“พี่ม่อนจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เราต้องคุยกันวันนี้ให้จบ”
สายตาเกรี้ยวกราดของฟาริดา ทำให้มนัสวินจับแขนข้างนั้นของเธอแน่นก่อนจะพูดใส่หน้าอย่างไร้เยื่อใย
“ผมก็อยากคุยกับคุณหรอกนะ แต่ไม่ใช่ตอนที่คุณกำลังเป็นหมาบ้าคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้”
พูดจบเขาก็ผลักเธอออกไปให้พ้นตัว แต่กะแรงผิดไปนิด ร่างบางจึงกระเด็นล้มก้นจ้ำเบ้า เขาเองก็ตกใจที่พลั้งมือทำเธอเจ็บตัว แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวที่ผิดหวังเสียใจอย่างแรง มือที่คิดจะยื่นไปก็ชะงักค้าง
เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เจ็บมาก ๆ จะได้จำและเข็ด ไม่มากวนใจให้เขาโมโหอีก
คิดได้ดังนั้นมนัสวินก็รีบหันหลังเดินออกไปจากห้อง พร้อมกำชับให้วิไลคอยดูไม่ให้ฟาริดาวิ่งตามเขาออกไป
ฟาริดามองตามแผ่นหลังคนใจร้ายด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า
เขาเกลียดเธอถึงเพียงนี้เลยหรือ
ทั้งเกลียดและรังเกียจกัน ทั้งที่เธอรักเขาจนหมดหัวใจ
“พี่ม่อน...เฟร์ต้องทำยังไงให้พี่รัก”
ฟาริดาใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้อง แม้จะเจ็บที่ถูกอีกฝ่ายผลักล้มกระแทกพื้น แต่ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในหัวใจที่ถูกอีกฝ่ายเกลียดชัง
ร่างบางค่อย ๆ ประคองตัวเองขึ้นจากพื้น ปาดน้ำตาตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้อง
“คุณเฟร์จะไปไหนคะ”
วิไลมองหน้าผู้ช่วยสาวสวยด้วยสายตาเห็นใจ
“เฟร์รู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ ว่าจะขอลาครึ่งวันกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พี่ม่อน เอ่อ...บอสคงไม่ว่าอะไร” เขาก็ไล่เธอปาว ๆ ขนาดนั้นจะว่าอะไร หญิงสาวนึกต่ออย่างน้อยใจ
“งั้นเดี๋ยวพี่บอกบอสให้เองค่ะ คุณเฟร์ไหวไหมคะ ให้คนขับรถของบริษัทไปส่งดีกว่า”
หญิงสาวอาศัยจังหวะที่วิไลหันไปโทรศัพท์เรียกคนขับรถให้ไม่ทันระวัง สายตาของเธอก็เหลือบมองสมุดจดนัดหมายของมนัสวินในมืออีกฝ่ายพอดี เธอจึงรีบจดจำสถานที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พี่วิไลไม่ต้องโทรหรอกค่ะ เฟร์กลับเองได้ งั้นขอตัวก่อนนะคะ”
“เอาแบบนั้นเหรอคะ”
วิไลยังไม่ทันได้ถามต่อ อีกฝ่ายก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากออฟฟิศเสียแล้ว
ทันทีที่ฟาริดามาถึงยังโรงแรมตามสถานที่นัดหมายของมนัสวินกับลูกค้า หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่อการนัดเจอกับลูกค้าและมนัสวินในครั้งนี้เป็นที่โรงแรมแทนที่จะเป็นร้านอาหารหรือห้องประชุมอย่างที่ควรจะเป็น
“ลูกค้าประสาอะไร ถึงได้มานัดเจอกันที่โรงแรมแบบนี้”
ฟาริดาบ่นเบา ๆ ก่อนจะสวมแว่นกันแดดและเดินเข้าไปภายในโรงแรม หญิงสาวหันรีหันขวางชั่วขณะหนึ่งก่อนจะมองไปรอบ ๆ และเห็นร่างสูงคุ้นตาของมนัสวินกำลังนั่งทานอาหารกลางวันกับผู้หญิงคนหนึ่ง
“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ”
ฟาริดาเพ่งมองผู้หญิงที่ใส่ชุดสายเดี่ยวสีดำเรียบหรูดูแพงด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นคือคนเดียวกับที่เธอเคยเห็นเดินออกมาจากห้องประชุม และเป็นคนเดียวกับที่เธอเห็นเขาเดินมาโอบกอดอยู่ด้านหน้าบริษัท
เธอก็ถึงกับกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นคนทั้งสองกำลังหัวร่อต่อกระซิกกันราวกับคู่รักคู่ใหม่ปลามันก็ไม่ปาน
ทีกับเรา ทำหน้าบึ้งใส่ตลอด เอะอะก็ไล่ เอะอะก็รำคาญ แล้วดูเถอะ ลูกค้าแบบไหน ถึงมองตาหวานกัน และส่งยิ้มให้กันแบบนั้น
นอกจาก...ไม่ใช่ลูกค้าน่ะสิ!
ในที่สุดความอดทนที่เธอพยายามทำมาตลอดก็ขาดสะบั้นลงด้วยความหึงหวงจนได้ ฟาริดารีบปรี่เข้าไปยังโต๊ะที่คนทั้งสองกำลังนั่งกันอยู่อย่างหน้ามืด ก่อนจะกวาดอาหารบนโต๊ะหล่นระเนระนาด
ยังไม่ทันที่ใครจะทันตั้งตัว ฟาริดาก็ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าสวย ๆ ของผู้หญิงชุดดำอย่างจัง หากยังไม่ทันที่เธอจะฟาดฝ่ามือไปอีกครั้ง ข้อมือของเธอก็ถูกฉุดรั้งไว้โดยมนัสวิน ก่อนที่เขาจะตรงปรี่เข้าไปประคองจารวีให้ลุกขึ้น
“หยุดนะ...หยุดบ้าสักทีเฟร์ นี่พี่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่นะ”
“เฟร์ไม่หยุด!”
“คุณม่อนคะ นี่ลูกน้องคุณหรือคะ”
“ฉันไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็นคู่หมั้นของพี่ม่อนต่างหาก”
“เธอไม่ใช่คู่หมั้นฉัน”
“พี่ม่อน!”
เพียะ!
ใบหน้าสวยของฟาริดาสะบัดตามแรงมือจนชาไปทั้งแถบ
“ตบนี่! ฉันคืนให้ จะได้เลิกบ้าเสียที” จารวีตวาดใส่อย่างไม่เกรงกลัว
“ใครกันแน่ที่บ้า มาอ้างว่าเป็นลูกค้า แต่ทำตัวจะมาอ่อยพี่ม่อนของฉันล่ะสิไม่ว่า แบบนี้ไม่เรียกว่าให้ท่าแล้วจะเรียกว่าอะไร ร่าน!”
“เฟร์หยุดเสียที”
“ไม่! เฟร์ไม่หยุด...”
ฉาด!
ไม่ทันขาดคำ จารวีก็ตบคนพูดไปอีกฉาด ทำให้ฟาริดาถึงกับเลือดขึ้นหน้า ตาวาวโรจน์ และเงื้อมือฟาดใส่อีกฝ่ายแลกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนมนัสวินที่พยายามเข้าห้ามโดนผลักออกไป พนักงานของโรงแรมและเจ้าหน้าที่รปภ.ต้องมาช่วยกันหญิงสาวทั้งสองคนออกก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
“หยุดบ้าได้แล้วเฟร์! ผมบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้” มนัสวินตะโกนใส่อย่างเหลืออด “คุณฟ้าเป็นลูกค้าจริง ๆ เรากำลังเจรจาร่วมทุนกัน”
“คุณม่อนคะ นี่มันอะไรกันคะ ฉันจะเอาเรื่องนังผู้หญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด”
จารวีเกรี้ยวกราดอย่างหัวเสีย สภาพของเธอในตอนนี้ยับเยินไม่ต่างจากฟาริดา
“คุณฟ้าครับ ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ”
“นี่ตกลงคุณคุยเรื่องงานกันจริง ๆ เหรอ”
ฟาริดามองหน้าคนทั้งสองสลับกันอย่างไม่ค่อยเชื่อ จนชายหนุ่มต้องรีบออกปาก
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วคุณคิดว่าเราคุยเรื่องอะไรกัน”
“ก็คิดว่ากำลังจู๋จี๋กันอยู่น่ะสิ”
ฟาริดาตวาดแว้ดด้วยความไม่พอใจ ทำให้จารวีที่ได้ยินถึงกับหัวเราะออกมา
“ที่คุณบุกมาตบฉันถึงนี่ เพราะคุณกำลังหึงฉันกับคุณม่อนอย่างนั้นเหรอ แล้วคุณล่ะเป็นใคร เป็นแค่ลูกน้อง กล้าเสนอหน้ามาตามหึงเจ้านาย ช่างไม่เจียมตัวจริง ๆ”
“ฉันเป็นคนรักและคู่หมั้นของพี่ม่อน ฉันมีสิทธิ์ในตัวของพี่ม่อน เธอต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์”
ทันทีที่ได้ยินคำตอบ จารวีกลับหัวเราะออกมาด้วยความขบขันระคนแปลกใจราวกับเป็นเรื่องตลก
“คนรัก...คู่หมั้นอย่างนั้นเหรอ คุณเนี่ยนะเป็นคู่หมั้นของคุณม่อน ไม่น่าเชื่อว่าคุณม่อนจะตาต่ำเลือกผู้หญิงมารยาททรามแบบนี้มาเป็นคู่หมั้น”
“นี่คุณ...”
ฟาริดาขยับจะเงื้อมือเข้าไปตบจารวีอีกครั้ง หากเธอกลับถูกมนัสวินรั้งตัวไว้ ตรงกันข้ามกับจารวีที่ยิ้มเยาะให้กับหญิงสาวอย่างดูหมิ่น
“นี่คุณ...ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ ฉันมีสามีแล้ว และฉันไม่คิดจะคบชู้ให้ตัวเองเสียหายหรอก ส่วนคุณม่อน ฉันขอเตือนคุณหน่อยเถอะ หากคุณคิดจะเลือกคู่หมั้นหรือแต่งงานทั้งที ก็ควรเลือกภรรยาให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เลือกผู้หญิงมารยาททรามไร้สติแบบนี้มาเป็นคู่ชีวิต ระวังนะ มันจะทำให้ชีวิตและการงานของคุณพังไม่มีชิ้นดี เพราะผู้หญิงคนนี้กัดคนไม่เลือกหน้า”
“นี่เธอหาว่าฉันเป็นหมาเหรอ”
“สุดแต่คุณจะคิดแล้วกัน”
คำพูดเชือดเฉือนของจารวีทำให้มนัสวินหน้าชา
“ผมขอโทษคุณฟ้าด้วยนะครับ เฟร์! รีบขอโทษคุณฟ้าสิ”
“แต่เฟร์ไม่ผิด”
“นี่ทำถึงขนาดนี้ยังหาว่าตัวเองไม่ผิดอีกเหรอ คุณม่อนคะ การร่วมทุนกันระหว่างเรา เห็นทีว่าฉันคงจะต้องเก็บไปพิจารณาอีกครั้งเสียแล้ว”
มนัสวินถึงกับหน้าเสีย ทำให้เขาต้องหันมาเผชิญหน้ากับฟาริดาพลางขู่ว่า
“ขอโทษเสีย ถ้าหากว่าการร่วมทุนคราวนี้ล้มเหลว คุณไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีกเลย”
“พี่ม่อน...”
หญิงสาวจ้องหน้าอีกฝ่ายน้ำตาคลอ ก่อนจะกำมือแน่นด้วยความขัดใจ พลางขยับมายืนเผชิญหน้ากับจารวีอย่างเสียไม่ได้ แล้วจำใจยกมือไหว้กล่าวคำขอโทษอีกฝ่าย
“ฉันขอโทษ...”
“ถ้าไม่เต็มใจขอโทษ ก็พอเถอะ”
ดวงตาขุ่นขวางของมนัสวินตวัดมองหน้าฟาริดาอย่างคาดโทษ จนเธอต้องเอ่ยคำที่ไม่อยากเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“ฉันขอโทษนะคะคุณฟ้า”
“ผมขอโทษจริง ๆ นะครับคุณฟ้า เรื่องร่วมทุน...”
“เรื่องร่วมทุนระหว่างเรา ฉันจะกลับไปพิจารณาใหม่อีกที เพราะฉันคงประเมินบริษัทของคุณสูงเกินไปจริง ๆ”
“ครับคุณฟ้า”
จารวีพูดจบก็รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไป ทิ้งให้มนัสวินเกาศีรษะอย่างหัวเสีย เมื่อการร่วมลงทุนที่เขามั่นใจว่าจะผ่านไปด้วยดีต้องสั่นคลอนเพราะการโผล่เข้ามาอาละวาดของฟาริดา จนทุกอย่างพังไปหมด