ตอนที่ 2 เส้นทางใหม่ ก็ต้องไฉไลกว่าเดิมจ้า

2726 Words
“ตั๋วถูกต้องค่ะ เชิญขึ้นได้เลย” “ขอบคุณครับ” พะพายยิ้มให้เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว จากนั้นก็แบกกระเป๋าขึ้นรถไฟเพื่อกลับบ้านเกิดของเขา ที่นั่งเดี่ยวติดหน้าต่างคือจุดที่พะพายตั้งใจเลือก แม้จะแพงกว่าที่นั่งแบบอื่นแต่เขาอยากนั่งคนเดียว อยากนั่งโง่ ๆ มองออกไปนอกหน้าต่างเพียงลำพังเพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ของตัวเองก็เท่านั้น เมื่อเช้านี้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย เขาตื่นมาพร้อมข่าวที่ว่าตัวเองกลายเป็นแฟนหนุ่มของไอดอลดัง ทั้งทางบริษัทเดิมก็ติดต่อมาว่าอยากต่อสัญญาเสียดื้อ ๆ แต่อายุสัญญาของพะพายจะหมดลงในช่วงเย็นวันนี้แล้ว และตอนที่เขาร้องขอว่าให้โอกาสเขาสักครั้ง บริษัทแทบจะไม่เห็นหัวและดูแลเขาอย่างชุ่ย ๆ เหมือนปล่อยให้สัญญามันหมดจะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก ดังนั้นถึงแม้จะมีโอกาสต่อสัญญาแต่พะพายขอไม่กลับไปทำงานด้วยอีกแล้ว และเลือกที่จะปิดโทรศัพท์มือถือ แบกกระเป๋าก้าวขึ้นรถไฟกลับบ้านอย่างที่วางแผนเอาไว้ ไม่รู้ว่าทำไมทางค่ายต้นสังกัดของไอดอลคนดัง ถึงยังไม่ออกมาประกาศว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด แต่ในส่วนของพะพาย เขาจะรอจนกว่าจะหมดเวลาของสัญญาในฝั่งตัวเอง รอให้ข่าวลือการคบหากับไอดอลดังเงียบลงไปก่อน แล้วค่อยประกาศผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเองว่าทุกอย่างไม่มีมูลความจริงใด ๆ และจะประกาศว่าตัวเองได้หมดสัญญากับทางบริษัทเดิมแล้ว เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งสองตัวเลย ดวงตาคู่สวยมองบรรยากาศข้างทางที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป จากเส้นทางที่มีตึกระฟ้าของเมืองใหญ่ ค่อย ๆ กลายเป็นบ้านเดี่ยวและกลายเป็นป่าเขาในที่สุด ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็มาถึงสถานีบ้านเกิดแล้ว “ลูกรักของแม่” “คิดถึงพ่อกับแม่มากครับ” พะพายเข้าไปกอดพ่อแม่ที่มารับเขาถึงสถานี แม้รู้สึกเหนื่อยและท้อใจมากแค่ไหน แต่เมื่อมีอ้อมกอดของพ่อแม่เช่นนี้นับว่าช่วยชีวิตของเขาได้มากเหมือนกัน หลังจากลากกระเป๋าเดินทางข้ามสะพานไม้ระแนงที่ทอดผ่านแปลงลาเวนเดอร์หน้าบ้าน พะพายก็ทรุดตัวลงบนโซฟาแสนนุ่ม มองภาพทุ่งหญ้าขนาดใหญ่สำหรับให้ม้าออกมาวิ่งเล่นผ่านระเบียงของบ้านไร่สไตล์คันทรี ลมหายใจถูกปล่อยออกมาอย่างแผ่วเบาให้พัดไปกับสายลมอ่อนที่พัดกลิ่นหญ้าแห้ง ฟางสด และกลิ่นดินจากคอกม้าด้านหลังบ้านปะปนกันอย่างอบอุ่น ความรู้สึกว่าถึงบ้านแล้วจริง ๆ ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเขา แมวลายสลิดสีส้มตัวหนึ่งเดินออกมาจากตัวบ้าน เดินวนเวียนอยู่กับขาของพะพายอย่างออดอ้อน ก่อนจะกระโดดขึ้นมานั่งบนตัก พะพายลูบหัวเจ้ายุซุ แมวของพ่อแม่ที่เลี้ยงไว้เหมือนลูกชายแท้ ๆ แล้วทอดสายตามองไปรอบบริเวณฟาร์ม ผ่านบานหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกรับลมยามเย็น ผ้าม่านลูกไม้ขยับไหวตามแรงลม และยังคงมีกลิ่นอบอุ่นของวานิลลาและอบเชยจากขนมปังที่แม่ของพะพายชอบอบให้ทานลอยมาแตะจมูกจากห้องครัวเหมือนเดิม เขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานแค่ไหนแล้วนะ? พะพายได้แต่คิดพร้อมลูบเจ้ายุซุไปด้วย ตั้งแต่ย้ายเข้าเมือง ไล่ตามความฝัน ทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเอง เซ็นสัญญากับบริษัทและเริ่มเส้นทางอาชีพเป็นนักสตรีมเมอร์ เขาก็แทบไม่มีเวลาจะหยุดหายใจให้ตัวเอง ทั้งหลงลืมพ่อแม่และบ้านไร่ไปเสียสนิท “ทานเยอะ ๆ นะน้องพาย ทานแต่อาหารสำเร็จรูปละสิถึงได้ผอมลงแบบนี้ แก้มอ้วนของน้องพายที่แม่อุตส่าห์ปั้นมาตั้งแต่อยู่ในท้องหายไปหมดเลย” “ก็แฟน ๆ ชอบลักยิ้มของพายไงครับแม่ ถ้าแก้มยังอ้วนคงเห็นไม่ชัด” พะพายยิ้มให้มารดาที่ดูปวดใจไม่น้อยหลังจากเห็นว่าเขาผอมลงเยอะกว่าตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด พะพายพยายามหาข้ออ้างที่พอจะฟังขึ้นมาตอบ เพื่อไม่ให้มารดาเสียใจ ที่รู้ว่าเขาเครียดและกังวลจนพะพายทานอะไรไม่ลง ถึงได้ผอมลงเช่นนี้ “งั้นก็ทานเยอะ ๆ นะลูก มีแต่ของโปรดน้องพายทั้งนั้นเลย” “ขอบคุณครับแม่” พะพายยิ้มรับและนั่งทานข้าวฝีมือแม่ของเขาด้วยรอยยิ้ม เพราะนานมากแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้ทานอาหารฝีมือแม่เลี้ยงพะแพง คุณนายไร่จารินแห่งนี้ หลังจบมื้อค่ำ พะพายก็ขอตัวไปอาบน้ำไปอาบน้ำและพักผ่อน เขากวาดสายตามองห้องของตัวเองไปรอบ ๆ สำรวจว่ามีส่วนไหนเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือไม่ แต่เท่าที่ดูก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากพวกกล่องต่าง ๆ ที่เขาส่งมาล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนของที่พึ่งส่งมาเมื่อเช้า อาจจะต้องรอวันพรุ่งนี้แทน แต่ถึงจะรู้สึกเหนื่อย แต่พะพายยังไม่รู้สึกง่วง จึงคิดที่จะจัดการของในกล่องก่อน อย่างน้อยก็หาพวกแชมพูและครีมบำรุงอันที่ส่งมาล่วงหน้าให้เจอ จนกระทั่งรู้สึกง่วงจึงอาบน้ำและเข้านอนทันที และถึงแม้จะพยายามทำตัวให้เหนื่อยเพื่อที่จะได้รีบนอนและหลับยาว ๆ ตื่นสาย ๆ แต่สุดท้ายแล้ว พะพายก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเช้ามืดอยู่ดี นอกหน้าต่างห้องยังคงมืดสนิท แต่พะพายตื่นแล้วเขาไม่อาจกลับไปนอนได้อีก จึงหยิบเสื้อกันหนาวและเดินออกไปที่ระเบียงของบ้าน รอดูพระอาทิตย์ที่ใกล้จะขึ้น ที่บ้านของพ่อแม่พะพาย เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์และทำการเกษตรหลายอย่าง ทั้งข้าวโพด อ้อย และโกโก้ ผลไม้เองก็มีสวนส้มกับลำไย และมีพื้นที่กว้างเป็นทุ่งหญ้าให้พวกม้ากับวัวที่เราเลี้ยงออกไปวิ่งด้วย จริง ๆ ก็ใหญ่มาก แต่เขาที่เกิดและโตที่นี่จึงไม่เคยมองว่ามันใหญ่เท่าไหร่นัก แต่ถึงขนาดที่ปล่อยม้าออกมาวิ่งได้ ก็ใหญ่มากพอจะสร้างบ้านหลายหลังบนทุ่งนั้นเลยก็ว่าได้ “ไม่หนาวเหรอลูก” “หนาวครับ แต่พายขี้เกียจเดินไปหยิบผ้าห่มแล้ว” พะพายที่กำลังรอชมแสงแรกของวันเผลอตกใจเมื่อมีอะไรบางอย่างสัมผัสที่ไหล่ของเขา ก่อนจะพบว่าเป็นพ่อของเขาที่นำผ้ามาคลุมตัวเอาไว้ให้ อากาศช่วงนี้ค่อนข้างหนาว อุณหภูมิก็อยู่แค่หลักหน่วย นับว่าดีเสียจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ ยิ่งอยู่ในฟาร์มก็ยิ่งรู้สึกสงบ และยิ่งทำให้ที่นี่น่าอยู่มากขึ้น แต่น่าแปลกมากจริง ๆ เมื่อก่อนพะพายอยากไปจากที่นี่ เพราะมันสงบและไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เขากลับมานั่งคิดว่าเพราะมันสงบนี่แหละถึงได้น่าอยู่ อาจจะเพราะอายุมากขึ้น เจอความวุ่นวายและเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตนี้ไม่ได้หยุดพักนิ่ง ๆ ละมั้ง เขาถึงเปลี่ยนความคิด ไม่แปลกเลยที่พ่อแม่ของเขาไม่เคยมีความคิดที่กลับไปอยู่อาศัยในเมืองใหญ่เหมือนเช่นในอดีต ที่พวกท่านก็ตามความฝัน ทำงานในเมืองใหญ่ ก่อนจะมาตกหลุมรักเมืองเล็ก ๆ แต่สงบสุขแบบนี้ “ตอนที่พายไม่อยู่ ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับพ่อ นอกจากทำรีสอร์ตกับพื้นที่ตั้งแคมป์เพิ่ม” หลังจากที่พ่อของพะพายไปชงกาแฟอุ่น ๆ มาให้ดื่ม พะพายจึงคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีในการพูดคุยถึงชีวิตที่ผ่านมา เราจะได้กระชับความสัมพันธ์พ่อลูกไปด้วย พะพายยอมรับว่าที่ผ่านมาเขาทุ่มเทให้กับงานจนละเลยพ่อแม่ เอาจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรจะโทรพวกท่านบ้างวันละครั้ง แต่น้อยครั้งที่พะพายจะโทรหาพวกท่าน ทั้ง ๆ ที่พวกท่านอยากคุยกับเขามาก “ก็มีลูกวัวเกิดใหม่ 10 ตัว ม้าเองก็รับมาดูแลเพิ่มอีก 3 ตัว อ้อ! แม่เขาปลูกดอกไม้หลายอย่างด้วยนะ เป็นทุ่งเลย เห็นว่าอยากทำคาเฟ่ดอกไม้ 4 ฤดู ก็เลยลองปลูกดู” “นี่คนวัยเกษียณจริง ๆ เหรอเนี่ย ทำไมงานเยอะจังเลยครับ” “ก็คิดถึงลูกชายไง เลยต้องหาอะไรหลาย ๆ อย่างทำ” “พายกลับมาแล้วนี่ไงครับ พ่อกับแม่ไม่ต้องทำงานหนักเพราะคิดถึงพายแล้วนะ เดี๋ยวพายทำทุกอย่างให้เองนะครับ” พะพายกุมมือหยาบกร้านของพ่อเลี้ยงอคิรา เจ้าของฟาร์มจารินเอาไว้ พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม ไม่น่าเชื่อเลยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เขาที่คิดว่าพ่อแม่จะลดงานลงบ้าง แต่กลับเพิ่มงานขึ้นมาเยอะมาก และทำไปเพื่อให้ลืมคิดถึงเขางั้นหรือ แบบนี้พะพายก็ยิ่งรู้สึกผิดที่มัวแต่ไล่ตามความฝันจนไม่หันกลับมามองดูคนข้างหลังบ้าง “แล้วเรื่องร้องเพลง น้องพายไม่คิดจะทำต่อแล้วจริง ๆ เหรอลูก” เมื่อจบเรื่องของตัวเอง พ่อเลี้ยงอคิราก็ถามกลับบ้าง เขาพร้อมที่จะสนับสนุนพะพายให้ทำตามความฝัน แต่ตอนที่ลูกโทรมาบอกว่าอยากจะกลับบ้านและไม่คิดจะทำต่อแล้วมันก็อดรู้สึกปวดใจแทนลูกไม่ได้ ยิ่งได้ยินน้ำเสียงจากปลายสายก็พอจะเดาได้ว่าพะพายคงร้องไห้มา “ครับ วันนี้หมดสัญญาแล้ว พายว่าพายจะพอแล้ว และตั้งใจจะกลับมาช่วยพ่อแม่จริง ๆ บางทีการเป็นลูกจ้างพ่อเลี้ยงอคิรากับแม่เลี้ยงพะแพงอาจจะสบายกว่าเดิมก็ได้” “ไม่สบายหรอก กองอึม้าที่คอก พ่อยังไม่ได้ตักเลยนะ” “ผมมาวันแรกพ่อก็จะให้ทำงานเลยเหรอ” “ล้อเล่นหรอกน่า เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องอาบน้ำล้างมูลสัตว์แล้วลูก สบายกว่าเดิมเยอะเลย” พ่อเลี้ยงแห่งไร่จารินหัวเราะพร้อมลูบศีรษะลูกชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู และเฉลยว่าตอนนี้เขามีเครื่องมือทำไร่ดูแลสัตว์ที่ดีมาก ๆ ไม่ต้องให้ลูกไปตักอึม้าเหมือนแต่ก่อนแล้ว “แต่พ่อว่า ลูกควรจะทำในสิ่งที่รักต่อนะ มันจะสักเท่าไหร่เชียวต้นทุนการผลิตเนี่ย บอกพ่อมาสิเดี๋ยวพ่อจะเป็นสปอนเซอร์ให้เอง” “มันไม่ได้ใช้เยอะหรอกครับพ่อ แต่พายว่าพายอยากจะพักจากมันบ้าง พายแค่รู้สึกล้มเหลว ทำตามความฝันไม่ได้สักอย่าง และก็หมดไฟที่จะทำแล้วด้วย บางทีงานที่ไร่ของพ่อแม่อาจจะเหมาะกับพายที่สุดแล้วก็ได้” พะพายกล่าวถึงความฝันที่ตัวเองไม่อาจเดินไปถึง และยกยิ้มอย่างสดใสพร้อมยืนยันหนักแน่นว่ พาเขาจะทำงานที่นี่ให้ดีที่สุด และถึงแม้พะพายจะยิ้มอย่างสดใสมากแค่ไหน แต่ดวงตาของลูกก็ยังเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง จนคนมองรู้สึกปวดใจที่ไม่อาจนำความหวังและความฝันที่ลูกอยากได้มากองให้พะพาย “การที่อะไรหลาย ๆ อย่างมันไม่เป็นไปตามที่ลูกหวัง มันไม่ได้แปลว่าลูกล้มเหลวหรือไม่พยายามมากพอนะลูก แต่อาจจะหมายถึงมันไม่เป็นตัวตนของลูก ก็เลยทำแล้วไม่มีความสุข” คุณอคิรามองหน้าลูกชาย ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบทำให้พะพายนั่งเงียบฟังในคำแนะนำของพ่อ “เมื่อก่อนตอนที่ลูกยังอยู่ที่นี่ ลูกมีความสุขที่ได้ร้องเพลง ลูกร้องออกมาโดยที่ไม่สนว่าจะใครจะมองยังไง ลูกร้องเพลงในขณะที่ทำทุกอย่างเลย ตักขี้วัวหรือขัดคอกม้า ลูกก็ร้องอย่างมีความสุข จนพ่อเองก็มีความสุขตามไปด้วย พ่อมีความสุขที่เห็นว่าลูกได้ร้องเพลงด้วยรอยยิ้ม ร้องเพลงที่อยากร้อง ไม่ใช้เพลงที่คนอื่นบังคับมา และก็อยากเห็นลูกทำในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง อย่างน้อยก็คิดเสียว่าที่นี่คือเวทีการแสดงส่วนตัวที่ลูกสามารถเป็นอะไรก็ได้ลูกต้องการเลยดีไหม จะทุ่งหญ้า คอกวัว คอกม้า หรือสวนผลไม้ ลูกร้องได้ทุกที่เลย ถ้าอยากได้ลำโพงด้วยเดี๋ยวพอฟ้าสว่างแล้วพ่อจะพาไปซื้อ” “ทำแบบนั้นพวกวัวพวกม้าและก็ไก่ลูกรักของพ่อก็ตกใจกันพอดี แต่พายจะลองเก็บเอาไปคิดนะครับพ่อ” “แค่นี้พ่อก็ดีใจแล้วลูก” “ขอบคุณครับ” พะพายกล่าวขอบคุณพ่อของเขาอย่างใจจริง สำหรับคำแนะนำแสนน่ารัก แต่หากจะซื้อลำโพงเอามาร้องเพลงในไร่ในสวนก็ออกจะเกินไปหน่อย พะพายกลัวเหลือเกินว่าหากร้องเพลงมากไป ผลผลิตมันจะไม่เยอะเหมือนอย่างเคย และพ่ออาจจะขาดทุน ถ้าแบบนั้นเขาคงเกาะพ่อเกาะแม่กินไม่ได้อีกแล้วสิ แต่คำแนะนำของพ่อก็ทำให้พะพายนั่งคิดทบทวนอีกครั้ง ว่าจริง ๆ แล้วเขายังอยากทำมันต่อไป หรือหยุดเอาไว้แค่นั้นก็พอ แต่พะพายก็ได้คำตอบหลังจากที่กดเข้าไปในห้องพูดคุยระหว่างสตรีมเมอร์และแฟนคลับ ที่แม้ในตอนนี้จะหมดอายุเพราะเขาหมดสัญญา ทำให้คนที่ไม่เคยสมัคร ไม่สามารถสมัครได้อีกแล้ว มีเพียงผู้ที่เคยสมัครเอาไว้ แต่ยังไม่หมดอายุ 30 วัน ได้ส่งข้อความมาให้กำลังใจเขาทิ้งไว้ ยังดีที่ในนี้มีแต่ผู้คิดตามของเขา จึงทำให้ไม่ถูกถล่มด่าจากแฟน ๆ ของไอดอลดังที่เขาไปเป็นข่าวด้วย และด้วยจำนวนสมาชิกอันน้อยนิดแค่หลัก 20 คน เขาถึงไม่ได้รับข้อความเชิงลบเลย ซึ่งดีต่อสภาพจิตใจในตอนนี้มาก ๆ [แฟนคลับ Papapie หมายเลข 19 : พี่เป็นกำลังใจให้น้องพายนะคะ ไม่ว่ายังไง พี่จะไปตามน้องพายไปตลอดเลย] [แฟนคลับ Papapie หมายเลข 14 : รอพี่พายเสมอนะครับ ไม่มีเสียงพี่พายร้องเพลงให้กำลังใจตอนอ่านหนังสือสอบ มันเหงามาก ๆ เลยครับ] [แฟนคลับ Papapie หมายเลข 7 : รอคุณพายนะครับ ไม่ต้องคิดมาก ยังไงผมก็ยังชื่นชมคุณพายเหมือนเดิม รีบกลับมานะครับ] [แฟนคลับ Papapie หมายเลข 1 : ข่าวเดตนั้นมันไร้สาระสิ้นดี ยังไงผมจะปกป้องคุณพายเองนะครับ ไม่ต้องกังวล รอยยิ้มและเสียงของคุณพายทำให้ผมอยากตื่นมาทำงาน ตื่นมาใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน ผมรอดูรอยยิ้มที่แสนสดใสของคุณพายอีกครั้งนะครับ] พะพายอ่านข้อความของแฟน ๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองดูทิวทัศน์อันแสนสดใสของเช้าวันใหม่ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์เข้าปอดก่อนจะตัดสินใจ.....สมัครช่องใหม่ที่เป็นของเขาเอง ถึงแม้ช่อง Papapie จะเป็นช่องแรกของเขาในฐานะสตรีมเมอร์ แต่ช่องนั้นไม่มีอะไรเป็นตัวตนจริง ๆ ของเขาเลยนอกจากความรักในการร้องเพลง แต่ช่อง FarmerPie นี่แหละ คือตัวตนที่เขาจะแสดงให้ทุกคนเห็น ว่า พะพาย จาริน คนนี้แท้จริงเป็นยังไง ฉันจะเลี้ยงม้า ตักขี้วัว กวาดหญ้า ต้อนไก่เข้าเล้าไปพร้อมกับร้องเพลง นี่แหละ ตัวตนที่พะพายเองก็หลงลืมไปแล้ว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD