บทนำ
บทนำ
หนีรัก! หึ! บางทีฉันก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้เหมือนกันที่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงธรรมดา ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ว่าจะมองยังคนแบบยัยนั้นไม่มีอะไรจะเอามาเทียบกับฉันได้เลย ฉันคือเบลญ่า!!!!! ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง!!!!! แต่ทำไม!!!!!! ทำไมคนอย่างฉันต้องมาแพ้ให้ยัยเด็กนั้น!!!!!!
“กลับมาแล้วหรอคนสวยเป็นไงบ้างไปอยู่ที่นั้นเหงามั้ย แล้วไม่คิดถึงป๊าเลยหรือไงถึงได้เงียบหายไปไม่โทรหาป๊าเลย”
“เบลคิดถึงป๊าจะแย่นั่งนับวันรอกลับบ้านทุกวันเลยนะ แต่ที่มหาลัยในเมกาการแข่งขันสูงเกินไปเบลต้องเรียนหนักทุกวันไม่มีเวลาโทรหาป๊าเลย”
พร้อมกับคำตอบนั้นฉันก็รีบเหลียวไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทให้สงบปากสงบคำ อย่าได้หลุดปากบอกกับพ่อฉันเป็นอันขาดว่าตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมาฉันไม่ได้อยู่อเมริกาตามที่ป๊าเข้าใจ
“แล้วป๊าละคะเป็นไงบ้างสบายดีหรือเปล่า เบลไม่อยู่ไม่ใช่ว่าเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาคิดถึงลูกสาวคนนี้นะคะ”
ฉันรู้นิสัยพ่อของฉันดีถึงจะรักฉันมากแค่ไหน แต่งานก็ต้องมาก่อนเรื่องนี้ฉันทำใจมาตั้งแต่เด็กๆแล้วละจะทำไงได้ละใครใช้ให้ฉันเกิดมาเป็นคุณหนูเบลญ่าที่มีพ่อเป็นถึงนักธุรกิจแถวหน้าของฮ่องกงแม้ว่าจะไม่ได้เชิดฉายเหมือนของไดม่อนแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำให้ฉันลำบากเผลอ ๆ สบายกว่าคนอื่นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!
“พูดอะไรอย่างนั้นละคะคนสวยของป๊า ป๊าคิดถึงหนูทุกวินาทีเลยนะ”
“เบลก็คิดถึงป๊าทุกวินาทีเหมือนกันค่ะ”
พ่อคือทุกอย่างของฉัน เป็นคนเดียวที่ฉันรักมากที่สุด อย่าถามหาแม่ของฉันนะเพราะฉันไม่อยากจะพูดถึงผู้หญิงคนนั้น!!!!!! คนที่ทิ้งฉันกับพ่อไปอย่างเลือดเย็น ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นฉันไม่นับว่าเธอเป็นแม่ฉันหรอก!!!!
‘นายครับ….’
ระหว่างที่ฉันกำลังได้คุยกับพ่อสนุกๆ ลูกน้องของพ่อถ้าเทียบแล้วเขาก็เหมือนลุงของฉันนั้นแหละ ฉันเห็นเขามาตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ มือขวาคนสนิทของพ่อเลยนะคนนี้มีพ่อฉันที่ไหนก็ต้องมีลุงคนนี้ที่นั้นเรียกได้ว่าเป็นเงาตามติดเลยก็ว่าได้
“มีอะไร!!!”
“เอ้อ….งั้นเบลออกไปก่อนนะป๊า สงสัยคุณชเวจะมีเรื่องด่วนกับป๊า”
สายตาของลุงชเวที่มองฉันพอจะเดาออกอยู่ว่ามีเรื่องสำคัญกับพ่อฉันแล้วก็คงเป็นเรื่องที่ฉันเองก็คงรู้ไม่ได้ปกติฉันก็ไม่เคยได้รู้อะไรเกี่ยวกับงานที่พ่อทำอยู่แล้วตั้งแต่เด็กจนโตฉันก็คิดมาตลอดไม่ว่าพ่อจะทำงานเกี่ยวกับอะไรฉันก็ไม่เคยสนใจยังไงซะฉันก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ
“คุณหนูครับ ผมมีเรื่องอยากถามครับ”
ระหว่างทางเดินออกมาจากห้องทำงานพ่อได้ไม่นาน ลูกน้องคนสนิทของฉันอย่างคริสโตเฟอร์ก็วิ่งเข้ามาประชิดตัว เหมือนมีเรื่องสำคัญที่คนอื่นห้ามรู้เด็ดขาด!!
“มีอะไรก็รีบๆพูดมา ฉันอยากพัก!”
“ครับ! ผมอยากรู้ว่าผู้ชายที่อยู่กับคุณหนูวันนั้นเขาเป็นใครครับ”
O_O!!!!!!!!!!!!!!
“นายเห็น????”
“…………….” คริสโตเฟอร์ก้มหน้าลงแต่ก็แอบเงยหน้ามามองสีหน้าฉัน
หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นที่ได้ยินคำถามนั้นจากคนตรงหน้าฉันเหลียวกลับไปมองห้องทำงานพ่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครได้ยินเรื่องเมื่อกี้ก่อนที่ฉันจะลากลูกน้องคนสนิทอย่างคริสออกมา
“นายเห็นอะไรเล่ามาให้หมด ทุกอย่าง!!!!!”
“เอ้อ~~~ผมไม่ได้ตั้งใจจะมองนะครับ”
“ตอบที่ฉันถามอะไรที่ฉันไม่ได้ถาม อย่าสะเออะ!!!!!”
“ขอโทษครับ! คือวันนั้นนายให้ผมไปรอรับคุณหนูที่สนามบินแล้วผมเห็นคุณหนูคุยกับผู้ชายคนหนึ่งเหมือนจะสนิทกัน”
“แล้ว?”
“ผมแค่แปลกใจปกติคุณหนูไม่ใช่คนที่จะมิตรสัมพันธ์กับใครนี่ครับ”
เดี๋ยวนะไอ้คำว่ามิตรสัมพันธ์ที่คนตรงหน้าพูดมาคือการอธิบายให้ฉันเข้าใจกับสิ่งที่เขารับรู้มา หรือว่ากำลังหลอกด่าฉันอยู่กันแน่!
“นายไม่ได้หลอกด่าฉันอยู่ใช่มั้ย?”
“เปล่านะครับ! ผมไม่มีความกล้ามากขนาดนั้น” มือไม้โบกไปมาแต่สายตากลับนิ่งเฉยให้มันได้แบบนี้สิลูกน้องแต่ละคนของฉัน
“ช่างเถอะ! ว่าแต่วันนั้นเห็นแค่นั้นจริงๆใช่มั้ย????”
ฉันอยากจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองไทยให้หมดไม่ว่าจะเรื่องไหนมันก็ไม่มีอะไรให้เป็นความทรงจำที่ดี ที่ฉันกลับมาฮ่องกงคราวนี้นอกจากหนีใจที่มีต่อไดม่อนและความพ่ายแพ้ที่ฉันแพ้ให้ยัยเด็กนั้นแล้ว สิ่งสำคัญกว่านั้นคือฉันกำลังหนีความจริงที่เกิดขึ้น!!!!!! ฉันจะลืมทุกอย่างที่เกิดกับฉัน!!!!!!!
“เห็นที่ไหนก็ให้มันจบที่นั้นเรื่องนี้ห้ามเอาไปบอกใครโดยเฉพาะป๊าฉันไม่อย่างนั้นฉันไม่เอานายไว้แน่!”
“ผมทราบแล้วครับคุณหนูผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ คุณหนูเชื่อใจผมได้ เพียงแต่ผม……”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพียงแต่ที่เตือนก็เพราะไม่อยากให้ป๊ามาสนใจเรื่องไร้สาระแบบนี้”
ฉันพูดแค่นั้นโดยไม่ได้รอฟังอะไรจากเขามีเพียงเสียงพรึบพรำที่ฉันได้ยินตามหลังมาแม้จะไม่ค่อยชัดแต่คิดว่าคริสโตเฟอร์คงกำลังบ่นอะไรให้ฉันอยู่แน่
‘ผมแค่จะบอกคุณหนูว่าผู้ชายคนนั้นเหมือนนายใหญ่คนใหม่ก็เท่านั้นเอง’
[เสี่ยว พ่อของเบล]
“นายจะไม่บอกคุณหนูจริง ๆ หรอครับ”
“แกเองก็เห็นเด็กนั้นมาแต่เล็กแกว่าด้วยนิสัยของเบลจะรับกับสถานการณ์ตอนนี้ได้มั้ย”
“คุณหนูคงทำใจไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าไม่ใช่ช้าก็เร็วยังไงคุณหนูก็ต้องรับรู้นะครับ”
“ฉันรู้ขอเวลาให้ฉันหน่อย”
“แล้วเมื่อไหร่ละครับ…เราช้าไม่ได้นะครับนายหากช้ากว่านี้เกรงว่าอีกไม่นานทางนั้นก็คงเข้ามาคุมทุกอย่างแล้ว”
บางทีการที่เป็นพ่อคนมันก็ยากเหมือนกัน ยิ่งกับลูกคนเดียวที่ผมรักมากกว่าชีวิตมันยากที่ผมจะบอกกับเธอว่าเราไม่เหลืออะไร แต่ใช่ว่าผมจะไม่บอกเธอ เพียงแต่ขอเวลาอีกสักหน่อยให้เวลาเธอได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขแบบนี้อีกสักนิดก็ยังดี จะโทษเธอก็ไม่ได้ผิดที่ผมเองผมไม่เคยสอนให้เธอเข้มแข็งด้วยตัวเอง ไม่เคยให้เธอเจอความลำบากเพราะคิดว่าหากผมยังอยู่ไม่ว่าจะเรื่องไหนผมก็ทำให้เธอได้
“อีกไม่นานหรอก หากวันนั้นมาถึงฉันจะเป็นคนบอกเบลเอง กับทางนั้นฉันก็จะเจรจาเองเหมือนกัน””
“นาย…ผมเข้าใจนายนะ และผมก็รู้ว่าคุณหนูของผมเธอคงไม่ยอมอะไรง่าย ๆ ”
“ให้เป็นหน้าที่ของพ่ออย่างฉันเถอะชเว”
มันมีบางอย่างที่ผมบอกกับใครไม่ได้ผมคิดมาตลอดตั้งแต่แม่ของเบลญ่าจากพวกเราไปต่อให้เธอไม่มีแม่เธอก็จะมีพ่อที่เป็นทุกอย่างให้เธอได้ผมจะไม่ทำให้เธอรู้สึกขาดอะไรผมคิดว่าตัวเองทำหน้าที่พ่อได้ดีมาตลอดยี่สิบกว่าปีนี้ทว่าความจริงเมื่อไม่นานนี่ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นแค่พ่อที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้น
‘ป๊าขอโทษนะลูก’