อิงดาวเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังตั้งใจทำเมนูอะไรสักอย่างส่งกลิ่นหอมจนท้องของเธอร้องประท้วง
"ตื่นแล้วเหรอครับ"
เขาหันมาระบายยิ้มให้จนคนมองใบหน้าร้อนผ่าวแล้วยิ้มตอบกลับแบบเขินอาย อยากจะถามออกไปเหลือเกินว่าใครเปลี่ยนชุดให้เธอแต่ก็เขินเกินกว่าจะเอ่ย เธอจึงแกล้งเนียน ๆ ไม่พูดถึงมัน
"แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"
"ก็เมื่อคืนคุณเล่นเมาเละจนหลับกลางอากาศซะขนาดนั้น แถมยังอ้วกใส่ผมอีก ผมไม่รู้จะทำยังไงก็เลยพาคุณมาที่ห้องของตัวเอง หวังว่าคุณคงไม่โกรธใช่ไหม”
“เปล่า ฉันจะโกรธคนที่มีบุญคุณกับตัวเองได้ยังไง” เธอขึ้นเสียงสูง
“หึหึ” เขาหัวเราะในลำคอกับน้ำเสียงและท่าทางของเธอ
“อีกอย่างฉันจะว่าอะไรได้ก็ฉันเมาเองนี่น่า ฉันนี่มันเป็นผู้หญิงที่แย่จริง ๆ เลยนะ เจอคุณทีไรทำคุณเดือดร้อนทุกทีน่าอายจริง”
คนพูดหน้าแดงที่เมาเละจนไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าเมื่อคืนทำท่าทางประหลาดให้เขาได้เห็นหรือเปล่า
“แล้วเมื่อคืนฉันทำอะไรคุณหรือเปล่า”
เธอไม่ได้กลัวว่าเขาจะทำอะไร แต่หากกลัวว่าตัวเองจะเผลอไปทำอะไรเขามากกว่า เพราะเมาขาดสติไม่รู้เรื่องรู้ราวซะขนาดนั้น
“ผมอยากให้ทำแทบแย่ แต่คุณก็เอาแต่ละเมอ”
“ฉันละเมอ ละเมอว่าอะไรเหรอคะ!” เธอตกใจ ไม่ใช่ละเมอจะไปปล้ำเขานะ
“ก็ละเมอขึ้นมานอนบนตัวผมนะสิ”
“นี่คุณ!!”
“ผมหยอก ๆ”
“ค่อยโล่งใจหน่อย”
“เวลาคุณเมาแล้วหลับน่ารักมากรู้ตัวหรือเปล่า” แล้วไป..นึกว่าตัวเองปีนไปนอนบนตัวเขาจริง ๆ ซะอีก
“ใครเปลี่ยนชุดให้ฉัน” มาถึงขึ้นนี้สักหน่อยเถอะจะได้ทำหน้าถูก
“กลัวว่าคุณจะนอนไม่สบาย ส่วนชุดของคุณผมส่งแม่บ้านซักอบรีดให้แล้ว”
เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้สัมผัสเรือนร่างของเธอเลย ผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกก็ว่าได้
“เอาน่าคุณไม่ต้องอายหรอก ผมถอดเสื้อแบบไม่ได้เปิดไฟ ไม่เห็นอะไรหรอกคุณ” แต่จับโดนไหมนั่นก็อีกเรื่อง...
“ไม่คิดว่าเราจะเจอกันอีกนะคะ”
เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อชัดเจนแล้วว่าเขาเป็นคนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของเธอจริง ๆ
อิงดาวเชื่อว่าอีกฝ่ายคงเห็นหน้าอกตูม ๆ หน้าท้องเนียนแบนราบ รวมถึงจุดอ่อนไหวที่มีแพรไหมบางเบาที่เธอดูแลอย่างดีมาโดยตลอดไปจนหมดทุกซอกทุกมุมแล้วสินะ
แต่เขาเพียงแกล้งพูดไปอย่างนั้นเองคงกลัวว่าเธอจะอาย แทนที่จะโกรธแต่กลับไม่ได้ต่อว่าอีกฝ่ายเลยสักนิด
"ผมบอกแล้วไงครับว่าหากเราเจอกันเป็นครั้งที่สอง ผมจะถือว่าคือพรหมลิขิต"
เขาก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า อิงดาวมองสบกับดวงตาคมเข้มที่มองมาอย่างล้ำลึก ใจสาวเต้นแรงดังโครมครามไม่หยุดจนแทบทะลุออกมานอกเบ้า เธอไม่เคยประหม่ากับเรื่องไหนเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยในชีวิต
ลมหายใจติดขัดเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนอิงดาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดลงมาตรงหน้าผาก คนประหม่าจึงรีบก้าวถอยหลังอัตโนมัติ
"อ๊ะ!!!"
เธอเสียหลักเพราะถอยเร็วไปหน่อยถึงกับอุทานเสียงดังจนน่าตกใจ ศิลารีบคว้าเอวบางเอาไว้ขณะที่เธอสะดุดพรมเช็ดเท้าและกำลังจะล้มหงายตึง หญิงสาวรีบตั้งหลักทั้งเขินและอายที่ทำนิสัยซุ่มซ่ามต่อหน้าเขาอีกจนได้
“คุณ...ปล่อยได้แล้วคะ”
เธอเรียกสติเขาเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาจนปลายจมูกปัดโดนแก้มขาวขึ้นซับสีเลือด อีกนิดปากของเธอและเขาคงได้สัมผัสกันแล้ว
"ผมทำข้าวต้มกุ้งเสร็จแล้ว กำลังร้อน ๆ เลย มาทานสักหน่อยนะครับ"
ศิลาเองก็เผลอไปกับความงดงามตรงหน้า เขารีบกระซิบลงข้างใบหูเล็กขาว ก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระแล้วเดินกลับเข้าไปตักข้าวต้มใส่ชามให้อิงดาวอย่างเอาใจ
หญิงสาวถึงกับยกมือขึ้นทาบอกข้างซ้ายในระหว่างที่มองตามแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าหวานเห่อร้อน เมื่อรู้ว่าใจตัวเองเต้นแรงระรัวราวกับมีใครมาตีกลองปาวร้องอยู่ในอก มันเล่นเต้นแรงไม่หยุดตั้งแต่ที่เขารั้งเอวบางไว้แล้ว ยิ่งอยู่ชิดใกล้โดยมีเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวยาวของเขาเพียงแค่ชิ้นเดียวกั้นกลางเอาไว้ ทำให้ความนุ่มหยุ่นของอกอวบเบียดชิดกับอกแกร่งทำเอาใจสาวเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น
ศิลาชอบทำให้เธอเขินและใจสั่น ...
ยังไม่พอเขายังจะหว่านเสน่ห์ด้วยการยกยิ้มเก๋ ๆ เป่าลมหายใจข้างใบหูเล็กที่ไวต่อความรู้สึกอีก แล้วใครจะไปทนไหวกันล่ะ....
หญิงสาวเริ่มกลัวหัวใจตัวเอง คิดด้วยความกังวลใจกับอาการที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่เกิดมาจนโตเป็นสาวสะพรั่งเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย แม้แต่ภามผู้ชายที่กำลังจะมาเป็นสามีในอนาคต คิดแล้วก็หดหู่หัวใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่า มีเรื่องไม่สบายใจ อะไรอยู่เหรอคุณ”
น้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยน ทำให้คนที่กำลังหัวใจอ่อนแอได้ชุ่มฉ่ำราวกับได้รับหยาดฝนให้ชุ่มใจ อย่างน้อยเธอก็มีคนห่วงใยใส่ใจอยู่
“ฉันแค่เหนื่อย ๆ เบื่อ ๆ"
"ถ้าเบื่อ ๆ เอาแบบนี้ไหมครับ วันมะรืนนี้ผมจะลงใต้ไปธุระสักหน่อย ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อนด้วย ทะเลอันดามันของภาคใต้สวยมากนะครับ น้ำทะเลใสและสวยมาก แต่ถ้าคุณอิงดาวไม่ไว้ใจผม จะชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้นะครับ"
ศิลารีบเอ่ยชวนเพราะเขามีงานที่ต้องลงใต้อยู่พอดี ถ้าหากเธอมีใจเขาเชื่อว่าอิงดาวคงไม่ปฏิเสธ จึงรีบโยนหินถามทางให้อีกฝ่ายเดินตามหมากที่วางไว้ทันที
"นี่เราสนิทกันขนาดชวนฉันไปเที่ยวด้วยแล้วเหรอ เจอกันแค่สองครั้งเองนะคะ”
“แต่ผมกับรู้สึกว่าผมรู้สึกผูกพันกับคุณมากกว่านั้นไปแล้ว หรือคุณไม่คิด”
” ไว้ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ ถ้าได้เรื่องยังไงจะโทรหานะคะ"
"ผมจะรอคำตอบนะครับ ผมอยากเป็นผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ ยามที่คุณมีเรื่องไม่สบายใจ”
คำพูดหวานหูทุกคำส่งผลต่อใจของเธอให้ไหวหวั่น ทุกครั้งที่อยู่กับเขาใบหน้าจะร้อนผ่าวอยู่เสมอ ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอยิ้มได้ทุกครั้งที่เจอหน้า หรือแม้กระทั่งเสียงทุ้มนุ่มก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
และที่สำคัญใจเจ้ากรรมมันเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงเขา ความรู้สึกแบบนี้มันคือความรักหรือเปล่านะ....