บทที่ 1 ความรู้สึกประหลาด 1

1050 Words
งานสมาคมการกุศล ท่ามกลางคนจอแจมากมายที่ต่างก็ทยอยเดินทางกลับเพราะงานทั้งหมดจบลงแล้ว มีเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่เป็นระยะเพื่อส่งคำขอบคุณถึงผู้ประมูลทุกคนที่ได้ร่วมกันบริจาคครั้งนี้ ร่างบอบบางพยายามเดินหลบหลีกผู้คนที่เดินสวนกันไปมา นั่นเพราะมีผู้ร่วมงานไม่น้อย เมื่องานจบลงจึงได้ดูแออัดแบบนี้ มินทิราพยายามมองตามร่างหนึ่งในชุดสูทสีดำ แต่เพราะต้องคอยหลบคนอื่นอยู่ตลอด จึงทำให้เธอคลาดสายตากับเขา ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจส่งเสียงเรียกหรือเดินไปยังพิธีกรที่ประกาศถ้อยคำซ้ำๆ อยู่ในขณะนี้ ใครใช้ให้เธอเดินตามเขาไม่ทัน " คลาดกันจนได้ " " คลาดกับใครเหรอครับ? " มินทิราถึงกับสะดุ้งโหยง หันมาด้านหลังช้าๆ ด้วยท่าทางเก้อเขิน ไม่กล้าตอบออกไปตรงๆ เธอละล้าละลังอยู่ แต่เมื่อสบกับนัยน์ตาราบเรียบของคุณเลขาเมฆาจึงได้ยอมตอบออกไปแต่โดยดี " ฉันมองไม่เห็นคุณค่ะ เลยคิดว่าอาจคลาดกันซะแล้ว " ชายหนุ่มในชุดสูททางการสีดำมองไปรอบๆ อย่างเห็นด้วย จากนั้นจึงได้ออกความคิดเห็น " คงเป็นผมที่เดินเร็วเกินไปจนคุณตามไม่ทัน งั้นตามมาทางนี้เถอะครับ เพราะผมจอดรถเอาไว้ทางด้านฝั่งเดียวกันกับนายน้อยเทียน ไม่ได้บอกคุณก่อนเลยตามมาไม่ถูก " หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับตอบรับ " ค่ะ " มองกายใหญ่หมุนร่างหันหลังแล้วเดินนำไปแล้ว ตนเองถึงกับต้องพรูลมหายใจอย่างโล่งอก เห็นพูดสุภาพแบบนั้นแต่สายตาดุมากนะ แล้วยังจับจ้องราวกับสามารถล่วงรู้ทั้งหมดเพียงแค่มองนิ่งๆ แบบนั้น คนที่ไม่เคยคุยกับคนระดับนี้จึงต้องเร่งเดินตาม ถึงอย่างนั้นก็ยังทิ้งห่างหลายช่วงตัว จนคุณเลขาต้องยืนรอเธอที่พยายามเดินหลบผู้คนที่เดินสวนกันไปมา " ... " เจ้าตัวยืนรอนิ่งๆ โดยไม่แสดงออกว่าพอใจหรือไม่พอใจ ยังไงนี่ก็เป็นคำส่งของนายน้อยเทียนที่บอกให้เขาไปส่งเธอกลับบ้าน เพราะเจ้าตัวต้องการไปส่งคนรักด้วยตนเองคุณเมฆาจึงต้องมาส่งเธอแทน " คุณเมฆา คือ.. " ชายหนุ่มยื่นมือออกมาตรงหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบกับเธอ " จับมือผมไว้ดีกว่านะครับ จะได้ตามไปที่รถได้ง่าย " ยังไงเขาก็เป็นชายหนุ่มกายสูงใหญ่ คนเกือบทั้งงานก็รู้จักว่านี่คือคนสนิทของเทียนสวีข่าย ต่อให้รีบแค่ไหนก็ต้องใช้สายตามองดูว่าสมควรหลบหรือเดินชนแบบไม่เกรงกลัว มิ้นท์มองมือใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหลาด " ค่ะ " สุดท้ายก็ยอมวางมือของตนเองเพื่อให้เขาจูงตามหลังโดยไม่ต้องรั้งรอเป็นระยะอีก ในที่สุดมินทิราก็มาถึงรถสปอร์ตสีดำคันงาม เมื่อคุณเลขากดรีโมทพลันมีเสียงดังสองจังหวะเพื่อปลดล็อค จากนั้นจึงได้เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วพาตัวเองเข้าไปก่อน แค่เพียงรถหรูก็ว่าน่าทึ่งแล้ว แต่เมื่อเจ้าของรถที่แต่งกายสุดเนี๊ยบเข้าไปนั่งในนั้น ยังกับว่าเธอกำลังนั่งมองโฆษณารถในภาพสามมิติ ..คนหล่อเนี่ย แค่อยู่นิ่งๆ ก็ยังทำให้บรรยากาศรอบตัวดูดีขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไร ถ้าเกิดเจ้าตัวเผยรอยยิ้มสักหน่อยคงทำเอาเธอหัวใจวายตายแน่ๆ ต่อหน้าหญิงสาวที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ กระจกสีทึบถูกเลื่อนลงมา พลันใบหน้าหล่อนุ่มละมุนนุ่มต่อใจกลับโน้มโผล่มาจากข้างในนั้น เอ่ยทั้งที่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย " เข้ามาเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก " ตึก ตึก " ... " นี่ขนาดยังไม่ทำอะไร เอาละ.. มินทิราที่สบตากับเจ้าของรถที่ยิ้มมุมปากกล่าวกับเธอโดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย จากนั้นจึงได้พยายามควบคุมตัวเองเพื่อไม่ให้คุณเลขาของเจ้านายขบขันกับท่าทางประหลาดของเธอ มือบางเอื้อมไปเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไร กระทั่งรีบรั้งสายมาคาดเข็มขัดอย่างดีเพื่อไม่ให้เขาต้องเตือนอะไรกับเธออีก ได้ยินเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มสนทนาด้วยแต่ละครั้ง ทำเอาภูมิคุ้มกันเรื่องผู้ชายของเธอแตกละเอียดไม่เหลือสิ้นดี ทำไมเธออ่อนแบบนี้นะยัยมิ้นท์เอ๊ย ! เมฆามองร่างระหงนั่งเกร็งแล้วมองตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่หันมามองตนเอง จึงได้คิดว่า คงเพราะไม่ชอบใจที่เขาเดินไม่รอหรือเปล่าเลยแสดงออกแบบนี้ แต่เพราะตนเองได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ไปส่งเพื่อนของว่าที่นายหญิง จึงได้ขับออกไปจากลานจอดรถโดยไม่พูดอะไรอีก กระทั่งมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ..มินทิราตาโต เพราะลืมไปว่ายังไม่ได้บอกทางมาบ้านกับเขาเลย แล้วนี่เขารู้ยังไง? แต่เจ้าตัวเพียงแค่เห็นท่าทางแบบนั้นเลยเดาออก จึงได้เฉลยขึ้นมา " เรซูเม่ของคุณมีข้อมูลทุกอย่างไม่ใช่เหรอครับ เห็นว่าขับมาตามเส้นทางแล้วคุณไม่ได้เอ่ยอะไรเลยคิดว่ามาถูกแล้ว " นั่นสิ.. ขนาดเบอร์โทรส่วนตัวเขาก็ยังมี นับประสาอะไรกับที่อยู่ " ขอบคุณนะคะที่มาส่ง " " ไม่เป็นไรครับ " มินทิราเปิดกระเป๋าถือของเธอค้นหากุญแจเพื่อเปิดประตูรั้วเข้าบ้าน มีเสียงกุกกักเล็กน้อย จู่ๆ ไฟในรถก็สว่างเพราะชายหนุ่มเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้ " ขอบคุณค่ะ เจอแล้ว " " ครับ " ชายหนุ่มปิดไฟในรถแล้วตอบรับสั้นๆ " ฉันขอบคุณอีกครั้งนะคะ " เมฆามองเบื้องหลังของคนที่มาส่งลงจากรถตนเองพร้อมกับปิดประตูให้อย่างดีแล้ว แต่กลับไม่ขับออกไปทันที นั่นเพราะตอนนี้นับว่าดึกพอสมควร เพียงรอให้เพื่อนสนิทของว่าที่นายหญิงเปิดประตูรั้วเข้าบ้านแล้ว จึงได้เคลื่อนตัวออกไปจากที่แห่งนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD