CHAPTER 1 : คนไหนที่เจ้านายชอบ
แจ้งงงงค่ะ
เพื่อให้เข้าใจง่าย นิยายเรื่องนี้เลยจะไม่เน้นคำราชาศัพท์นะคะ
นิยายเรื่องนี้มีทั้งบทพูดภาษาไทยและอังกฤษ ตามบริบทของการสนทนานั้นค่ะ เอ็นจอยยค่าาาา
ตัวละครจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ
คำเตือน‼️⚠️ : นิยายเรื่องนี้อาจไม่ถูกใจรี้ดเดอร์บางกลุ่ม ไม่ชอบกดข้ามอย่าเม้นต์ให้ไรท์เสียกำลังใจนะคะ แงงง~ ไรท์ใจนิดเดียว
เอ็นจอยค่าาา❤️
บทที่ 1 คนไหนที่เจ้านายชอบ
ณ ประเทศบรัททริค
บ้านพักของคิงเคน
พิงค์พายนั่งจิบโกโก้อยู่ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านพัก คิดถึงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เมื่อไหร่คุณพ่อจะเลิกรังควานชีวิตของเธอสักที ขอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบ้างไม่ได้รึไง คิดจะบีบเธอให้ออกจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นั่น จะทำแบบนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่
"คุณไม่ได้ออกไปกับคนอื่นๆ เหรอครับ"เสียงของคุณเคนดังมาจากทางเดิน เขามาพร้อมกับเสื้อกันหนาว เตรียมตัวออกไปเผชิญกับอากาศด้านนอก
ทั้งคู่พูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ
"พวกเขาคงอยากจะสวีตกันน่ะค่ะ ฉันเลยไม่อยากรบกวน"เธอบอกกับเขา ยิ้มให้คนที่เธอสนใจเล็กๆ
คุณเคน เป็นเพื่อนของ พี่คินและพี่คุณ สามีของอันและมัดหมี่ ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอเขาที่งานแต่งงานของเพื่อน
แต่กลับเพิ่งมาสนใจเขาเอาเมื่อวานนี้..
"งั้นคุณอยากไปเที่ยวเล่นกับผมไหม"
นี่เป็นสิ่งที่เธออยากได้ยินมาตั้งแต่เห็นเขาปรากฏตัวเเล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ให้คำตอบเขาทันควัน ของแบบนี้มันต้องเล่นตัวกันหน่อย จะไปง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้
"ผมเหงาน่ะ"ได้ยินแบบนั้นคนชื่อ พิงค์พาย ที่ต้องอ่านว่า พิ้ง-พาย ก็วางแก้วโกโก้ลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ข้างหน้า เดินเข้าไปหาคนที่กำลังประหม่า
"ไปสิคะ ฉันขอตัวไปหยิบเสื้อโค้ตก่อน"
"ครับ"
ณ คอกม้า
"คุณขี่ม้าเป็นรึเปล่าครับ"ระหว่างทางเขาถามเธอ พิงค์พายหันไปส่ายหัวปฏิเสธ
"ขี่ไม่เป็นหรอกค่ะ แต่ตอนเด็กๆ น่ะเคยลองนั่งอยู่บ้าง แค่นั่งนะคะ"เธอบอกกับเขา คิงเคนพยักหน้า บ่งบอกว่ารับทราบ
"งั้นวันนี้คุณก็คงต้องไปกับผม"พิงค์ยิ้มรับ ชวนคุยเก่งซะด้วยผู้ชายคนนี้
"ฝ่า.."คนเลี้ยงม้าเดินเข้ามาทำท่าจะทำความเคารพคิงเคน แต่เขาห้ามคนเลี้ยงม้าไว้ได้ทัน พยายามส่ายหน้า บ่งบอกว่าไม่ต้องทำความเคารพ "เอ่อ.."
"มิสเซเลน่าสบายดีรึเปล่า"เขาถามถึงม้าตัวเมียสีขาวนวล ม้าตัวโปรดของเขา ไม่ได้เจอกับเธอตั้งนานคิดถึงจะแย่อยู่แล้ว
"สบายดีครับ"ดูเหมือนว่าคนเลี้ยงม้าคนนี้จะมี sens เอามากๆ ถึงขนาดทำตามใจของคิงเคนซะเหมือนกับใช่ปากบอก ว่าไม่ให้ใช้คำราชาศัพท์กับเขา "เชิญทางนี้ครับ"
คนเลี้ยงม้าคนนั้นพาเขาเดินมายังโดมคอกม้า ตรงกลางโดมเป็นสนามขี่ม้าขนาดใหญ่ ข้างในนี้อุ่นเอามากๆ ดูดีจังเลย..
"ผมจะไปนำม้ามา คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะครับ"คิงเคนหันมาพูดกับพิงค์ หลังจากที่ปรึกษากับคนเลี้ยงม้า พวกเขาสองคนเดินตรงไปอีกฟากหนึ่งของคอก
ส่วนพิงค์ก็หันกลับมามองเจ้าม้าที่ถูกขังไว้ด้านหลัง คอกละตัว ทำไมแต่ละตัวถึงได้ดูสง่าขนาดนั้น เดินพลางก็ชื่นชมม้าลักษณะงามทีละตัว จนสะดุดตาเข้ากับเจ้าม้าตัวหนึ่ง
"ม้าขาว!"เธอวิ่งเข้าไปหาม้าตัวใหญ่ที่ขังอยู่ในคอกทันที พยายามยืนอยู่ข้างๆเจ้าม้า ก่อนที่จะเอื้อมมือลูบลงบนลำคอยาวๆ ของมัน "สวยจังเลย"มันตัวสูงใหญ่ และสง่าเอามากๆ สง่ากว่าทุกตัวที่เธอเดินผ่านมาซะอีก
ฮี้~ เจ้าม้าตัวนั้นลดลำคอของมันลง ให้พิงค์พายได้สัมผัสมันอย่างถนัดมือ เห็นเจ้าม้ายินยอมก็ได้ใจใหญ่ ใช้มือสองข้างลูบลำคอและศีรษะของมัน หัวเราะคิกคัก
"ทำไมฉลาดอย่างนี้.. อยากพากลับไปอยู่ที่บ้านด้วยกันเลย"เธอยิ้มบอกกับมัน "ชอบฉันเหรอ~?"เธอใช้เสียงหวานถามม้าตัวใหญ่
"คงชอบมากเลยล่ะครับ"เสียงของคิงเคนดังมาจากด้านหลังของพิงค์ เธอค่อยๆ ละมือออกมาจากมัน "เพราะปกติมิสเซเลน่าจะไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ ยกเว้นผม"
คิงเคนเองก็แปลกใจ มองผู้หญิงที่เป็นที่รักของเจ้าม้าขาวของเขา แปลกแฮะ..
เขาเดินมากับม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ที่ดูสง่าไม่แพ้กัน ตัวนั้นก็สวย..
"ที่พูดแบบนี้ไม่ได้อิจฉาหรอกใช่ไหมคะ"เธอหยอกเขาเล่น เอื้อมมือ ไปลูบลำคอของมิสเซเลน่าที่พยายามเข้ามาคลอเคลียเธอ อยากให้เธอลูบมัน เห็นแบบนั้นแล้วคิงเคนก็ยิ้มใหญ่ นึกถึงคำพูดของคิงเอ็ดเวิร์ด
เสด็จปู่ของเขาที่เคยพูดไว้ตอนที่เขากลับมาที่นี่ตอนอายุ 20 ปี
"มิสเซเลน่ารักเพียงแค่เจ้า ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใกล้ แบบนี้ถ้าถึงวันที่เจ้าต้องเลือกคู่ คงต้องให้มิสเซเลน่าช่วยเลือกชายาให้เจ้าแล้วกระมัง"
"ยินดีต่างหากล่ะครับ"เขาพูดก่อนที่จะยกสายจูงของม้าตัวสีน้ำตาล ให้คนเลี้ยงม้าที่กำลังยืนอ้าปากค้าง เพราะเขาโดนเจ้าม้าตัวร้ายนี่เตะจนล้มไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผู้หญิงคนนี้กลับ.. "คงไม่ต้องใช้มิสเตอร์บัคเกอร์ แล้วล่ะ"
"งั้น ผมขอตัวนะครับ"พูดจบคนเลี้ยงม้าก็เดินออกไป
คิงเคนนำมิสเซเลน่าออกมา ก่อนที่จะจัดตั้งอานม้าลงไปที่หลังของเธอ พิงค์พายดูทุกกระบวนการ เขาดูทะมัดทะแมงมากเลย แบบนี้ยิ่งมีเสน่ห์
"คุณเคนชอบขี่ม้าเหรอคะ?"เธอถามเขา
"ครับ มันทำให้ผมคิดถึงคุณปู่ของผม"เขาพูดพลางก็ปีนขึ้นไปนั่งลงบนหลังของมิสเซเลน่า "มาครับ.."เขายื่นมือส่งให้พิงค์พาย
เธอส่งมือให้เขา ฮึ่บ! จนเธอขึ้นมานั่งบนหลังม้า ข้างหน้าของเขาได้สำเร็จ
"จับตรงนี้"เขานำมือของเธอข้างหนึ่งมาจับบริเวณติ่งจับอานม้า เธอรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดของเขาและเธอในตอนนี้ จนเมื่อกี้เธอแอบคิดว่า เขากำลังกระซิบอยู่ข้างหูของเธอรึเปล่า? "พร้อมแล้วยังครับ"
"น่าจะพร้อมแล้วนะคะ"เธอตอบเขาอย่างเกร็งๆ กลัวก็กลัว ไม่ได้อยู่บนหลังม้าแบบนี้มานานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่จำได้ คงจะเป็นตอน 10 ขวบ
"เอาล่ะ จับดีๆ ล่ะ"
ฮี้~ พูดจบก็ขี่มิสเซเลน่ามุ่งหน้าออกไปจากโดมคอกม้า
พิงค์พายมัวแต่ตกใจอยู่กับความเร็วของเจ้าม้าตัวนี้ วิ่งเร็วจังเลย! ทำเอาเธอนี่ใจตกลงตาตุ่ม กลัวว่าจะตกลงไป จับคันจับที่เจ้าชายเคนบอกให้จับแน่น
"นำหลังมาแนบกับผมสิครับ แล้วจะไม่ตก"เขาบอกกับเธอ เพราะเธอเอาแต่โน้มตัวไปด้านหน้า ไม่กล้าเข้าใกล้เขา แต่ถ้าไม่ทำก็คงต้องตกม้าตายแน่!
เมื่อเธอทำตามที่เขาพูด คิงเคนก็นำแขนข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"ทำไมต้องขี่เร็วด้วยเหรอคะ"เธอถาม เพราะไม่มีความรู้ มันจำเป็นมากเลยเหรอ?
"ผมก็คิดว่าคุณชอบ.."พูดจบเขาก็ชะลอเจ้าม้าตัวนี้ เดินไปตามตีนเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
"เมื่อกี้คือแกล้งฉันเหรอคะ"
เธอได้ยินเสียงหัวเราะมาจากด้านหลังของเธอ นั่นไง! เขาแกล้งเธอชัวร์! เธอได้แต่ขมวดคิ้วอดกลั้นไม่ให้ต่อว่าเขา ยังไงก็ไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น เธอไม่มีสิทธิ์ไปทำแบบนั้น
"อยากชมวิวของเมืองบรีรึเปล่าครับ?"เขาถามเธอพลางก็ค่อยๆ โน้มศีรษะลงมาคุยกับพิงค์พาย เธอหันไปมองเขา เพิ่งแน่ใจว่าตอนนี้เราสองคนใกล้กันมากจริงๆ
"อยากค่ะ"
"งั้นก็ไปกันเลย"พูดจบ คิงเคนก็ขี่มิสเซเลน่าวิ่งเข้าไปบนเทือกเขาสูง
"จะขึ้นไปจริงๆ เหรอคะ!"
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เชื่อใจผม.."
ไม่นานก็มาถึงที่ราบหน้าผาสูง คิงเคนหยุดม้าลงตรงนั้น พิงค์พายที่ได้เห็นวิวเมืองบรีก็รู้สึกตระการตา ที่นี่เหมือนในเทพนิยายเลย เมืองนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
แต่ตรงกลางกลับเป็นพื้นหญ้าเขียวขจีที่เหมาะกับการทำฟาม รู้แบบนี้มาเที่ยวตั้งนานแล้วนะเนี่ย..
หิมะค่อยๆ ตกลงมาอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปได้สักพัก
พิงค์พายผายมือของตัวเองเพื่อรับเกล็ดหิมะนั้น ทุกการกระทำของเธอนั้นอยู่ในสายตาของคิงเคนเสมอ เธอคนนี้พิเศษยังไงกัน มิสเซเลน่าถึงได้ชอบเธอขนาดนี้
เมื่อหิมะกระทบกับถุงมือของพิงค์พายมันก็ค่อยๆ ละลาย "หายไปเร็วจัง"เธอบ่น
"เป็นไงครับชอบประเทศผมรึเปล่า?"เขาถามเธอ
"ชอบค่ะ"ชอบผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วย ขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังกลับไปต้องเสียดาย(ที่ไม่ได้คุณเคน)แน่ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย "คุณเคนยังโสดอยู่รึเปล่าคะ?"
"ครับ!?"เขาตกใจกับคำถามของเธอ?
"คุณมีแฟนแล้วยัง?"
"อะ เอ่อ.. ก็.. ไม่มีครับ"เขายังอ้ำอึ้งอยู่หน่อยๆ ผู้หญิงไทยชัดเจนขนาดนี้เลยเหรอ?
ได้ยินแบบนั้นพิงค์พายก็ยิ้มใหญ่ อยากเห็นสีหน้าเขาตอนนี้ว่าเป็นยังไง แต่ว่าติดอยู่ที่เธอนั่งหันหลังให้เขานี่แหละ ยังไงก็เถอะ.. "ทำไมหิมะตกแรงจัง.."เธอเพิ่งสังเกตว่าท้องฟ้านั้นเริ่มอึมครึม
"พายุหิมะ.."
"คะ?"
"ลงไปไม่ทันแน่ๆ"คิงเคนได้แต่โทษตัวเองว่าทำไมเขาถึงไม่ศึกษาสภาพอากาศมาให้ดีก่อน คิดหาวิถีทางรอด..
"พายุหิมะจะมาเหรอคะ?"เมื่อวานยังมีแดดอยู่เลย
"ครับ ถ้ากลับไปอาจจะไม่ทัน ต้องหาที่พักแถวนี้"ได้ยินเขาพูดแบบนั้นหญิงสาวก็มองไปรอบๆ หันไปทางไหนก็มีแต่ป่าโอ๊ค
"มันจะมีที่พักจริงๆ เหรอคะ?" เธอถามเขา
"มีอยู่ที่นึงครับ.."พูดจบเขาก็รีบควบม้า หันหลังวิ่งตรงเข้าป่าไป
ตอนนี้ลมเริ่มกระโชกแรง จนเขาต้องใช้แขนข้างหนึ่งคว้าเอวเธอไปกอดแน่น ขี่มิสเซเลน่าเร็วขนาดนี้ กลัวว่าเธอจะตก นี่ขนาดสวมเสื้อกันหนาวเธอยังรู้สึกถึงไออุ่นๆ จากเขาเลย
คงเป็นเพราะลมหายใจหอบเหนื่อยของเขาที่คอยรดใบหูเธอตลอดเวลา ทำเอาเธอนี่ได้แต่เก็บอาการเขินอายของตัวเองไว้
มันใกล้เกินไป..
"ถึงแล้ว!"มันเป็นกระท่อมสไตล์ยุโรปสองชั้น ติดกับตัวบ้านมีคอกม้าระบบปิด เขานำมิสเซเลน่าไปจอดพักไว้ที่นั่น รีบลงจากม้าก่อนจะคว้าเอวของพิงค์พายให้ลงมากับเขาด้วย
"แล้วเธอจะไม่หนาวเหรอคะ?"เธอชี้ไปยังม้าตัวนี้อย่างเป็นห่วง
"เธอไม่เป็นอะไรหรอกครับ เรารีบเข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ"พูดจบเขาก็คว้ามือของพิงค์ให้เดินตามเขาเข้าไปทันที
ตอนนี้อากาศหนาวมาก แถมในบ้านยังมืดจนเกือบจะมองอะไรไม่เห็น
พิงค์พายได้แต่กอดตัวเองหันกลับไปมองเจ้าม้าตัวใหญ่นอกหน้าต่าง เป็นห่วงว่าเธอจะเป็นอะไร จะไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ?
ส่วนตัวของคิงเคนก็รีบควานหาชนวน และไม้จุดไฟ นำมันมาจุดลงที่เตาผิงไฟ เมื่อได้ไออุ่น เขาก็รีบคว้าแขนเธอที่เอาแต่มองไปยังด้านนอกมานั่งลงตรงหน้าเตาผิงข้างๆ เขา กรามเธอสั่นหงึกๆ แต่ยังมีอารมณ์เป็นห่วงม้าอยู่อีกงั้นเหรอ?
"มิส.."เธอเอ่ยปาก
"เธอจะไม่เป็นอะไรครับ เชื่อผมสิ"ได้ยินแบบนั้นพิงค์พายก็หันกลับมาสนใจตัวเอง รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง เมื่อกี้ขี่ม้าหนาวชะมัดยาดเลย "สงสัยคืนนี้เราต้องนอนกันตรงนี้"เขาหมายถึงหน้าเตาผิงไฟเนี่ยนะ
"ทำไมต้องคืนนี้ล่ะคะ? คิดว่าพายุจะเข้าแค่แปบเดียวซะอีก"
"หนักขนาดนี้คงจะไม่แปบเดียวแล้วล่ะครับ น่าจะตกทั้งคืน"ได้ยินแบบนั้นพิงค์ก็ได้แต่กุมขมับ
พระเจ้า! ฉันอยากคุยกันเขา ไม่ได้อยากติดอยู่ในกระท่อมกับเขากลางพายุหิมะทั้งคืนแบบนี้!!! สงสัยพระเจ้าคงได้รับสาน์นผิด..
"ผมจะไปหาผ้าอุ่นๆ มาให้นะครับ"เมื่อคิงเคนได้รับไออุ่นจากเตาผิงไฟมากพอแล้ว ก็ขอตัวไปหาผ้าห่มจากชั้นสอง
ส่วนพิงค์ก็ได้แต่เป็นห่วงมิสเซเลน่าที่อยู่ด้านนอก...
เธอรีบนำฟืนเก่าๆ ที่เหลือ ที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตาผิงไฟออกไปด้านนอก กองลงมุมข้างๆ ของคอกม้าที่ปิดประตูสนิท แต่หนาวจับใจ.. นำมือไปสัมผัสกับลำตัวของมิสเซเลน่า
"ตัวเย็นหมดแล้วเนี่ย.."แล้วรีบวิ่งไปนำอุปกรณ์จุดไฟมา ทำอย่างที่คิงเคนทำไปเมื่อกี้ ดีนะที่จุดง่าย เพราะมีฉนวนความร้อน "อย่าเตะนะไม่งั้นโดนเผา"เธอบอกกับมิสเซเลน่าที่นำศีรษะมาคลอเคลียลงบนใบหน้าของเธอเป็นภาษาไทย พิงค์พายยิ้ม "นี่ฟังภาษาไทยรู้เรื่องด้วยเหรอ?"
ฮี้~ มันร้องตอบกลับมา
"ตอบซะด้วย.. ที่บอกว่าอยากได้แกกลับบ้านไปด้วยเนี่ย ไม่เกินจริงเลย น่ารักขนาดนี้"
คิงเคนมองดูหญิงสาวที่กำลังเล่นอยู่กับมิสเซเลน่าด้านนอก ดูจากแสงไฟด้านนอกแล้วดูเหมือนว่า ม้าตัวนั้นจะอุ่นแล้วล่ะ
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ว่าทำไมมิสเซเลน่าม้าของเขาถึงได้ชอบเธอขนาดนั้น ก็คงเป็นเพราะรู้ว่าคนไหนเป็นคนดี แล้วคนไหนที่เจ้านายใจจะชอบ...