม่ว่าจะแทงอะไรก็ถูก ทำให้มิเชลรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย
“เย่!!”
“ถูกอีกแล้ว!”
สองสาวกรี๊ดลั่นเมื่อวงล้อหมุนมาหยุดตรงที่พวกเธอวางชิปไว้
“ดวงดีจังดาว!”
“เธอลองวางบ้างสิมิเชล”
“แทงอะไรดีนะคราวนี้”
ปากพูดกับเพื่อนแต่สายตาของมิเชลกลับมองสำรวจรอบกาย เพราะหวังว่าจะได้พบใครบางคนที่ทำให้เธอมาที่นี่
“ว้าย!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเพื่อนทำให้มิเชลหันกลับมามองทันที
“อะไรดาว! เป็นอะไร!”
มิเชลถามด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ปันดาวก็ร้องออกมา
“แกจับก้นฉัน!”
ปันดาวไม่ได้ตอบคำถามของมิเชล แต่เธอหันกลับไปผลักอกของผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมตวาดใส่ด้วยความโกรธ
“แล้วไง... อยากได้เงินเล่นเยอะ ๆ ไหมล่ะ ฉันให้เธอได้นะ”
“ฉันไม่สนเงินของแก!”
เพียะ!!
ปันดาวฟาดฝ่ามือลงที่ซีกแก้มของมันเต็มแรง และนั่นก็เป็นการจุดไฟโทสะของอีกฝ่ายให้ลุกโชน
“อีเลว!”
“แกสิเลว! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!”
มิเชลออกโรงปกป้องเพื่อนอย่างกล้าหาญเพราะเธอเป็นคนพาปันดาวมาที่นี่ แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นมือมาจับหน้าอกโดยไม่ได้ตั้งตัว
“กรี๊ดดด!!!”
“แก!”
สองสาวโผเข้าหาตัวต้นเหตุแล้วช่วยกันตบตีอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ แต่แรงของเธอสองคนก็ยังสู้ผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ดี
“โอ๊ย!”
มิเชลถูกมันผลักออกจนล้มลงไปกองบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของคาสิโนเดินเข้ามา
“จับอีสารเลวสองตัวนี่เดี๋ยวนี้!”
ผู้ชายหน้าด้านใช้สิทธิ์ของลูกค้าประจำสั่งเจ้าหน้าที่ของคาสิโน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปันดาวพยุงมิเชลให้ยืนขึ้น
“ใครกล้าแตะ มิเชล ไมเนอร์ ก็เข้ามา!!”
นามสกุลที่เธอประกาศกร้าวออกไปทำให้คนชั่วถึงกับผงะ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะไม่ชอบบอกกับใครว่าเธอคือคนของตระกูลไมเนอร์ แต่ตอนนี้เธอต้องทำเพราะนามสกุลจะช่วยปกป้องเธอและเพื่อน
“มิเชล!”
เธอหันตามเสียงหนัก ๆ ที่แสนจะคุ้นเคยแล้วจึงพบว่าเป็น ‘เขา’ คนที่เธออยากเจอมากที่สุด
“อาลูซ!!”
ถึงแม้จะรู้ว่าการมาที่นี่มีโอกาสที่จะได้พบกับเขา แต่เมื่อได้พบจริง ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนผิดจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนทำตัวไม่ถูก
“มีอะไรกัน!”
“ไอ้สารเลวนี่มันจับก้นเพื่อนหนู แล้วมันก็จับนมหนูด้วยค่ะ!”
ดวงตาของลูเซียโน่วาววับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก
“ชีวิตแกจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะแกแตะต้องหลานสาวคนเดียวของไคโร!”
คนผิดถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ในหน้าถอดสีจนดูน่าเวทนา เพราะในลาสเวกัสใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลไมเนอร์มีหลานสาวเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคน ครั้งแรกที่มิเชลแนะนำตัวเขาไม่เชื่อแต่กับลูเซียโน่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดีในฐานะผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง มันรู้ดีว่าจะไม่เชื่อไม่ได้
“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของไคโร!”
เพียะ!!
มือเล็กของปันดาวฟาดลงที่ซีกแก้มข้างเดิมของผู้ชายสารเลวอีกครั้ง ในใจเดือดปุด ๆ กับคำพูดน่ารังเกียจของมัน
“ต่อให้ไม่ใช่หลานของไคโรแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้! แกไม่มีสิทธิ์ลวนลามผู้หญิงคนไหนโดยที่เขาไม่เต็มใจทั้งนั้น การกระทำของแกมันคือการกระทำของคนสารเลว รู้ไว้ด้วย!”
“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!”
มิเชลและปันดาวมองหน้ากันเชิงปรึกษาก่อนที่ปันดาวจะพยักหน้าน้อย ๆ
“ไสหัวไป!”
มิเชลตวาดไล่คนที่โค้งคำนับพวกเธอเสียงดังลั่น เมื่อตัดสินใจว่าจะให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้
“อาลูซคะ!”
เธอเรียกลูเซียโน่เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปหลังเหตุการณ์สงบ
“มีอะไร”
เธอรู้สึกจุกในใจเมื่อเขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซ้ำดวงตาก็ยังไร้แววเอ็นดูเหมือนเคย
“หนู... ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ”
“เอาสิ”
ลูเซียโน่ทำท่าลังเลอยู่สักครู่ก็พยักหน้าตกลง ทำเอามิเชลถึงกับลอบถอนใจเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปฏิเสธ
คำพูดมากมายที่ซักซ้อมอยู่ทุกวันเธอกลับพูดมันไม่ออกเมื่อมายืนตรงหน้าเขา ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ พลางคิดไปถึงวันที่เขายังอ่อนโยนกับเธอ
“อามีเวลาไม่มากหรอกนะมิเชล”
เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่เขายังเรียกแทนตัวเองด้วยสรรพนามเดิม ไม่ได้ห่างเหินเหมือนสายตาและท่าทางที่แสดงออก
“หนู... คิดถึงอาลูซค่ะ...”
พอได้พูดประโยคแรกออกไปน้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ลำคอตีบตันจนพูดอะไรต่อไม่ออก
“จะมาคิดถึงอาทำไม ในเมื่อมิเชลก็รู้เต็มอกว่าตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
“แต่หนูกับอาไคโรเป็นคนละคนกันนะคะ หนูยัง... รักอาลูซเหมือนเดิม”
เธอบอกรักลูเซียโน่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากเดิม เพราะสองแก้มอิ่มร้อนผ่าวเกิดความเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“รักเหรอ...”
“ค่ะ”
มิเชลรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน
“หนูรักอาลูซ... รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย”
“มิเชล...”
ลูเซียโน่เรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เธอจะมาบอกรักเขาเช่นนี้
“หนูรักอาลูซมานานแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูคิดว่าหนูรักอาเพราะความใจดี รักเพราะอาตามใจหนู แต่พอหนูอายุสิบห้าหนูถึงรู้ว่ามันไม่ใช่”
เธอสารภาพทุกอย่างกับลูเซียโน่และย้อนนึกถึงวันที่เธอรู้ใจตัวเอง
วันนั้นลูเซียโน่มาหาไคโรที่บ้านแต่ไคโรออกไปข้างนอก เขาจึงนอนรอที่โซฟาและหลับไป เธอจำได้ว่าเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างโซฟาแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มตัวจุมพิตกลีบปากหยักของคนหลับแผ่วเบา เธอทำทุกอย่างราวกับคนละเมอ แต่เมื่อผละออกก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เพราะไคโรกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาตำหนิ
“ตามอามานี่!”
เธอลุกตามไปทันทีทั้ง ๆ ที่ในใจทั้งสั่นกลัว ทั้งยังซาบซ่าบกับสัมผัสที่เพิ่งได้เรียนรู้
“หนูทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า”
“หนู... รักอาลูซค่ะ”
“หนูยังเด็กมากนะมิเชล หนู...”
“หนูรู้จักหัวใจตัวเองดีค่ะ หนูรักอาลูซจริง ๆ”
คนเป็นอาถอนใจอย่างหนักอกเมื่อหลานสาวยืนกรานในความรู้สึกของตัวเอง
“โอเค ๆ หนูอาจจะรักลูซจริง แต่มันยังไม่ถึงวัยของหนู เพราะฉะนั้นหนูต้องทำทุกอย่างให้เป็นปกติ อย่าทำให้อาลูซอึดอัดเข้าใจไหม”
“แสดงว่าหนูรักอาลูซได้ใช่ไหมคะ”
“ได้สิ ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ ขอแค่ตอนนี้อย่าแสดงออกจนอาลูซเขาอึดอัด เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมหนูค่อยบอกกับเขา”
“ค่ะ หนูจะไม่เปลี่ยนใจแน่”
“แล้ว... ถ้าเขาไม่รักตอบล่ะ”
“ก็คงผิดหวัง แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะหนูรับได้”
ทุก ๆ คำพูดเธอยังจำมันได้ดี และวันนี้มิเชลก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าไม่ว่าลูเซียโน่จะรักตอบหรือไม่เธอก็พร้อมที่จะยอมรับ ขอเพียงแค่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น
“อาไม่ใช่คนดีอะไร หนูคิดใหม่เถอะมิเชล”
“ห้าปีแล้วค่ะ ห้าปีที่หนูพยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเอง แต่สุดท้ายคำตอบมันก็ชัดเจนทุกครั้งว่าหนูรักอาลูซ อาลูซไม่จำเป็นต้องรักหนูหรอกนะคะ ที่หนูบอกก็เพราะว่าอยากให้อารับรู้เท่านั้น”
ลูเซียโน่อึ้งซ้ำ ๆ เมื่อมิเชลย้ำคำ แต่ในตอนที่กำลังจะปฏิเสธความรักของเธอ ความคิดชั่วร้ายกลับวาบเข้ามาในสมอง
“ถ้างั้นใจเราก็ตรงกันแล้วล่ะ”
“อะ... อาว่าไงนะคะ”
เธอถามตะกุกตะกักหัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
“อาก็... รักหนูเหมือนกัน แต่ด้วยสถานะ ด้วยวัย อาทำได้แค่เก็บมันเอาไว้เงียบ ๆ คนเดียว”
“อาลูซ...”
คราวนี้เป็นมิเชลบ้างที่เป็นฝ่ายตกตะลึง สิ่งที่เธอได้ยินมันเกินกว่าที่วาดหวังเอาไว้มาก ๆ เพราะเธอไม่เคยคิดว่าลูเซียโน่เองก็จะรักเธอเช่นกัน
“แล้ว... ยังไงดีล่ะ”
“เราลองคบกันดีไหมคะ!”
แกมันใจง่ายเกินไปแล้วมิเชล!
เสียงหนึ่งตะโกนก้องในหู แต่ตอนนี้มิเชลไม่สนอะไรนอกจากการทำตามหัวใจตัวเอง
“หืม... เอางั้นเหรอ อาว่าไคโรคงจะไม่พอใจนะที่...”
“นี่มันเรื่องของเราค่ะ อาลูซกับอาไคโรมีปัญหากัน แต่หนูไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย”
“หึ หึ เด็กดื้อเอ๊ย...”
ลูเซียโน่หัวเราะในลำคอแล้วยื่นมือมาโยกศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู ทำเอามิเชลเคลิ้มฝันเมื่อเขากลับมาอ่อนโยนกับเธออีกครั้ง
ร่างเล็กนอนกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างมีความสุข ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มกระจ่างตา ยิ่งนึกถึงคำพูดหวาน ๆ ของลูเซียโน่ที่เพิ่งวางสายไป ดวงตากลมก็ยิ่งระยิบระยับเป็นประกาย
มิเชลรู้ดีว่ารอยบาดหมางระหว่างไคโรและลูเซียโน่ใหญ่พอสมควร แต่เธอก็มั่นใจว่าเธอจะช่วยให้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนรักกันได้ เพราะอาไคโรของเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะลูเซียโน่ทิฐิมากเกินไป และเธอนี่แหละจะใช้ความรักทำให้เขายอมอ่อนลง
“ยิ้มอะไรจ๊ะ นัยน์ตาเพ้อฝัน มีความรักเหรอเราน่ะ”
คุณโซเฟียทรุดนั่งที่ขอบเตียงพลางมองหลานสาวอย่างพิจารณา
“เปล่าค่ะ ถูกคุมเข้มทุกฝีก้าวแบบนี้จะมีแฟนยังไงได้”
“ทำไมจะมีไม่ได้ล่ะ ย่าไม่ได้ตีกรอบขนาดนั้นสักหน่อย”
“เหรอ... คะ”
“มาทำเสียงประชดอีก ดื้อจริง ๆ เลยเรา”
“ไม่ได้ดื้อค่ะ คุณย่าขา...”
“หืม...”
“พรุ่งนี้หนูขอไปหาอาไคโรอีกนะคะ”
“ไปทำไม เมื่อก่อนย่าใช้ให้ไปดูอายังไม่อยากจะไปเลย”
“ให้อาไคโร... เอ่อ... สอนเรื่องเรียนนิดหน่อยค่ะ ช่วงนี้เข้มมากเลย”
“ขยันขนาดนั้นเชียว”
“จริง ๆ นะคะ ไม่เชื่อย่าโทรหาอาไรโรได้เลย”
มิเชลท้าทายเพราะรู้ดีว่าไคโรต้องช่วยเธอปิดบัง เนื่องจากเขาเข้าใจว่าเธออยากไปเที่ยวเล่นกับปันดาว แฟนสาวของเขาซึ่งผู้เป็นย่าของเธอต้องไม่ชอบใจแน่ ๆ หากรู้เข้า
“ย่ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย จะไปหาอาก็ไป ไม่ได้ไปเกเรที่ไหนสักหน่อย”
“ค่า...”
มิเชลกอดร่างท้วมของย่าแน่นซึ่งคุณย่าก็กอดตอบเธอเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพราะย่าของเธอไม่ยอมรับแม่ แต่เธอไม่เคยขาดความรัก เพราะทั้งย่า อาไคโร และพ่อแม่ที่มาเยี่ยมเยียนทุกครั้งที่มีโอกาส ให้ทั้งความรักและความอบอุ่นกับเธอจนมากเกินพอ
…
(หลายวันต่อมา)
ทุก ๆ ครั้งที่มิเชลจะออกไปพบลูเซียโน่จะต้องรับปันดาวไปเป็นใบเบิกทางให้ทุกครั้ง เธอบอกกับปันดาวว่าเธอกับลูเซียโน่รักกันแต่ไคโรไม่ชอบเขาจึงต้องปิดบัง มิเชลจงใจปิดบังเพื่อนและบอกความจริงแค่บางส่วน ด้วยกลัวว่าปันดาวจะไม่ยอมช่วยเหลือเธอ
“โรงแรมที่นี่ของคุณเหรอคะ”
ปันดาวเอ่ยถามในขณะที่ทั้งสามคนกำลังนั่งจิบกาแฟในร้านเบเกอรี่ของโรงแรม
“มีหุ้นน่ะแต่ไม่ได้บริหารเอง งานหลักของผมคือส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด”
“อ้อ...”
