โกรธ

1760 Words
[หลายวันผ่านไป] ร่างบางก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเล็ดลอดอยู่ในห้องอาหารพร้อมกับเสียงหัวเราะกันอย่างมีความสุข สอดแทรกขึ้นมาบางจังหวะ เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นระยะบ่งบอกว่าคนในนั้นพูดคุยกันอย่างถูกคอมากแค่ไหน อิงดาวตั้งใจจะเดินเลี่ยงเลยขึ้นบันไดไปด้านบน ไม่อยากแวะทักทายเพราะช่วงนี้เธอเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ หลังจากไปเดินเที่ยวห้างช้อปเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าจากเคาน์เตอร์ดังกลับมา ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของเธอดีขึ้นเลย ระยะหลังมานี้เธอรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด เพียงเพราะอีกคนหายไปไม่ติดต่อกลับมา "คุณอิงดาวคะ คุณท่านเชิญที่ห้องอาหารค่ะ” แต่ทว่ากลับถูกสาวใช้เดินเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน คนที่ตั้งใจจะเลี่ยงเดินขึ้นบันไดก็เลยถอนหายใจออกมา สาวใช้ยื่นมือมาช่วยถือของไปเก็บให้ อิงดาวจึงเอยขอบใจแล้วเดินไปหากลุ่มคนที่นั่งอยู่ที่ห้องโถง "สวัสดีค่ะ” อิงดาวยกมือไหว้ภูธเนตร ผู้เป็นบิดาและแก้วกานต์ ผู้เป็นมารดาของภาม ส่วนภามได้แต่นั่งนิ่ง ๆ มองผู้ใหญ่เสวนากันอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอด้วยสายตาที่เธอเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็คงคิดไม่ต่างกัน “มีอะไรกันเหรือเปล่าคะถึงได้ให้เด็กไปเรียกหนูมา” "นั่งก่อนสิ พ่อมีเรื่องจะคุยกับเรา" กรรชัยบอกลูกสาวให้นั่งลง อิงดาวจึงเดินไปนั่งลงข้าง ๆ ภาม เพราะจากที่มองสบตากับทุกคนแล้ว ภามก็น่าจะปลอดภัยกว่าใครในนี้ "หนูอิงดาวคงยังไม่รู้ใช่ไหม พ่อของหนูโทรไปบอกว่าจะเลื่อนงานแต่งงานของหนูกับเจ้าภามร่นเข้ามาให้เร็วขึ้น ถือว่านี่เป็นข่าวดีในรอบปีเลยจริง ๆ” ภูธเนตรกล่าวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับพ่อของเธอ อิงดาวช็อกไปชั่วขณะที่กลับมาได้ยินข่าวร้ายแบบนี้ แต่เป็นข่าวดีของพวกผู้ใหญ่ทั้งสองคน ร่างบางลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น “ยัยดาว จะไปไหน! ผมขอตัวนะครับ” กรรชัยตะโกนเรียกตามหลัง แต่ทว่าอิงดาวไม่สนใจ คนเป็นพ่อจึงรีบเดินตามอีกฝ่ายไปที่โรงจอดรถ โดยมีแพรสีนิลตามมาด้วย “อิงดาว ฉันบอกให้แกหยุดเดี๋ยวนี้!!” มือที่กำลังเปิดประตูรถหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองหน้าบิดาของเธอผ่านม่านน้ำตา "ทำไมพ่อไม่บอกอิงก่อนคะ!!" "เรื่องนี้ฉันตัดสินใจไปแล้ว ว่าจะให้แกแต่งงานกับตาภามอาทิตย์หน้านี้" "อาทิตย์หน้าจะบ้าหรือไงคะ!!” อิงดาวร้องเสียงหลง น้ำตาที่รื้นอยู่ร่วงเผาะลงมา จากกำหนดเดิมหนึ่งเดือนเธอว่าเร็วมากแล้ว แต่นี่ยังจะร่นยะยะเวลาเป็นอาทิตย์หน้า เธอขอตายดีกว่า... ปัง!!! เธอปิดประตูรถเสียงดังปังหันมาเผชิญกับคนเป็นบิดา พร้อมกับถามอีกฝ่ายเสียงแข็งด้วยความโกรธปนน้อยใจ “คุณพ่อไม่คิดจะถามหนูสักคำก่อนหรือยังไง หรือว่าคุณพ่ออยากให้หนูแต่ง ๆ แล้วย้ายออกไปจากที่นี่ให้พ้นหน้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณพ่อกับมันยังมีความสุขกันไม่พออีกใช่ไหม ถึงอยากผลักไสหนูออกไปให้พ้นทาง!!” “เธอยังดูดเงินทองครอบครัวฉันไม่พอหรือยังไง ถึงอยากให้ฉันรีบแต่งนัก ห๊ะ” พอต่อว่าคนเป็นบิดาจบแล้ว อิงดาวก็หันไปลงที่แพรสีนิลเป็นคนถัดไป เพราะคิดว่าเรื่องทั้งหมดมาจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าแม่เลี้ยง โดยไม่สนใจแขกที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย “ยัยดาว!! หยุดลามปามคุณแพรเดี๋ยวนี้นะ ขอโทษเธอซะ!!” “ไม่!!..หนูไม่มีวันก้มหัวหรือยกมือไหว้ผู้หญิงพรรค์นี้แน่ ที่ผ่านมาหนูยอมพ่อมาตลอด ยอมหนีไปตั้งหลักไกลถึงเมืองนอก เรียนจบมาแล้ว พ่อยังจะเสือกไสหนูไปอีกเหรอคะ พ่อไม่รักหนูแล้วใช่ไหม” เธอกลับมายังไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ พ่อก็ทำเหม็นเบื่อขี้หน้าเธอแล้ว ถ้าเกลียดเธอนักก็ไม่รู้จะตามเธอกลับมาที่นี่ทำไม ปล่อยให้เธอหางานเลี้ยงดูตัวเองอยู่ที่ต่างแดนยังจะดีเสียกว่า "แกอย่างี่เง่า ถึงยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับตาภามอยู่แล้ว จะเร็วหรือช้าก็ต้องแต่งอยู่ดี!" “คุณพ่อ.!!!" เสียงเล็กแผดดังขึ้นกว่าเดิมไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ภามที่ตามออกมาดูเหตุการณ์ได้แต่แอบมองอยู่เงียบ ๆ คนที่หัวรั้นไม่ยอมใครอย่างอิงดาวเธออาจรับไม่ได้ พ่อของเธอทำเหมือนกับลูกสาวไม่มีหัวใจ บังคับเธอให้อยู่ในกฎเกณฑ์ทุกอย่าง ไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่สุดท้ายอิงดาวก็ไม่อาจปฏิเสธความต้องการของผู้เป็นบิดาได้ เพียงเพราะคำว่าหน้าที่ของคนเป็นลูก ภามเองก็เช่นกัน ที่จำต้องทิ้งผู้หญิงที่รักเพื่อมาแต่งงานกับอิงดาว เพราะถูกขู่บังคับเอาไว้ว่าหากเขาไม่แต่งงาน ผู้เป็นบิดาก็จะไม่ยกบริษัทให้ รวมถึงจะถูกส่งตัวให้ไปประจำสาขาที่ต่างประเทศ และจะไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นหน้าคนรักอีกเลย ภามจึงจำต้องถอยออกมาตั้งหลักก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลิกกับเอมวิกา และในชีวิตนี้ก็ไม่คิดที่จะเลิกกับเธอเลยด้วย หลังจากวันนั้นที่ตัดใจเดินออกมา ภามก็รู้ตัวเองแล้วว่าชีวิตนี้ขาดเอมวิกาไม่ได้ ชายหนุ่มไม่สามารถตัดใจจากผู้หญิงที่เขาไม่เคยให้สถานะเธอเลย เป็นเพียงคู่นอนเวลาเหงา แต่เขาเองก็ไม่คิดจะมีคนอื่น เมื่อรู้ใจตัวเองว่ารักเธอเข้าแล้ว ภามก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อได้คบกับเธอ ยกย่องให้อีกฝ่ายอยู่ในฐานะภรรยาต่อไป แต่ตอนนี้เขากำลังหาช่องทางอยู่ว่าจะทำเช่นไร ตอนนี้เอมวิกาคงอาจจะมองว่าตนเป็นคนเลวและเห็นแก่ตัวไปแล้ว ไว้ค่อยหาโอกาสตามงอนง้อทีหลัง แต่ไม่รู้ว่าจะสายเกินไปไหม ทางด้านเอมวิกา หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลเธอก็พักรักษาตัว จนร่างกายและจิตใจดีขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของเธอแข็งแรงขึ้นมากแล้ว หมอให้ยาบำรุงครรภ์มารับประทาน ท้องแรกของเธอไม่มีอาการแพ้เลย แต่ก็มีบ้างที่มีอาการวิงเวียนหน้ามืด ทุกวันนี้เธอมีจิตใจเข้มแข็งมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เพื่อลูกและพี่ชายคนเดียวที่รักเธอมาก หญิงสาวลงมือเข้าครัวทำคะน้าหมูกรอบให้ตนเอง และสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาซึ่งเป็นเมนูโปรดของพี่ชายอย่างเอาใจ "มาแล้วค่ะของโปรดพี่หิน" อาหารจานโปรดวางลงตรงหน้าคนที่หิ้วท้องรอ ตั้งแต่เที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเพราะมัวแต่ทำงาน หลังจากเลิกงานเขาก็รีบขับรถบึ่งมาหาน้องสาวที่บ้านทันที "ฝีมือน้องสาวพี่อร่อยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน" ศิลาตักอาหารเข้าปากแล้วชมฝีมืออีกฝ่าย น้องสาวของตนเป็นแม่ศรีเรือนเรื่องเสน่ห์ปลายจวักไม่ต้องพูดถึง จะหยิบจับอะไรก็อร่อยไปหมด แต่ทำไมนะจึงไม่สามารถมัดใจไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัวพรรค์นั้นได้ หรือว่าเสน่ห์ของผู้หญิงคนนั้นมันเร้าใจมากกว่า คิดแล้วก็เจ็บใจนักที่คืนนั้นโดนเธอเทกลางคัน ตั้งแต่วันนั้นอิงดาวก็ขาดการติดต่อไปเลย "อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะคะ” คนทำยิ้มแป้น เผลอแปบเดียวข้าวในจานก็หมดเกลี้ยง “พี่หินของเอมผอมมากเลย หน้าตาก็หมอง ๆ เหมือนคนอดหลับอดนอน อย่าทำงานหนักนักสิคะ เอมเป็นห่วง เมื่อไหร่พี่ชายของเอมจะหาคนรู้ใจมาช่วยดูและสักทีละคะ” เธอเห็นพี่ชายทำงานหนักมาหลายปี และไม่เคยสนใจหรือคบกับใครเลย สาวสวยหน้าตาดีและมีฐานะตบเท้าเข้ามาหาแทบหัวกระไดไม่แห้ง แต่พี่ชายเธอก็ไม่เคยตกลงคบกับผู้หญิงคนไหนเลยเป็นจริงเป็นจังสักราย “อยู่คนเดียวแบบนี้ดีกว่า หิวอยากก็ไปซื้อกินเอาสะดวกกว่า สบายใจด้วยไม่ต้องมีภาระไม่ต้องผูกมัดกัน พี่อยากอยู่ดูเอมกับหลาน เลี้ยงเจ้าตัวเล็กช่วยเอมไม่ดีหรือไง หือ” “แต่เอมก็อยากให้พี่มีใครสักคนที่รักและคอยดูแล เผื่อต่อไปในวันข้างหน้าเอมไม่อยู่ จะได้หายห่วง” “ไม่เอาสิเอม ห้ามพูดเป็นลางแบบนั้นอีก!” คิ้วเข้มขมวดอย่างไม่พอใจที่น้องสาวพูดเป็นลาง เขาจะไม่ยอมให้น้องสาวต้องเป็นอะไรไปอีกแล้ว “เอมก็แค่อยากให้พี่ศิลามีแฟนสักทีนี่คะ” “โอเค หากมีเวลาพี่จะลอง ๆ มองหาดู” ศิลาพูดตัดบทไปอย่างนั้นเอง เพราะเรื่องนี้เอมวิกาพูดบ่อยจนเขารำคาญ “เอมจะได้เห็นหน้าพี่สะใภ้สักที” “แต่จำไว้นะพี่ จะอะไรก็ช่างพี่ต้องเห็นเอมมีความสุขก่อน แล้วพี่ค่อยคิดถึงเรื่องตัวเอง พี่จะทำทุกอย่างเพื่อน้องสาวของพี่” เขากำลังจะทำให้มันสำเร็จ และคงอีกไม่นาน "ขอบคุณมากนะคะ พี่หินเป็นพี่ชายที่แสนดีของเอมเสมอ” "ก็เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง พี่ไม่รักเอมไม่ดีกับเอม แล้วจะให้พี่หินคนนี้ไปรักใครละ หืม” มือหนายกขึ้นขยี้หัวคนเป็นน้องสาวด้วยความรักสุดหัวใจ เพราะตั้งแต่บิดามารดาจากไปเขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักดูแลน้องสาว เอมวิกาเป็นเพียงคนเดียวที่เขามีเพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคนในครอบครัวเด็ดขาด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD