เกวลิน
ในห้องทำงานของประธานหนุ่มที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้ม เฟอร์นิเจอสีดำขลับ ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้านิ่งเรียบสายตาดุดันราวดั่งพญาเสือในป่าลึก กำลังนั่งรอบางอย่างที่โต๊ะทำงานที่ตั้งเด่นตระหง่านกลางห้องอย่างใจจดใจจ่อ
ก็อกๆๆ
" เข้ามา " เสียงเข้มเอ่ยตอบรับก่อนที่คนด้านนอกจะค่อยๆเปิดมันและเดินเข้ามา
" เรียบร้อยครับนาย " ชายใบหน้าคมเข้มสวมสูทดำน่าท่าทางน่ากลัวยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มก่อนเอ่ยรายงานและส่งบางอย่างในซองน้ำตาลให้ แววตาคมฉายลงบนรูปถ่ายหลายใบก่อนยกยิ้มมุมปากดูร้ายกาจ
" ดี ทำเป็นตัวอย่างมันจะได้ไม่มีใครกล้าคิดจะทรยศฉันอีก " คำพูดและน้ำเสียงที่ฟังดูชวนให้เสียวสันหลัง
กวิน เตโชนวกุล ใบหน้าหล่อคม มีสายตาเป็นอาวุธและเป็นเสน่ห์ในคราเดียวกัน หุ่นกำยำรูปร่างสูงโปร่งถึง 189 ซม. แต่ทว่าตั้งแต่ที่เขาเสียหลักกับความรักครั้งนั้นจากคนยิ้มเก่งเป็นมิตรกับทุกอย่างก็กลายเป็นคนเก็บตัวพูดน้อยไม่แยแสยหญิงใดอีกเลย เขาประสบความสำเร็จในวัย 28 ปีเจ้าของฉายาอายุน้อยร้อยล้าน บริษัทนำเข้ารถหรูของเขาเป็นที่รู้จักในแวดวงไฮโซดาราเซเลปต่างรู้จักเขาเป็นอย่างดีเพราะเมื่อคิดจะมีรถหรูสักคันพวกเขาเหล่านั้นมักจะนึกถึงบริษัทของกวินเป็นที่แรกเสมอ นั่นก็คือ KNGroup
" ยายเกลไปเรียนก่อนนะคะ " เสียงใสเอ่ยบอกกับยายวัย65ที่นังถักโครเชต์อยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
" เงินหมดหรือยังลูก "
" เกลมียายเก็บไว้เลยค่ะ ถ้ามีหมดเดี๋ยวมาขอใหม่ " ว่าแล้วก็เดินเข้ามาหอมแก้มคุณยายก่อนจะเดินออกขึ้นรถเมล์ที่ปากซอยเพื่อไปมหาลัยดังที่เธอกำลังศึกษาอยู่
เกล เกวลิน สาวน้อยผู้สดใสร่าเริงกำลังเรียนอยู่ปี3 อายุ21ปี รูปร่างสมส่วนกระทัดรัดใบหน้าสวยหวานตากลมโตราวกับแมวน้อยขี้อ้อน เกลเป็นเด็กกำพร้าที่คุณกิ่งแก้วลูกสาวของคุณยายมาริสารับอุปถัมภ์มาเป็นลูกบุญธรรมเพราะเธอนั้นไม่มีสามีและไม่สามารถมีลูกได้ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้คุณกิ่งแก้วได้เสียชิวิตลงเพราะโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาได้ ทำให้บ้านหลังนี้เหลือเพียงเกวลินและคุณยายมาริสาอาศัยอยู่สองคนเท่านั้น เกวลินเป็นเด็กน่ารักนิสัยดีขยันช่วยงานบ้านทุกอย่างฐานะทางบ้านของคุณยายมาริสาก็พอมีพอกินไม่ได้ลำบากแต่ก็ไม่ได้รวยมากก็พอมีกำลังทรัพย์ที่ส่งเกวลินเรียนได้สบายๆ อยากได้อะไรเกวลินจะเก็บเงินค่าขนมที่ได้ในแต่ละอาทิตย์ซื้อเองโดยไม่รบกวนคุณยายมาริสา
"เกลเว้ยทางนี้ " เสียงใสของมะลิเพื่อนสนิทร้องเรียกเมื่อเกวลินลงจากรถเมล์และกำลังจะข้ามถนนมายังมหาลัย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเกวลินก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะมองซ้ายขวาว่าไม่มีรถจึงวิ่งข้ามทางม้าลายไป
เอี๊ยดดด~~~~~
" กรี๊ดดดดด " เสียงร้องตกใจของผู้คนรอบข้างระแวกนั้นดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่เสียงหลักล้มลงกับถนนลาดยางสีดำที่ร้อนจี๋
รถหรูสีขาวสะอาดตาขับออกมาจากซอยและเลี้ยวมาด้วยความเร็วทำให้เกือบชนกับร่างเล็กที่กำลังจะข้ามถนน
" ขอโทษนะครับ เป็นอะไรมากไหม " ชายชุดดำคนขับรีบลงจากรถมาดูด้วยความตกใจ ดีที่เขายังเบรคทันแต่นั่นก็ทำให้นักศึกษาคนนี้ล้มจนได้แผล เธอเงยหน้ามองเขาก่อนจะพะยุงตัวเองลุกขึ้น
" ไม่เป็นอะไรค่ะ คราวหลังก็ระวังกว่านี้หน่อยนะคะ " เธอปัดเศษฝุ่นออกจากชุดนักศึกษาก่อนจะพบว่าที่หัวเข่าและตาตุ่มของเธอมีแผลถลอกและมีเลือดซึมออกมา
" รอแปปนึงนะครับ " เขาเดินกลับไปที่รถสีขาวที่จอดอยู่เกวลินมองตามแต่ก็ไม่เห็นว่าเขาเดินไปทำไมเพราะว่ารถดันติดฟิล์มมืดไปหมด
" นี่ครับค่าเสียหายผมไม่สะดวกพาไปหาหมอ " ว่าแล้วชายคนนั้นก็ยัดซองสีน้ำตาลหนาเตอะใส่มือเธอและกลับไปขึ้นรถขับออกไปทันโดยที่เกวลินไม่ทันจะได้พูดอะไร
" เกลเป็นอะไรมากไหม " มะลิเดินมาหาก่อนจะพะยุงเกวลินให้เข้าข้างทางเพราะตอนนี้การจราจรเริ่มติดขัด
" ไปหาหมอไหมเกล เดี๋ยวแผลอักเสบ " มะลิมองดูแผลที่เขาแล้วพูดขึ้น
" ไม่ๆ พาไปห้องพยาบาลก็พอเดี่ยวทำแผลเอง " เกวลินตอบ อย่าลืมสิว่าเธอเป็นลูกสาวของพยาบาลวิชาชีพเชียวนะ
" ซี๊ดดดด " มะลิร้องออกมาเมื่อเห็นเกวลินใช้สำลีจุ่มน้ำเกลือจนชุ่มค่อยๆเช็ดล้างบริเวณบาดแผลถลอกนั้น
" มะลิกูเป็นคนเจ็บเนาะ " เกวลินได้ยินจึงแซวกลับไป
" กูเจ็บแทนมึงนินา "
" ซี๊ดดดด " คราวนี้เป็นเสียงของเกวลินที่ร้องออกมา เมื่อยาสีเหลืองเข้มละเลงลงบนแผลความเจ็บแสบก็วิ่งเข้ามาในความรู้สึกทันที และเมื่อมองไปทางด้านมะลินั่งปิดตาอย่างกลัวๆอยู่ ถึงแม้จะอายุ21 แต่ทั้งเกวลินและมะลิก็ชอบทำตัวเป็นเด็กชอบเล่นซุกซนจนไม่เหมือนรุ่นพี่ปี3 เลยสักนิด
กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเขามีรอยเปื้อนจากการที่เธอล้มเมื่อเช้าทำให้เธอต้องเอาเสื้อแขนยาวมาพันรอบไว้
" เกลได้ที่ฝึกงานหรือยัง " อาจารย์หนุ่มรุ่นราวไล่เลี่ยกันและยังเป็นคนที่สอนภาควิชาหนึ่งของเธอ เขาเดินเข้ามาถามขณะที่ทั้งสองสาวกำลังนั่งเล่นกันอยู่ที่โต๊ะม้านั่งใต้ต้นไม้หน้าตึกคณะ
" ยังค่ะอาจารย์ " สาวน้อยส่ายหน้าตอบ
" บริษัทนี้เป็นเพื่อนของผมเอง ลองไปดูข้อมูลนะถ้าอยากลองไปฝึกนี่นั่น เดี๋ยวฝากให้ "
" สิทธิพิเศษหรอคะอาจารย์ " มะลิที่เห็นท่าทีจึงแซวขึ้นมาก่อนที่อาจารย์หนุ่มคนนั้นจะยิ้มออกมาซึ่งมันเป็นยิ้มที่ชวนใจสั่น
รามิล หรืออาจารย์รามิลที่นักศึกษาใช้เรียกกันเขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในมหาลัยเพราะความเก่ง ฉลาด มีความสามารถของเขาทำให้เขาจบปริญญาเอกในวัย26ปี และอธิการบดีที่เป็นลุงของเขาจึงขอให้เขามาทำงานที่นี่
" ผมก็หมายถึงทั้งสองคนนั้นแหละ "
" เกลขอไปปรึกษากับคุณยายก่อนนะคะ เดี๋ยวยังไงเกลจะบอก^^ " เกวลินตอบพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ มือหนาจะลูบหัวเธออย่างเอ็นดูเหมือนทุกที
" เกลมึงว่าอาจารย์รามิลมองมึงแปลกๆไหม " มะลิพูดขึ้นหลังจากที่รามิลเดินพ้นไปแล้ว
" ไม่รู้ดิ เขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วหรือเปล่า " เกวลินตอบอย่างไม่ได้รู้สึกอะไร
" กูว่าไม่ใช่ " พูดจบมะลิก็หรี่ตาลงอย่างสงสัย
" อกุศล "เกวลินรู้ทันความคิดของมะลิจึงพูดออกไปและนั่นทำให้มะลิหน้าเหวอไปเล็กน้อย
" ไม่เชื่อมึงคอยดู " มะลิพูดด้วยท่าทางมั่นใจ เกวลินนั่งมองนามบัตรที่รามิลนำมาให้ก่อนจะหยิบมันลงกระเป๋าผ้าสะพายข้างของเธอ
พอกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่าย กลิ่นหอมของอาหารโชยมาเตะจมูกก็รับรู้ได้ทันทีว่าคุณยายมาริสากำลังทำอาหาารอยู่แน่ๆ เธอจึงเดินเข้าไปกอดอ้อนจากทางด้านหลังและเอ่ยถาม
" ยายหิวจังเลยค่ะอะไรกินบ้างน้าาา^^ "
" ยายทำกุ้งผัดกระเทียม กินเลยไหม " ยายมาริสาตอบพร้อมกับถามใยประโยคเดียยวกัน เกวลินพยักหน้ารัวหงึกๆ ก่อนจะเดินไปตักข้าวใส่จานมานั่งรอกับข้าวที่โต๊ะกลม
" กินเยอะๆจะได้โตไวๆ " พูดเสร็จคุณยายมาริสาก็วางจานสีขาวสะอาดตาที่มีกุ้งตัวโตฉ่ำน้ำราดดูน่ากิน ส่งกลิ่นหอมฉุยล่อน้ำลาย
" เกลโตแล้วนะคะคุณยาย21ปีแล้วค่ะ " เธอแย้งด้วยใบหน้าง้ำงอ ก่อนได้รอยยิ้มเอ็นดูจากคุณยายกลับมา
" ไอ้เด็กฉองขวบ(สองขวบ) " คุณยายมาริสาแกล้งแหย่เธอ
" หื้มมมม อร่อยสุดๆเลยค่ะ " หลังจากที่อาหารเข้าปากไปคำแรกเกวลินก็ร้องตาโตกับรสชาติของกับข้าวตรงหน้า
" เบาๆ กินแล้วค่อยพูด " คุณยายมาริสาที่นั่งมองหลานสาวทานอาหารดุขึ้นเบาๆ
" ฮึกๆ " หญิงสาวน้ำตาไหลสะอื้นฮึกๆ คุณยายมาริสามองอย่างตกใจก่อนจะถามขึ้น
" เป็นอะไร โอ๋ๆ ยายไม่ได้ดุ " หญิงสูงวันเดินเข้าไปกอดเกวลินแนบอกไว้พร้อมพูดปลอบโยน
" เป็นอะไรไหนบอกยายสิ " เมื่อเห็นเกวลินหยุดร้องไห้คุณยายมาริสาจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง สาวน้อยเช็ดน้ำตาออกลวกๆ
" ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ "
" แล้วทำไมถึงร้อง " คุณยายมาริสาถามอย่างงงๆ
" ก็มันอร่อยนิคะ " พูดแล้วเกวลินก็ตักน้ำราดมาคลุกกับข้าวหอมมะลิที่เม็ดเรียงสวยและตักเข้าปากคำโต
คุณยายมาริสายกยิ้มส่ายหัวกับนิสัยที่ไม่รู้จักโตของหลานสาวแต่ก็เอ็นดูอยู่ไม่น้อย