เหยื่อติดเบ็ด1/2

1814 Words
[ALice Couture] "เป็นไง แกชอบชุดนี้ไหม ฉันใส่ใจกับมันมาก ไม่ได้ไปดื่มไปเที่ยวก็เพื่อทำสิ่งนี้ให้แกคนเดียวเลยนะ" อลิส เจ้าของร้านเสื้อที่เป็นเพื่อนคนสนิทของอิงดาว มีอายุมากกว่าเธอสองปี อลิสเรียนที่เมืองนอกและจบก่อนอิงดาวจึงได้มาทำการเปิดร้านเสื้อที่เมืองไทย เธอเรียนด้านการออกแบบ เป็นคนเก่ง หัวไว ไอเดียเป็นเลิศ และตอนนี้ก็กลายเป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง มีลูกค้าและคนติดตามไม่น้อย และครั้งนี้อลิสก็รับอาสาเป็นคนออกแบบและตัดเย็บชุดแต่งงานให้อิงดาวเป็นพิเศษ “ถ้าแกว่าสวย ฉันก็ว่างั้น” อิงดาวบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย หญิงสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวกระโปรงฟูฟ่องสวยงามความยาวของชุดลากยาวไปกับพื้น จนใครเห็นเป็นต้องตะลึงในความสวยหรูของทั้งคนสวมใส่และแบบเสื้อที่ไม่เหมือนใครโดยฝีมือการออกแบบและตัดเย็บอย่างปราณีตของดีไซเนอร์ชื่อดัง “แล้วพี่ภามละคะว่ายังไง เจ้าสาวของพี่สวยไหม” เธอหันไปขอความเห็นจากว่าที่เจ้าบ่าวที่นั่งรออยู่หน้าห้อง ภามเป็นเจ้าบ่าวที่หล่อมาก แต่ทว่าสายตาที่มองว่าที่เจ้าสาวแสนสวย กลับไม่ได้มีแววตาลึกซึ้งเหมือนคนที่จะได้แต่งงานมีความสุขกันเลยสักนิด "น้องอิงดาวใส่ชุดไหนพี่ก็ว่าสวยทั้งนั้นแหละ” ภามตอบเสียงเรียบแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาว่าที่เจ้าสาว เธอเป็นคนสวยมาก ใคร ๆ ต่างก็มองว่าเธอสวยแต่หน้าหยิ่ง ท่าทางอวดดื้อถือดีแต่มีเสน่ห์เหลือร้ายเร้าใจในสายตาบุรุษเพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ อิงดาวผู้หญิงที่บุพการีกำชับนักหนาว่าให้ดูแลประดุจเจ้าหญิง และให้เอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง และเขาก็กำลังทำมันอย่างเต็มที่จนทุกวันนี้แทบไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว "อิงยังไงก็ได้ค่ะ ไม่ซีเรียส" อิงดาวตอบกลับผู้ชายที่จะมาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากคนถาม เพราะเธอก็ไม่ยินดียินร้ายกับอะไรอยู่แล้ว งานแต่งที่กำลังจะจัดขึ้นแบบสายฟ้าแลบเป็นความตกลงของสองตระกูลเพื่อดองกันทางธุรกิจ ซึ่งเธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็ขัดใจผู้เป็นบิดาไม่ได้ จนต้องบินกลับมาทันทีที่เรียนจบ ส่วนผู้ชายตรงหน้าเธอรู้จักเขามาตั้งแต่เด็กแต่ความรู้สึกที่มีให้ภาม เป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น... "พี่ว่าน้องอิงเหมาะกับชุดนี้มาก งั้นฝากอลิสจัดการ ให้พี่ด้วยนะครับ" "ได้คะพี่ภาม" ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง อิงดาวยืนมองตัวเองในกระจกบานสวยด้วยใบหน้าเรียบเฉย งานแต่งที่เธอปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว เธอคงไม่สามารถยื้อชีวิตที่เป็นอิสระไว้ได้อีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตถูกผู้เป็นบิดาวางกรอบการดำเนินชีวิตเสมอ หลังจากที่มารดาเสียชีวิตเธอก็ถูกส่งให้ไปเรียนเมืองนอกทั้งที่ไม่อยากไปร้องไห้ใจแทบขาด การไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นทั้งเหงาและโดดเดี่ยวเดียวดาย ถึงแม้จะมีคนของพ่ออยู่ที่นั่น แต่มันก็ไม่เหมือนตอนเรียนอยู่ที่เมืองไทย พอเรียนจบก็มีคำประกาศิตให้รีบกลับบ้านทันที เธอรู้ดีว่าถูกเรียกกลับมาด้วยเรื่องอะไร เธอถูกก็บังคับให้แต่งงานด้วยเหตุผลที่ว่า ภาม เป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอมากที่สุด และผูกกันไว้ด้วยเรื่องของธุรกิจเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงและยิ่งใหญ่ของทั้งสองตระกูลโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของเธอเลย " อิงมีธุระกับอลิสต่อ พี่ภามจะกลับเลยก็ได้นะคะ อิงจะกลับบ้านเอง" "จะดีเหรอ ให้พี่รอไปส่งดีกว่า” “อิงบอกแล้วไงคะว่าจะกลับเอง อีกอย่างอิงเอารถมาด้วยกลับเองได้!” พอเธอถูกขัดใจ น้ำเสียงเรียบก็เปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ สายตาคู่สวยตวัดมองคนอายุมากกว่าอย่างไม่ชอบใจนัก เธอก็เป็นของเธอแบบนี้ ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร แต่ถ้าหากเจอคนที่ถูกใจจริง ๆ ก็ไม่แน่ “แต่อิงยังไม่คุ้นเส้นทางในกรุงเทพเลยนะ” “พี่ภามคะ อิงขอเวลาส่วนตัว ขอพื้นที่ส่วนตัวบ้าง ได้ไหม” ภามพยักหน้าอย่างเข้าใจ ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนเช่นไร เขารักเอ็นดูเธอเหมือนน้องและให้เกียรติเธอเสมอ อิงดาวมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองเพราะเป็นลูกคนเดียว มีความมั่นใจในตัวเองสูง ท่าทางหยิ่งถือดีตามนิสัยคนรวย ขี้เหวี่ยงวีนเป็นที่หนึ่งจนเขาชินแล้วไปแล้วแต่ก็ไม่เคยรำคาญออกจะเอ็นดูเหมือนน้องจริง ๆ ด้วยซ้ำ อีกอย่างเธอก็ไม่ใช่สเปคของเขา เพราะแบบนี้ไงภามถึงรักไม่หลง และไม่เคยคิดจะรักเธอเกินกว่าคำว่า น้องสาว สำหรับภามแล้ว อิงดาวเป็นเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจตัวเอง หยิ่ง หน้าอวดดื้อถือดี คนอื่นอาจจะมองว่าเธอร้าย ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยหรือคิดร้ายกับใคร ตรงกันข้ามกับมีจิตใจดีภายใต้นิสัยขี้วีนหน้าเหวี่ยง ๆ เสียอีก เป็นคนจริงจังกับทุกสิ่งที่ลงมือทำ รวมถึงจริงใจกับคนรอบข้างเสมอ และไม่เกรงกลัวว่าใครจะคิดกับเธอเช่นไร เธอเป็นแบบไหนก็แสดงออกมาตรง ๆ ไม่เสแสร้างให้เป็นนางเอกในสายตาใคร คิดอย่างไรก็พูดออกไปอย่างนั้น "โอเค ถ้างั้นก็กลับบ้านดี ๆ นะ ถึงบ้านแล้วโทรบอกพี่ด้วย" สุดท้ายภามก็ตอบตกลงเอาตามที่เธอสบายใจ เพราะเขาเองก็ไม่อยากจะมานั่งเอาใจผู้หญิงที่ไม่ใช่คนรักอยู่เหมือนกัน “ค่ะ” อันที่จริงเธอไม่ได้นัดใครไว้เพียงแต่ยังไม่อยากกลับบ้านเวลานี้ อีกทั้งไม่อยากกลับบ้านกับว่าที่สามี เธอรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่กับเขาในสถานะคนรัก เธอไม่เคยคิดรังเกียจภาม แต่ก็ไม่เคยอยากแต่งงานกับเขา.. “แกจะไปไหนยายอิง ฉันไม่ว่างแกก็รู้” พอภามขับรถออกไปแล้ว อลิสก็เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย เพราะเธอกับอิงดาวไม่ได้นัดกันไว้ อีกทั้งคืนนี้เธอมีนัดคุยงานกับลูกค้าสำคัญด้วย “ฉันแค่ไม่อยากกลับกับพี่ภาม อยากขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ ฉันไปนะ สบายใจแล้วถึงจะกลับ” “ระวังตัวด้วยล่ะ ที่นี่มันเมืองไทยนะแก ไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์” “เออน่า..ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลสามขวบนะ ไว้ฉันโทรหานะ” บอกเพื่อนเสร็จร่างบางก็ไปหยิบกระเป๋าใบสวยขึ้นมาสะพาย แล้วเดินออกไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที อิงดาวขับรถไปเรื่อย ๆ จนออกไปนอกเส้นทาง พอเห็นสวนสาธารณะข้างทาง ก็เห็นว่าวิวสวยดีประดับตกแต่งด้วยไฟหลากสี เธอก็เลยจอดริมฟุตบาท ไม่ลืมหยิบกระเป๋ากับโทรศัพท์ลงไปด้วย สองเท้าเล็กเดินเข้าไปด้านใน ภายในสวนสาธารณะมีทั้งเด็กที่วิ่งเล่นกัน ส่วนผู้ใหญ่บ้างก็นั่งเล่น บ้างก็เดินออกกำลังกายเพียงประปราย เธอจึงเดินไปตามทางเรื่อย ๆ สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย อีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นที่เธอต้องแต่งงานกับภาม ผู้หญิงอย่างเราจะแต่งงานทั้งทีย่อมอยากแต่งงานกับผู้ชายที่ตนเองรักด้วยกันทั้งนั้น คนอื่นอาจจะอิจฉาชีวิตคุณหนู บ้านรวย หรูหราทั้งเสื้อผ้าหน้าผมกระเป๋าแบรนด์เนมเธอมีจนล้นตู้ แม้แต่รถยนต์ที่ใช้ขับแต่ละคันไม่ต่ำกว่าแปดหลักเธอก็มีพร้อมสรรพทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่เธอไม่มีคือความเป็นอิสระเป็นสิ่งที่โหยหามาทั้งชีวิต... อิงดาวอยากจะมีชีวิตเป็นของตนเองบ้าง อยากเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไขว่คว้าหาความสุขด้วยตัวเอง ไม่ใช่การถูกยัดเยียดในสิ่งที่เธอไม่อยากได้ . "เดินคนเดียวเหงาหรือเปล่าจ๊ะคนสวย" เสียงแหบของชายแปลกหน้าทำให้เธอชะงักสะดุ้งจากภวังค์ความคิด หันกลับมามองต้นเสียงก็พบว่ามีผู้ชายรูปร่างกำยำใบหน้าเหี้ยม ริมฝีปากแสยะยิ้มเข้ามาขวางทางเธอเอาไว้ อิงดาวยืนหันรีหันขวางเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ ทำให้เธอเหม่อลอยเดินออกมานอกเส้นทางที่ควรจะเป็น และไกลจากรถที่เธอจอดเอาไว้นัก เธอคงมัวแต่เหม่อแล้วเผลอเดินไปเรื่อย ๆ จนห่างจากผู้คน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังคุกคามโดยการก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร สองเท้าที่กำลังก้าวไปตามทางจึงหยุดชะงักแล้วถอยหลังทันทีตามสัญชาตญาณ อิงดาวมองชายแปลกหน้าที่มีรูปร่างกำยำหน้าตาเต็มไปด้วยหนวดเครา ปากหนาเอาแต่แสยะยิ้มอย่างคนหื่นกระหายด้วยสีหน้าตื่นกลัว "ถะ...ถอยไปนะ!" "ถ้าไม่อยากหน้าแหกมีแผลเหวอะหวะก็อยู่เฉย ๆ ทรัพย์สินเงินทองมีเท่าไหร่เอามาให้หมด" คนหน้าเหี้ยมแสยะยิ้มล้วงเอามีดปลายแหลมจ่อมาตรงหน้า อิงดาวมือไม้สั่น ได้แต่ก่นด่าตนเองที่อยู่ดี ๆ ไม่ว่า ชอบพาตัวเองมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย "แกต้องการเท่าไหร่เอาไปให้หมดนี่เลยแต่อย่าทำอะไรฉันเลย" เธอยื่นกระเป๋าแบรนด์หรูราคาหกหลักส่งให้ แต่โจรใจร้ายท่าทางจะหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเงินสดในระเป๋าของเธอมีเพียงไม่กี่พัน แต่มันกลับไม่ยอมรามือปล่อยเธอไปง่าย ๆ อย่างที่คิดเมื่อดวงตาเจ้าเล่ห์กวาดสายตาโลมเลียเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า!! "นาน ๆ ทีจะมีสวย ๆ แบบนี้หลงเข้ามา แล้วน้องสาวคิดว่าสวยราวกับนางฟ้าซะขนาดนี้ พี่จะปล่อยไปอย่างงั้นเหรอจ๊ะ เรามาเล่นเป็นผัวเมียก่อนสักน้ำสองน้ำดีไหม อิ่มแล้วพี่จะปล่อยคนงามไป” "ไอ้ชั่ว!..อย่านะ!! ฉันให้ของนายไปแล้วก็ควรปล่อยฉันไปสิ ไอ้โจรสับปลับ!" “ปากจัดดีนี่ พี่อยากชิมแล้วสิว่าจะจัดจ้านแค่ไหน” “อย่านะ..ไอ้โรคจิต ช่วยด้วยค่ะ..ช่วยด้วย!!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD