7 คำท้าทาย

2221 Words
มนัสวินหันไปเจรจาจ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ กับทางโรงแรม ก่อนจะขอเปิดห้องพัก 1 ห้องกับทางโรงแรม ชายหนุ่มเดินนำหน้าเธออย่างหัวเสียพาฟาริดาเดินเข้าไปในลิฟต์ “พี่ม่อน ทำไมเมื่อกี้พี่ต้องเข้าข้างผู้หญิงคนนั้น ทำไมพี่ไม่เข้าข้างเฟร์ พี่ม่อนใจร้ายใจดำกับเฟร์มากเลยนะคะ” “ผมเนี่ยนะใจร้ายใจดำ แล้วใครกันล่ะเข้ามาอาละวาดวุ่นวายทำให้งานผมพังเละเทะไปหมดแบบนี้ แทนที่จะโทษตัวเอง ทำไมเอาแต่โทษคนอื่น คุณมันก็แค่ยัยคุณหนูขี้วีน ไร้สมอง ไร้สติ เอาแต่ใจ ดีแต่สร้างความวุ่นวายไปวัน ๆ ถ้าคุณฟ้ายกเลิกกันร่วมทุนขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบยังไง” เขาตวาดใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจนหญิงสาวสะอึก รู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่งที่ตัวเองใจร้อนจนทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน “ก็เฟร์...โอ๊ย!” หญิงสาวร้องลั่น เมื่อถูกชายหนุ่มกระชากตัวเธอออกไปลิฟต์จากทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก แล้วลากลู่ถูกังจนเธอตั้งตัวไม่ทัน “พี่ม่อน...เฟร์เจ็บนะ แล้วนี่จะลากเฟร์ไปไหนคะ” “เดี๋ยวก็รู้” เขาตอบห้วน ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนทำให้ฟาริดาหนาวสันหลังวาบ มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัยระคนหวาดกลัว จนกระทั่งชายหนุ่มพาเธอมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง ทันทีที่ประตูห้องเปิด มนัสวินก็ลากตัวเธอหลุน ๆ แล้วเหวี่ยงร่างบอบบางของฟาริดาลงบนเตียงกลางห้องอย่างแรง “โอ๊ย! เจ็บนะ” ฟาริดาร้องลั่น พลางเหลียวมองรอบตัวด้วยหวาดระแวง ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าดุเกรี้ยวกราดชนิดที่เธอไม่เคยเห็นจากคนตรงหน้ามาก่อน ดูเหมือนคราวนี้เธอทำพี่ม่อนโกรธมาก “พี่ม่อน...พาเฟร์มาที่นี่ทำไมคะ” “อยากเป็นเมียผมนักไม่ใช่เหรอ งั้นผมก็จะให้คุณทำหน้าที่เมียสักครั้ง” เขาไม่พูดเปล่า มือหนาถอดเสื้อสูทออกแล้วเขวี้ยงไปที่พนักโซฟา ก่อนที่จะค่อย ๆ รูดเนกไทและปลดกระดุมเสื้อด้วยทีท่าน่ากลัว ฟาริดาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ “หน้าที่...เมียเหรอคะ” “ใช่! ทำไมล่ะ ไม่อยากเป็นเมียผมแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังเห็นคุณอวดดีป่าวประกาศบอกชาวบ้านเลยว่าเป็นคนรัก และเป็นคู่หมั้นของผม ก็ในเมื่อคุณอยากเป็นเมียของผมมากนัก ผมก็อยากสนองให้ได้เป็นเมียสมใจยังไงล่ะ ไม่ดีเหรอ” ใช่! เธออยากเป็นเมียพี่ม่อนมาตลอด แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ นี่มันไม่โรแมนติกเลยสักนิด แถมยังน่ากลัวมาก ทันใดนั้นเองคำแนะนำของนันทินาจะผุดขึ้นมาในความทรงจำ ‘ผู้ชายถ้าได้มีอะไรกันกับผู้หญิงแล้ว ต่อให้ไม่รักก็รักได้ง่าย ๆ’ ฟาริดานั่งนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มคล้อยตามคำพูดของเพื่อนรัก มนัสวินจ้องมองอีกฝ่ายอย่างมีชัย เขาคิดว่าคุณหนูอย่างฟาริดาต้องกลัวจนหัวหด ถึงจะไร้สติสิ้นคิดไปบ้างแต่คงไม่มีวันตอบรับคำท้าทายบ้า ๆ ของเขาอย่างแน่นอน เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไป เขาจึงรีบกดดันต่อ “ทำไมล่ะ หรือปอดแหก ไม่กล้า...” หากยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค ฟาริดาก็รีบโพล่งสวนขึ้นมาทันใด “กล้าค่ะ...เฟร์จะเป็นเมียพี่ม่อน” “ห๊ะ! อะไรนะ” คราวนี้มนัสวินเป็นฝ่ายอุทานด้วยความตกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าตอบตกลง “เฟร์บอกว่า เฟร์ตกลงจะเป็นเมียของพี่ม่อนค่ะ เรามาเริ่มเลยไหมคะ” ฟาริดาขยับมือจะปลดกระดุมเสื้อของตัวเอง หากเขากลับเป็นฝ่ายห้ามไว้ทันที “ไม่! เราต้องคุยกันก่อน ถ้าคุณตกลงทำตามข้อเสนอของผมได้ เราค่อยเริ่ม” “ได้ค่ะ” ฟาริดาจ้องมองมนัสวินตาแป๋วเหมือนเด็กน้อยอยากรู้อยากเห็น ขณะที่อีกฝ่ายลอบถอนหายใจด้วยความอึดอัดและเอือมระอาขั้นสุด “ข้อเสนอของผมคือ หากเรามีเซ็กซ์กันแล้ว แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณมากกว่าเดิม คุณต้องเลิกยุ่งและเลิกตามตื้อผมอีกโดยไม่มีข้อแม้” “ได้ค่ะ...เฟร์รับข้อเสนอ หากเรามีเซ็กซ์กันแล้ว พี่ม่อนไม่รักหรือรู้สึกอะไรด้วย เฟร์ก็จะไม่ยุ่งและเลิกตามตื้อพี่ม่อนอีก ดีไหมคะ” ฟาริดาทำใจกล้ารับคำท้าของเขา ด้วยหวังจะใช้ความสัมพันธ์ทางกายผูกมัดเขาไว้ เหมือนที่นันทิยาเคยบอก และในหนังสือนิยายที่เธอเคยอ่านที่ว่า... หากนางเอกเสียตัวให้พระเอกแล้ว เขาจะกลับมารักเธอและได้แต่งงานอย่างมีความสุขในตอนจบ ซึ่งเธอก็หวังว่าตัวเองจะได้หัวใจจากมนัสวินเช่นเดียวกับนางเอกในนิยายหลังจากมีอะไรกันแล้ว มนัสวินยิ้มเยาะให้กับคำตอบตื้นเขินนั่น ก่อนที่เขาจะเห็นฟาริดาลุกขึ้นจากเตียงมายืนอยู่เบื้องหน้าเขา หญิงสาวโปรยยิ้มให้เขาอย่างยั่วยวน ขณะที่มือเรียวค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ด ดูก็รู้ว่าแอบสั่นแต่ทำใจดีสู้เสือ จนกระทั่งกระดุมทุกเม็ดหลุดออกเผยเนินอกนวลสล้างที่มี บราเซียสีเนื้อห่อหุ้มเกือบไม่มิด ภาพนั้นทำให้มนัสวินถึงกับอึ้ง เขาไม่คิดเลยว่า ฟาริดาจะซ่อนรูปถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อมือเรียวของเจ้าตัวเริ่มปลดบราเซียออก เผยให้เห็นภูเขาไฟแฝดคู่งามที่ประดับปลายยอดด้วยชมพู สวยจนแทบลืมหายใจไปชั่วขณะ ฟาริดาเดินเข้าไปใกล้เขาด้วยความมั่นใจในความงามของตัวเอง ก่อนจะโอบกอดร่างสูงด้วยความรักที่มีต่อเขามานานแสนนาน เมื่อภูเขาลูกใหญ่แนบชิดกับแผงอกของเขา จู่ ๆ หัวใจของเขาก็เต้นรัวแรง จนแทบจะห้ามใจไว้ไม่อยู่ “แน่ใจนะ ว่าจะไม่เสียใจทีหลัง” เขาถามออกไปอีกครั้ง “แน่ใจค่ะ ถ้าเป็นพี่ม่อน เฟร์ไม่เสียใจ” สิ้นคำตอบยืนยัน มือหนาของมนัสวินก็ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังขาวเนียน ขณะที่ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาอยู่ข้างซอกคอของเธอ ฟาริดาเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาหวานเยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าดึงมือเขามาทาบบนทรวงอกของตน พลางเอื้อมมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา จนแผงอกของเขาเปลือยเปล่าดุจเดียวกัน เธอเดินเข้าไปกอดเขาอีกครั้งพร้อมกับบดเบียดทรวงอกเต่งตึงเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างยั่วยวน ก่อนจะทำใจกล้าเขย่งเท้า มือทั้งสองคล้องคอเขาก่อนจะจรดริมฝีปากจูบเขาอย่างเงอะงะครั้งแล้วครั้งเล่า หากนั่นเป็นเพียงการจูบแผ่วเบาผิวเผิน จนมนัสวินสัมผัสได้ถึงการอ่อนประสบการณ์ของอีกฝ่ายซึ่งเจ้าตัวพยายามทำใจกล้าเป็นสาวมั่นเก่งในเรื่องเซ็กซ์เต็มที่ “หึ ขนาดจูบ ยังจูบไม่เป็น แล้วยังอยากจะเป็นเมีย” “งั้นพี่ม่อนก็สอนเฟร์สิคะ” พอขาดคำริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบลงมาบดขยี้ที่กลีบปากอวบอิ่มช่างเจรจา พร้อมกับสอดเรียวลิ้นร้ายเข้าไปกวาดต้อนชิมภายในโพรงปากหวานฉ่ำอย่างดุดันไร้ซึ่งความอ่อนโยนใด ๆ เขาต้องการสอนบทเรียนให้อีกฝ่ายเข็ดหลาบ และเลิกคิดตื้นๆ ด้วยการเอาตัวเข้าแลกเพื่อจับผู้ชายแบบสิ้นคิด เขาต้องการให้เธอหวาดกลัว จนเลิกรักเขา หากเธอรู้ว่าความจริงมันไม่สวยงามเหมือนสิ่งที่คิดฝันไว้ จะได้ล้มเลิกที่จะยัดเยียดตัวเองมาเป็นเมียเขาเสียที แม้จะตกใจกับจูบที่แสนเกรี้ยวกราดของชายหนุ่ม แต่ฟาริดาก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอต้องทำให้เขาหลงรักในตัวเธอให้ได้ ในเมื่อมีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่หญิงสาวก็มั่นใจอย่างถึงที่สุดว่าด้วยเสน่ห์และเรือนร่างอันงดงามบริสุทธิ์นี้จะมัดใจเขาได้อยู่หมัด มนัสวินต้องหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น และรักเธอจนไม่เหลือเผื่อใจให้ใครหน้าไหนนอกจากฟาริดาคนนี้เท่านั้น กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีร่างกายกำยำของมนัสวินก็เปลือยเปล่าดุจเดียวกับเธอ ทันทีที่สายตาของเธอมองไปเห็นความเป็นชายหลังจากปราศจากอาภรณ์ หญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความตื่นตระหนก “เดี๋ยวค่ะพี่ม่อน...” น้ำเสียงหวานสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว มือบางยื้อต้นแขนมนัสวินไว้ “ทำไมล่ะ กลัวเหรอ” “ปะ...เปล่าค่ะ ไม่ได้กลัว” เธอฝืนเชิดหน้าทำเก่ง เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ “ถ้าเป็นพี่ม่อน เฟร์ไม่มีอะไรต้องกลัว” อีกครั้งที่เธอสบตาเขาแน่วแน่ ก่อนจะโผกอดเขาอีกครั้ง หากคราวนี้ มนัสวินกลับผลักร่างบางให้ล้มบนเตียงนอน เขาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้งอย่างเมามันดุดันรุนแรง ก่อนที่มือหนาจะขยับไปสำรวจที่ภูเขาทั้งสอง บีบนวดเคล้นคลึงอย่างไม่ยั้งมือหรือกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ เซ็กซ์ครั้งนี้เขาต้องการให้เธอเจ็บและหลาบจำ จึงไม่คิดจะเล้าโลมหรือทะนุถนอมให้เธอประทับใจ สิ่งเดียวที่มนัสวินต้องการคือทำให้ฟาริดาเข็ดขยาดและปล่อยมือจากเขา เลิกรักกันไปได้เลยยิ่งดี เสียงครางแผ่วเบาของฟาริดา ยิ่งทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมเมื่อหญิงสาวกำลังบิดกายด้วยความเสียวซ่านอยู่ใต้ร่างอย่างเสียวซ่านรัญจวน หากแล้วจู่ ๆ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “อึก!” ร่างบางสะดุ้งเฮือก เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามาในส่วนที่แสนบอบบางไวต่อสัมผัสโดยไม่มีการเล้าโลม เตรียมพร้อม จนเธอต้องประท้วงเสียงหลง เจ็บจนน้ำตาเล็ด “พี่ม่อนคะ เจ็บค่ะ...เฟร์ยังไม่เคย” มนัสวินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็นประกายเย็นชา ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวไร้ความอ่อนโยนหรืออ่อนหวานใดๆ “ก็นี่ไง...จะได้เคยเสีย อย่าร้องนะ เธอเป็นคนต้องการแบบนี้เอง” พอขาดคำ เขาก็ดันตัวเองพรวดเข้าไปอีก แต่ด้วยความคับแคบภายใน ประกอบกับเธอยังไม่พร้อม จึงทำให้การสอดใส่เข้าไปค่อนข้างฝืดฝืน มนัสวินรับรู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวพูดความจริงทุกอย่าง เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ! แวบหนึ่งที่เขารู้สึกดีใจ หากความดีใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความลังเล สับสน เขาควรหยุดดีไหม เพราะถ้าไม่หยุดตอนนี้ทุกอย่างก็จะเลยเถิดจนย้อนกลับมาอีกไม่ได้ เขาเพียงอยากข่มขู่ให้เธอกลัวและถอย แต่เท่าที่เห็น ฟาริดากับยอมกัดฟันทนแม้จะเจ็บมาก เธอก็ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมาตามที่เขาสั่ง “เด็กบ้า!” “...” ร่างบอบบางสั่นระริก ในยามที่เขาค่อย ๆ ขยับตัวเข้าออกในช่วงแรก จังหวะสอดคล้องกันราวกับท่วงทำนองเพลงที่ค่อย ๆ บรรเลงเนิบนาบ และทวีความเร็ว แรงมากขึ้นเมื่อหญิงสาวเริ่มปรับตัวสอดรับเข้าจังหวะสอดประสานกับเขาได้ดั่งใจ มนัสวินก็เริ่มเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเสียงครางกระเส่าที่ดังออกมาจากคนทั้งสอง จากความเจ็บปวดก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นความหฤหรรษ์ในอารมณ์ จนหลงลืมสิ้นเมื่อดำดิ่งลงไปในห้วงรักที่แสนดุดันของเขา แม้ไร้ความอ่อนหวาน ไม่เอาใจ แถมยังไม่มีคำหวานที่ปลอบขวัญจากอีกฝ่าย แต่ขอแค่ผู้ชายตรงหน้าเป็นพี่ม่อนของเธอ ฟาริดาก็จะยอมบุกน้ำลุยไฟไปทุกหน แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อชายหนุ่มเร่งจังหวะการกระแทกลงมาจนถี่ยิบแทบหายใจหายคอไม่ทัน ฟาริดาก็เริ่มมองเห็นขอบสวรรค์ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีๆ และในจังหวะสุดท้ายที่เขาโหมแรงเข้าใส่ หญิงสาวก็กระตุกเยือกอย่างรุนแรงและไขว่คว้าดวงดาวมาไว้ในมือก่อนที่มันจะระเบิดพร่างแตกกระจายออกมา “เสร็จเร็วจริงนะ” เขาแค่นยิ้ม ก่อนจะถอดถอนตัวตนอันแข็งแกร่งออกจากช่องทางรักของเธออย่างรุนแรง แล้วจึงผละออกห่างโดยไม่ไยดี แม้เธอจะคิดว่าอีกฝ่ายจะกอดปลอบรับขวัญ หรือมอบจุมพิตแสนหวานเป็นรางวัลความสาวที่เธอมอบให้ แต่เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น “พี่ม่อน...” “ก็ไม่เท่าไหร่นี่ รสชาติก็งั้น ๆ ห่วยแตกสิ้นดี” ฟาริดารู้สึกเหมือนสะดุดจากขอบสวรรค์ แล้วร่วงลงสู่ก้นเหวลึกจนหยั่งไม่ถึง ความมั่นใจก่อนหน้ากลับพังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อได้ยินถ้อยคำร้ายกาจจากปากผู้ชายที่เธอแสนรักและรอคอยมาทั้งชีวิต
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD