“หมอครับ น้องผมเป็นยังไงบ้างครับ”
ร่างสูงรีบวิ่งไปถามถึงอาการน้องสาว หากเขาไปช้ากว่านี้ไม่อยากคิดเลยว่าเอมวิกา จะเป็นอย่างไร ดีที่เขาฉุกคิดรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล เลยขับรถกลับไปหาน้องสาวที่คอนโด พอแตะคีย์การ์ดเข้าไปก็ ต้องตกใจ ภาพตรงหน้าทำศิลาแทบเข่าทรุดเมื่อเห็นน้องสาวนอนฟุบอยู่บนพื้นน้ำลายฟูมปาก เขาจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
“ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก ทีหลังอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นหมอไม่รับประกันว่าจะโชคดีเหมือนครั้งนี้ คนท้องคนไส้ต้องดูแลพิเศษ”
“ท้อง! น้องผมท้องเหรอครับหมอ”
ความจริงที่ได้ยินจากปากหมอทำให้ พ่อเลี้ยงศิลา ธาราวาณิชย์ หรือ หิน พ่อเลี้ยงหนุ่มที่เป็นเจ้าของไร่ส้มบนยอดดอยทางภาคเหนือเป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของ เอมวิกา ที่เขารักเหมือนแก้วตาดวงใจ พอทราบข่าวร่างสูงก็ชาไปทั้งตัว เพราะที่ผ่านมาเอมวิกาเป็นเด็กดีและน่ารักมาโดยตลอด ไม่เคยหนีเที่ยวหรือทำตัวเกเรให้เขาต้องลำบากใจเลยสักครั้ง นับว่าตกใจมากที่มารู้ทีหลังว่าน้องสาวแอบมีแฟนแล้วดันท้องอีกต่างหาก
“ครับ สองเดือนแล้ว ยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ”
ศิลายกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะถอยไปพิงกำแพงพยุงร่างสูงของตัวเองไว้ มือหนายกมือขึ้นลูบหน้าอยู่หลายครั้งเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมา
ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เอมวิกาเอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงผู้ป่วย สายตาของเธอมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย เธอกำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพเหมือนตายทั้งเป็น ถึงแม้ตอนนี้เธอจะได้ชีวิตกลับคืนมา แต่ก็ต้องอยู่อย่างคนไร้หัวใจ
“เอม...กินอะไรหน่อยนะ"
เสียงทุ้มเรียกชื่อน้องสาวอย่างอบอุ่น พร้อมมือหนาวางข้าวต้มลงบนโต๊ะข้างเตียง แต่เธอก็ไม่หันมาสนใจเขาเลย ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปโอบไหล่บางเอาไว้อย่างปลอบโยน
“อย่าคิดมากเลยนะ เอมยังมีพี่ มีลูกในท้อง”
ศิลามองสภาพน้องสาวเพียงคนเดียวของตนเองด้วยแล้วก็จุกอยู่ในอก ทั้งสงสารและโกรธแค้นคนที่ทำให้เอมวิกาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เขาเกือบจะสูญเสียน้องสาว และหลานที่กำลังจะเกิดมา
หากวันนั้นเขาไม่ฉุกคิดและช่วยเธอไว้ไม่ทันจะเกิดเหตุการณ์เจ็บปวดใจมากแค่ไหน แทนที่จะมีชีวิตที่สดใสสวยงามมาเป็นคุณหนูสวย ๆ ใน ไร่ธาราวาณิชย์ ที่เขาทุ่มเทเกือบครึ่งชีวิตเพื่อสานต่อกิจการจากบิดา จนปัจจุบันนี้ ไร่ธาราวาณิชย์ เติบโตและเป็นเจ้าตลาดในการส่งออกส้มคุณภาพที่ดีที่สุดของเมืองไทย อาจจะไม่ใช่เศรษฐีเป็นคนในสังคมไฮโซหรือเป็นนักธุรกิจอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย แต่ศิลาก็ถือว่าเป็นเศรษฐีมีที่ดินหลายพันไร่ และมีอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือรวมถึงในกรุงเทพฯ อีกมากมายหลายแห่ง
และปัจจุบันกำลังร่วมทุนกับเพื่อนสนิททำธุรกิจผ้าไทยส่งออก รายใหญ่ เพราะฉะนั้นก็นับว่ามีทรัพย์สินเงินทองไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่คนที่อยู่บนเตียงคนไข้ก็ยังคงซึมเศร้า ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนก่อน กลายเป็นคนเงียบขรึม ศิลาไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดี จึงให้เลขาส่วนตัวไปสืบหาข้อมูลมาไม่นานก็ได้คำตอบว่าผู้ชายที่เอมวิกาคบเป็นใคร รวมถึงผู้หญิงที่เข้ามาทำลายชีวิตน้องสาวเขาให้ต้องอยู่ในสภาพเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานอย่างที่เห็น
"เอม..."
สองแขนเรียวโผเข้ากอดเอวสอบของที่ชายเอาไว้แน่นเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ พร้อมด้วยน้ำตาที่รินไหลออกมาสุดแสนจะเจ็บปวดที่สุด ชีวิตของเอมวิกาก็มีแต่ศิลาที่ดูแลเธอมาตลอด พ่อกับแม่ได้จากไปด้วยอุบัติเหตุ จึงเหลือเพียงพี่ชายคนเดียวที่เป็นทุกอย่างให้กับเธอ
"อย่าทำแบบนี้อีกนะ ต่อไปนี้เอมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ยังมีลูกในท้องซึ่งเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เข้มแข็งหน่อยสิ เอมยังมีลูก มีพี่อยู่ด้วยทั้งคน ถ้าเอมกับลูกเป็นอะไรไปแล้วพี่ล่ะ ไม่รักไม่ห่วงพี่ชายคนนี้แล้วเหรอ"
ดวงตาแดงก่ำก้มมองน้องสาวที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางแล้วก็ถอนหายใจ ศิลายกมือหนาลูบลงบนผมสลวยปลอบโยนคนเป็นน้องที่กำลังอ่อนแอให้มีกำลังใจเข้มแข็งอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปให้ได้
"เอมขอโทษ เอมเกือบจะฆ่าลูกตัวเอง เอมไม่รู้ ขอโทษด้วยนะคะพี่หิน ถ้าเอมรู้ว่ามีเขา เอมไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด ฮือๆๆ”
เธอไม่รู้ว่าท้องได้อย่างไรทั้งที่เขาก็ป้องกันเป็นอย่างดีมาตลอด หรือว่าอาจจะพลาดในคืนนั้นที่เธอและเขาเมากันทั้งคู่
ยิ่งเห็นคนที่รักร้องไห้อย่างหนัก ยิ่งไปกระตุกไฟแค้นในใจศิลาให้ปะทุขึ้นมาอีกระลอก พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ทำให้น้องสาวเพียงคนเดียวต้องเจ็บปวดใจ
เมื่อน้องเจ็บ เขาซึ่งเป็นพี่ชายก็รู้สึกเจ็บไม่ต่างกัน...
คนเป็นพี่ห่มผ้าให้น้องที่ล้มตัวลงนอน ทั้งที่ปิดเปลือกตาไปแล้ว แต่เสียงสะอื้นไห้ก็ยังดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ
ภาพในความฝันยังตามหลอกหลอนเธอแม้ในยามหลับและยามตื่น ในวันที่ ภาม ผู้ชายที่เธอรัก และเขาเองก็เคยบอกว่ารักเธอจนสุดหัวใจ แต่สุดท้ายก็มาบอกเลิกกัน ทั้งที่เธอไม่รู้ตัวเองเลยว่าทำผิดอะไร
"อย่าทิ้งเอมไปเลยนะ เอมยอมพี่ภามทุกอย่างจะไม่งี่เง่าเอาแต่ใจ แต่พี่ภามอย่าทิ้งเอมไปเลยนะคะ เอมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่"
เอมวิกากอดขาอ้อนวอนภามทั้งน้ำตา ความรักและความภักดีของเธอกลับไร้ความหมายในวันที่เขาบอกว่าจะต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนทั้งที่มีเธออยู่ แต่ภามกลับนอกใจจะไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น เธอชื่อ อิงดาว เพิ่งจะจบมาจากเมืองนอกเป็นลูกสาวนักธุรกิจชื่อดัง บ้านรวย และอยู่ในสังคมไฮโซมีฐานะเหมาะสมกัน
ต่างจากเธอที่เป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในสังคมโก้หรูอย่างผู้หญิงคนนั้นเป็น
"พี่ขอโทษจริงๆ"
เพียงเพราะเหตุผลทางธุรกิจของครอบครัว ทำให้ภามเลือกที่จะทิ้งเธอเพื่อไปหาอีกคน ความรักที่เธอมีให้ตลอดหลายปีที่คบกันมามันไม่มีค่าเพียงพอที่จะฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้ เพียงเพราะเงินและผู้หญิงที่ชื่อ อิงดาว
"อย่าทำแบบนี้เลย เอมขอร้อง อยู่กับเอมเถอะนะคะพี่ภาม เอมยอมทุกอย่าง ยอมเป็นน้อย ขอแค่อย่าทิ้งกันไปไหน เอมจะอยู่เงียบ ๆ ในพื้นที่ของตัวเอง"
เพราะที่เป็นอยู่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกันอยู่แล้ว เธอเป็นผู้หญิงในความลับของเขาเงียบ ๆ มาสี่ปีแล้ว ที่ผ่านมาเธอยอมอยู่ในที่ของตัวเอง ไม่เคยไปแสดงตัวกับใครว่าเธอเป็นเมียเขา
ร่างบางสั่นระริก เมื่อน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเสียใจไหลออกมาเป็นสายทางทั้งที่เธอเป็นผู้ที่มาก่อน แต่เหตุไฉนถึงสถานะตอนนี้ถึงกลายเป็นเพียงผู้หญิงที่กำลังจะถูกเขาเขี่ยทิ้งไปโดยที่ไม่รู้ตัว
ที่ผ่านมาเธอเป็นคนในความลับก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยยกย่องผู้หญิงคนไหนให้เธอต้องเจ็บซ้ำ เธออดทนเพื่อรอวันที่เขาเห็นใจในความรักที่เธอมีต่อเขาและพร้อมที่จะยกย่องเธอขึ้นมาให้อยู่ในสถานะคนรัก หวังเพียงว่าความรักที่เธอมีให้จะทำให้ภามเห็นใจ แต่เปล่าเลย ตอนนี้เอมวิการู้แล้วว่าเขาไม่เคยรักเธอ มีเธอไว้เพียงเพื่อแก้เหงา สี่ปีเลยนะที่เธอจงรักภักดีให้กับผู้ชายคนนี้คนเดียวเท่านั้น
และตอนนี้เขาก็กำลังเลือกผู้หญิงไฮโซคนนั้น...
"ผมขอโทษเอม.."
“พูดว่าขอโทษ แล้วเอมละคะ..เอมจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพี่ ที่ผ่านมาสำหรับเราคืออะไรคะ พี่ภามอย่าไปนะคะ อย่าเดินหนีเอมแบบนี้”
เธอกอดขาเขาไว้แน่น กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่คุยกันเขาก็จะเอาแต่เดินหนีไม่ยอมอธิบายให้เธอเข้าใจเลย ภามเลือกจะเดินหนีทุกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้เสียใจ เพราะไม่มีคำตอบให้เธอ
แต่สุดท้ายเธอก็รั้งเขาเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี ภามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเธอ แล้วเดินออกไปจากคอนโดโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
"พี่ภาม..กลับมาเดี๋ยวนี้นะ พี่ภาม!!”
เอมวิกานั่งคุกเข่าน้ำตาไหลพรากอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ ร่างบางสั่นเทาพร้อมกับแรงสะอื้นไห้จนแทบขาดใจ เมื่อถูกคนที่รักที่สุดทิ้งไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยให้เธอเลย
ในเวลาแห่งความทุกข์ทนเจ็บปวดสิ่งเดียวที่เธอคิด คือเธอจะมีชีวิตอยู่ไปได้อย่างไรหากไม่มีเขา ในตอนนั้นสมองของเธอไม่อยาก จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เธอลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบขวดยานอนหลับขึ้นมาเทลงบนฝ่ามือ
"ฮึกๆ ฮือๆ"
ความเสียใจทำให้เธอขาดความยั้งคิด มีเพียงเสียงร่ำไห้ดังกึกก้องไปทั่วห้องพัก ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงพร้อมกับร่างที่ฟุบนอนนิ่งบนพื้นที่เย็นเยียบ
“ไม่เป็นไรนะเอมพี่จะเอาคืนพวกมันเองที่ทำให้เอมเสียใจ”
หากเขาไปช่วยไม่ทันไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร คนเป็นพี่ชายลูบผมยาวนิ่มสลวยของน้องสาวอย่างแผ่วเบา
“แล้วเราจะได้เจอกันเร็ว ๆ นี้ อิงดาว โรจน์วัฒนวณิช ”
ศิลาหมายมาดจะเอาคืนพวกมันอย่างสาสมที่มาทำกับน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา
ครืด ๆ ๆ ๆ
ศิลาเดินไปรับโทรศัพท์ตรงระเบียงห้องพักคนไข้ สายตายังทอดมองน้องสาวที่กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่บนเตียงนอน
“ว่าไง”
“เหยื่อปรากฏตัวแล้วครับพ่อเลี้ยง”
“ส่งพิกัดมา แล้วมึงบอกคนของมึงลงมือได้เลย..เดี๋ยวกูออกไป”
“ครับพ่อเลี้ยง”