ตอนที่1 หึง
ห้องนอนกว้างใหญ่สวยงามสิ่งของประดับตกแต่งมากมายที่เต็มห้องไปหมดโดยเจ้าของห้องที่ชื่นชอบการถ่ายภาพโดยมีทั้งรูปถ่ายและเลนส์กลองต่างๆ มากมากมาย เจ้าของห้องอย่าง'ไมล์ดรีม'ที่เรียนคณะนิเทศศาตร์ปี3 ฉันมีเพื่อนมากมายและเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักศึกษาเป็นอย่างมาก ฉันเป็นลูกครึ่งอังกฤษโดยแม่นั้นเป็นคนอังกฤษโดยตรงและเปิดร้านอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนพ่อนั้นเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่ไทย ทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่ฉันยัง3ขวบแล้ว
พวกท่านเลิกรากันไปได้ด้วยดีและส่งเลี้ยงฉันมาได้จนถึงทุกวันนี้ พ่อของฉันนั้นไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามฉันก็ไม่ได้อะไรมากและเข้าใจในสิ่งที่พ่อเป็นอีกด้วย ฉันและพ่อรักกันมากและสนิทกันสุดๆ แต่ต่างจากแม่ไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อกันเลย
ส่วนรูมเมทของห้องที่มีแต่ห้องโล่งๆ ไม่ได้รกรุงรังมากนัก 'เวกัส'คณะวิศวะปี3 พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเวกัสเป็นลูกของเพื่อนพ่อฉันเอง พวกเราอยู่กินเล่นกันมานานจนสนิทกันสุดๆ แต่นิสัยต่างกันสุดขั่ว ตานั่นดูหยิ่งเอามากๆ และชอบใช้กำลังมากกว่าเหตุผล และที่สำคัญเป็นคนขี้หวงเพื่อนอย่างฉันมาก มากกว่าพี่'มิล'พี่ชายแท้ๆ ของฉันที่ไปเรียนต่อโทที่เมืองนอกซะอีก
ก๊อกๆๆๆ
เสียงอันน่ารำคาญตลอดทุกเช้าของฉันเพราะเวกัสชอบเรียกฉันตื่นแบบนี้ตลอด ฉันและเขาต้องไปเรียนพร้อมกันทุกเช้าและเวกัสเป็นคนตรงเวลาไม่ชอบสายเขาจึงปลุกฉันให้ตื่นแบบนี้เป็นประจำ
แกร๊ก
"ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว"
"ฉันตื่นนานแล้วย่ะ"ฉันหันไปวีนไอ้คนหน้านิ่งนั้นก่อนที่จะหันมาแต่งหน้าแต่งตัวต่อเพราะวันนี้เปิดเทอมวันแรกฉันเลยอยากจะเสริมสวยสักหน่อยเผื่อจะได้เพิ่มเสน่ห์ของตัวเองเพิ่ม
"จะแต่งทำไมหนักหนา แกแต่งเพิ่มก็ไม่ได้สวยขึ้นหรอกยัยเตี้ย"
"นี่!! เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักทีนะ ฉันสูงตั้ง162แล้วนะ"ฉันหันไปแวดใส่เขารอบหนึ่งก่อนที่เวกัสจะเดินเข้ามาหาฉันและก้มลงมาให้หน้าเราเท่าๆ กันและค่อยๆ เข้ามาใกล้ๆ ฉัน ฉันยอมรับได้เลยว่าเขาทำแบบนี้เมื่อไหร่ใจฉันสั่นตลอดไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
"หรอ??"
"ถอยออกไปได้แล้วไอ้บ้านี้ ฉันหิวอ่ะกัสทำอะไรยัง หิวมากเลย"ใบหน้าออดอ้อนแบบนี้รับรองว่าเวกัสใจอ่อนยอมฉันตลอดก่อนที่จะเดินออกไปไม่ได้สนใจฉันเลย ฉันวิ่งแจ้นเก็บของใส่กระเป๋าและตามเขาไปติดๆ ก่อนที่จะพบเข้ากับอาหารเช้าแสนอร่อยที่เขาทำ
"หืมมม หอมจัง"
"รีบกิน"เขาบอกแค่นั้นก่อนที่พวกเราจะต่างพากันก้มหน้าก้มตากันทานข้าวเพื่อรองท้องที่จะได้ออกไปรบกับการเรียนในวันนี้ เวกัสได้รับหน้าที่เป็นเฮดว๊ากของคณะวิศวะ และท่าทางของเขาถ้าได้ดุเมื่อไหร่ก็ต้องต่างพากันกลัวมากเท่านั้น ฉันเคยโดนเขาดุมาครั้งหนึ่งและยอมรับได้ว่าทำเอาฉันร้องไห้3คืนติดเพราะงอนเขาโดยที่เขาไม่ได้มาง้อหรืออะไรฉันเลย
ณ คณะนิเทศศาสตร์
ฉันและเขาเดินมาพร้อมกันที่คณะฉันเพราะพวกเราต้องมารวมตัวกันที่นี่ตลอดฉันมีเพื่อนร่วมห้อง2คนชื่อ'ฟ้า'และ'พายุ'ส่วนเวกัสก็มีเพื่อนวิศวะของเขาอีก2คนชื่อ'ดิน' และ'คิน' แก๊งพวกเรารวมตั้งกันเมื่อไหร่รับรองได้เลยว่ามีหวังมีแต่ความจังไรกันทั้งกลุ่มโดยเฉพาะดินและพายุ
"ผัวเมียคู่นี้มาแล้ววว เค้าเดินมาด้วยกันด้วยว่ะ"พายุเอ่ยแซวฉันและเวกัสเพราะพวกเราสนิทกันจนพวกมันคิดว่าพวกฉันเป็นแฟนกันตั้งแต่ปี1พวกมันเลยเอ่ยแซวฉันแบบนี้เป็นประจำ
"ผัวเมียพ่องมึงสิไอ่สัส"ฉันเดินไปนั่งข้างๆ พายุและกอดคอแกล้งมันตามประสาเพื่อนแต่ก็ถูกเวกัสดึงให้นั่งลงดีๆ เนื่องจากกระโปรงวันนี้ของฉันเป็นกระโปรงทรงเอและสั้นเอาเรื่อง
"มึงคิดไงใส่ทรงเอมาวะ ไม่กลัวไอ้กัสหึงรึไงที่ใส่ยั่วผู้ขนาดเนี่ย"
"กูก็มายั่วมึงไงคะดิน"ฉันทำเป็นพูดเล่นกับพวกเขาตามปกติ พวกฉันพูดมึงกูกันถือว่าธรรมชาติมาก ฉันและเวกัสตกลงกันว่าจะไม่ขึ้นมึงกูต่อกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะมันดูไม่งามสำหรับเขา
"แต่มึงแต่งตัวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ อาหารตากูดี แม่งจะไปมีใครรู้วะว่าไอ้เดมแม่งจะนมตู้มขนาดเนี่ย"
ปั้งงงง!!!!
เสียงตบโต๊ะของคนข้างๆ ฉันดังขึ้นฉันพวกเราที่อยู่ตรงนั้นพากันตกใจเป็นอย่างมาก เวกัสดูไม่สบอารมณ์ตั้งแต่เช้าแล้วไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากตรงนี้ทันที
"เป็นอะไรวะ"
"กูจะไปรู้หรอ ปกติพวกเราก็เล่นกันแบบนี้หนิ"
"แปลกๆ ว่ะ"
"เดี๋ยวกูไปดูเอง ไม่ต้องห่วง"
พวกเราเงียบกันไปครู่หนึ่งก่อนที่ฉันจะตัดสินใจรีบลุกวิ่งตามเขาไป ฉันไม่เรียกเขาแต่เลือกที่จะวิ่งตามเขาไปติดๆ เพราะกลัวเขาจะดุเอา จนมาถึงที่คณะของเขาฉันวิ่งเข้าไปจับข้อแขนของเวกัสไว้ก่อนที่เขาจะเข้าลิฟต์ไปและได้เคลียร์กัน
"กัสเป็นอะไรรึเปล่า มีอะไรบอกเดมได้นะ"
"......"เขายังคงไม่ตอบและถอดเสื้อช็อปมาคลุมตัวฉันไว้และเดินลากพาฉันไปนั่งแถวๆ ม้าหินอ่อนที่คณะของเขา
สายตาแต่ละคนที่มองมาทำเอาฉันประหม่ามากๆ และจับมือเขาไว้แน่น ส่วนมากฉันจะไม่ค่อยมาที่คณะเขาเพราะมีแต่คนมองยิ่งวันนี้ฉันแต่งตัวแบบนี้อีกมันเลยทำให้ฉันประหม่ามากขึ้นหลายเท่า
"ครั้งหน้าอย่าแต่งตัวแบบนี้อีก!"
"รู้แล้ว แกหวงฉันอย่างกับพวกเราเป็นแฟนกันเลยไอ้บ้านี้ รู้ไหมฉันตกใจแทบแย่"เขายังคงเงียบและไม่ได้พูดอะไรออกมากับฉันเลยสักนิดก่อนที่พวกนั้นจะเดินมาหาพวกเขาที่นั่งกันอยู่
"กูขอโทษ พวกกูก็เล่นแบบนี้อยู่แล้วป่าววะ"
"......"
"มึงไม่ชินอีกรึไงไอ้ดินก็เล่นแซวแบบนี้ประจำปะ"
"มึงทำอย่างกับหวงไอ้เดมเลยรู้ตัวปะ"เขาก็ยังคงเป็นเขาที่เงียบและไม่พูดอะไรต่อก่อนที่พวกเราจะพากันแยกย้ายไปเรียน ฉันคืนช็อปคืนให้เขาไปและใส่เสื้อคลุมของพายุเเทนเพราะกลัวเขาเป็นห่วง
วันแรกของการเรียนไม่ได้มีอะไรมากนักพวกเรานั่งฟังอาจารย์สอนไปกันไปและเดินลงมาเพื่อออกไปหาอะไรทานและกลับบ้านของวันนี้
"วันนี้กูไม่น่ามาเลย มึงอ่ะพายุให้กูมาทำไมวะ"
"มาเรียนไงวะ เปิดเทอมวันแรกมึงก็ตี้หนักเลยนะมึงไอ้สัส"พายุหันไปพูดเล่นกับฟ้าใสที่ตอนนี้เมาพึ่งสร่างยังไม่หายกลิ่นตัวของนางยังคงมีกลิ่นเหล้าเต็มไปหมด ช่วงนี้สภาพร่างกายฟ้าใสดูอ่อนแอลงไม่รู้ว่าเพราะอะไรแถมยังปาร์ตี้หนักกับกลุ่มเพื่อนของเวกัสบ่อยมากอีกต่างหาก
"แล้วแบบนี้พี่หมอแกจะไม่ว่าหรอฟ้า"
"......"พอฉันพูดจบฟ้าใสก็กลับนิ่งเงียบไปเลยทันทีฉันจึงสันนิษฐานได้เลยว่าทั้งสองน่าจะทะเลาะกันอย่างหนักแน่ แต่ยัยฟ้าก็กลับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยด้วยซํ้า เธอเงียบลงไปทันทีก่อนที่ฉันจะเข้าไปกอดคอยัยฟ้าและลากนางไปที่คาเฟ่ของคณะวิศวะเพื่อรอเพื่อนๆ ของพวกเราที่กำลังเรียนอยู่
ตลอดทั้งทางฟ้าใสกลับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยด้วยซํ้าจนกระทั่งพายุเดินออกไป ฟ้าใสจึงหันเข้ามาสวมกอดฉันและร้องไห้ออกมา ฉันรีบปลอบเพื่อนด้วยความเป็นห่วงไม่รู้ว่าเพราะอะไรหรือเหตุผลไหนที่ทำให้เธอร้องไห้แบบนี้ โชคดีที่โซนที่พวกเรานั่งยังไม่มีคนเลยแม้แต่น้อยจึงทำให้มันเป็นส่วนตัวมากๆ เลยด้วยซํ้า
"ฉันเลิกกับพี่รามแล้วว่ะ พี่เค้า......นอกกายฉันอ่ะเดม แถมเค้ายังทำแบบนั้นกับฉันด้วย"
"ว่าไงนะฟ้า??? "ฉันถึงกลับตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินแบบนี้เพราะแฟนหนุ่มของฟ้าใสเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เงียบขรึมและดูเหมือนจะไม่มีทางทำแบบนั้นเลยด้วยซํ้า
ยิ่งยัยฟ้าใสเป็นคนรักเนื้อรักตัวและออกจะทางหัวโบราณนิดหน่อยไม่ค่อยชอบทำเรื่องแบบนั้นด้วยถ้ายังไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน
ก่อนที่สายตาของฉันจะหันเข้าไปเจอกับพี่รามแฟนของฟ้าใสที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ไม่รู้ว่าฉันเอาความกล้าบ้าบิ่นจากที่ไหนมาพอเห็นหมอหนุ่มคนนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปหากลุ่มนักศึกษาแพทย์นั้นทันที
มือเรียวบางพุ่งเข้าไปจับปกเสื้อกาวแพทย์อย่างแน่นจนกลุ่มเพื่อนของเขาถึงกลับร้องโวยที่ฉันทำแบบนี้ คนตัวโตกว่าสะบัดข้อแขนของฉันออกอย่างแรงจนร่างกายของฉันนั้นเซเกือบล้มโชคดีที่เวกัสเดินเข้ามาประคองฉันได้ก่อน
"พี่ทำเหี้ยไรกับเพื่อนผมวะ"
"เดม เป็นอะไรรึเปล่า พี่ทำเชี้ยไรเพื่อนผม"
"มึงถามเมียมึงเหอะ จู่ๆ ก็มาจับคอเสื้อกู อยากตายรึไงวะ!!!"
"อย่าทำอะไรเพื่อนฟ้านะคะ"ยัยฟ้าใสวิ่งเข้ามาบังตัวฉันไว้ในขณะที่พี่รามกำลังจะเดินเข้ามาจับตัวฉันไว้แต่ก็มีเวกัสที่พยายามบังตัวฉันไว้อีกด้วยเช่นกัน
"เรากลับโต๊ะกันเถอะ"ฟ้าใสพูดจบเวกัสและเพื่อนๆ ของเขาก็พากันมาถึงที่โต๊ะที่ที่พวกเรากำลังนั่งกัน ฉันยอมรับได้เลยถ้าพวกมันไม่มาฉันอาจจะสู้กับพี่รามจริงๆ ด้วยถึงแม้จะสู้ไม่ไหวแต่ก็จะยอมสู้เพื่อเพื่อนของฉันสักครั้ง
พอนั่งลงกระโปรงทรงเอของฉันมันก็ล่นขึ้นเอามากๆ จนเวกัสรีบถอดเสื้อและคลุมไว้ที่ขาของฉันเพื่อปิดอย่างมิดชิด ฉันหันไปมองเพื่อนสาวของฉันที่นั่งซึมอยู่ที่เก้าอี้อย่างไม่มีสติ
"แกบ้ามาจากไหนวะเดม รู้ปะว่าทำอะไรอยู่ถ้าพวกกูมาไม่ทันจะทำไง"
"ก็ฉันโมโหหนิ แกรู้ไหม....."
"เดม!"ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบฟ้าใสก็จับข้อแขนฉันไว้เพื่อห้ามปรามเพื่อไม่ให้ฉันได้พูดอะไรออกมาให้กับเพื่อนๆ ได้ยินเพราะเกรงว่าเพื่อนๆ จะโกรธและไปทำร้ายพวกพี่แม่งซะอีก
"มีอะไรทำไมไม่บอกกันวะฟ้า พวกเราจะได้ช่วยไง"พายุที่เดินมาจากห้องนํ้ารีบพูดออกมาทันที แต่ฟ้าใสก็ยังคงเงียบและนิ่งอยู่ก่อนที่นางจะรีบลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินออกไปจากร้านแต่ก็ถูกพายุและคินจับข้อแขนไว้
"ก็อย่างที่ไอ้ยุพูดอ่ะ มีอะไรก็บอก"
"มึงไม่พร้อมบอกตอนนี้ก็ไปพูดที่ผับ ปะกลับคืนนี้เจอกัน"พายุพูดออกมาและลากแขนฟ้าใสออกไปทันที พวกเราต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อที่จะกลับไปเปลี่ยนผ้าและเจอกันที่ผับในช่วงคํ่าๆ หอพักของฟ้าใสอยู่ทางเดียวกับพายุ คู่นั้นจึงกลับบ้านด้วยกันแบบนี้ตลอด
ก่อนจะจ่ายเงินและเดินออกไปจากร้านฉันก็เหลือบไปเห็นทางโต๊ะพวกนั้นที่นั่งอยู่กลับไร้วี่แววของพี่รามเลยแม้แต่น้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากและเดินออกไปจากร้านพร้อมกับเวกัสทันที