“วันนี้อยากไปเที่ยวไหนกันเป็นพิเศษไหม”
“คือ... วันนี้ฉันปวดหัวค่ะ ไม่อยากไปไหนเลย”
มิเชลรีบขยับเข้าหาเมื่อปันดาวบอกว่าปวดหัว
“ดาวปวดหัวเหรอ ทำไมไม่บอกจะได้ไม่ต้องออกมา”
“ไม่เป็นไร”
“งั้นวันนี้เรากลับกันเลยนะ ดาวจะได้กลับไปพักผ่อน”
มิเชลบอกอย่างห่วงใย เพราะเธอไม่รู้เลยว่าปันดาวไม่ได้ปวดหัวจริง ๆ เพียงแต่รู้สึกอึดอัดที่ต้องมานั่งฟังคนจีบกันทุกครั้งไป ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่เธอคิดว่ามันคือเรื่องระหว่างคนสองคน และเธอควรปล่อยให้มิเชลได้ใช้เวลากับคนรักของเธอตามลำพังบ้าง
“เราเพิ่งออกมายังไม่ได้สองชั่วโมงเลยนะมิเชล”
“แต่เธอไม่สบายฉันเป็นห่วง”
“ฉัน... ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รบกวนคุณลูซเปิดห้องให้ฉันพักผ่อนสักห้องก็พอ”
“ได้เลยดาว ผมจัดการให้เลยนะ”
ลูเซียโน่รับคำอย่างรวดเร็วเพราะนั่นคือสิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด
“เดี๋ยวค่ะอาลูซ”
มิเชลร้องห้ามเมื่อลูเซียโน่ลุกขึ้นหมายจะตรงไปจัดการเรื่องห้องพัก
“ไปจัดการเถอะค่ะ ฉันอยากพักสักหน่อย”
“ได้สิ”
พอเหลือกันแค่สองคนมิเชลก็เริ่มบ่นที่ปันดาวตัดสินใจอย่างนั้น
“เราน่าจะกลับกันนะดาว ฉันน่ะไม่ได้ติดผู้ชายจนมองข้ามความเจ็บปวดของเพื่อนนะ”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยยยย...”
ปันดาวลากเสียงยาวพร้อมเผยยิ้มซุกซน
“ฉันแค่อยากให้เธอมีเวลาส่วนตัวบ้างไง ทุกครั้งฉันต้องมานั่งฟังคนจีบกันเอียนจะแย่”
“ดาวอะ!”
มิเชลผลักต้นแขนเพื่อนเบา ๆ พร้อมอมยิ้มเขินอาย
“เต็มที่เลยนะ ใช้เวลาให้คุ้มค่า ฉันจะนอนสบาย ๆ ในห้อง”
“จะดีเหรอ...”
“เธออยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับอาลูซของเธอตามลำพังไหมล่ะ”
“ก็...”
มิเชลพยักหน้ายอมรับแบบเขิน ๆ เพราะเธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากจะไปไหนมาไหนกับลูเซียโน่ตามประสาคนรักบ้าง
“งั้นก็ไม่มีไรต้องห่วง ไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะฉันสะดวกนอนรออยู่ในห้องหรู สั่งอาหารแพง ๆ มากินดีกว่าตามไปเป็นส่วนเกินความรักของคนอื่น”
“ฟังดู...”
“อะ ๆ เปลี่ยนเป็น ฉันอยากนั่งเล่นนอนเล่น กินของอร่อยดีกว่าไปเป็นก้างขวางคอใคร... ดีขึ้นไหม”
“หึ!”
สองสาวมองหน้าก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ถึงแม้คำพูดของปันดาวจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่มิเชลรู้ดีว่าอีกฝ่ายเจตนาดีกับเธอ
“ขอบใจนะดาว ถ้าไม่มีเธอฉันคงไม่มีโอกาสแบบนี้เลย”
“คิดมากน่า... ความรักเป็นสิ่งสวยงาม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องคิดมาก และไม่ต้องกังวลเพราะฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด อาของเธอจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้จากปากฉันแน่นอน”
“ขอบใจจริง ๆ นะ”
ถึงแม้จะคบหาเป็นเพื่อนเพียงไม่นานแต่มิเชลรับรู้ได้ถึงความจริงใจของปันดาว และเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้พบเพื่อนคนนี้