บทนำ

2184 Words
“ขอโทษนะครับ พี่ไม่ชอบคนอ้วน” ประโยคปฏิเสธแสนใจร้ายของพี่ซิน รุ่นพี่ที่ฮันนี่เคยแอบชอบสมัยเรียนมัธยมปลาย ยังคงเป็นตราบาปในใจของเธอไม่เสื่อมคลาย เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นทีไร เธอก็ยังคงรู้สึกอับอายไม่หายสักที เขาคงจะไม่รู้หรอกว่าเธอต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนถึงได้สารภาพรักออกไป แต่เรื่องราวแสนเจ็บปวดในวันนั้นมันก็ทำให้ฮันนี่กลายเป็นคนใหม่ จากเด็กอ้วนน้ำหนักหลักร้อยกิโลกรัมในวันนั้น ได้กลายมาเป็นสาวสวยพราวเสน่ห์ในวันนี้ โครงหน้าเรียวสวยรูปไข่ ผิวพรรณขาวนวลเนียนเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ปากสวยเป็นกระจับได้รูปรับกับจมูกโด่งปลายพุ่งสวยงามตามแบบสาวเกาหลี ดวงตากลมโตใสกระจ่างราวกับดวงดาวยามค่ำคืน เรียกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยมากคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มักจะเป็นจุดสนใจของผู้คนได้เสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฮันนี่ไม่ได้สวยแบบนี้มาตั้งแต่เกิดเพราะเธอสวยด้วยมีดหมอทั้งนั้น! ใช่แล้วล่ะ...เธอไม่ใช่คนสวยมาตั้งแต่กำเนิด แต่เธอเป็นคนที่พยายามจะสวยต่างหาก หลังจากอกหักเสียหน้าครั้งใหญ่ ฮันนี่ก็ใช้แรงแค้นตรงนั้นตั้งใจลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้แต่วันเรียนจบอย่างวันปัจฉิมนิเทศของม.6 เธอก็ยังไม่ยอมไปร่วมงาน ตั้งแต่เด็กจนโตฮันนี่เป็นผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ เธอเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นและร่ำรวย ไม่เคยต้องลำบาก แม้กระทั่งเรื่องกินเธอก็กินแบบตามใจตัวเองจนปล่อยตัวเองอ้วนเผละน่าเกลียด จนกระทั่งเธอคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรมการลดน้ำหนักจากสถาบันความงามแห่งหนึ่ง เธอออกจากบ้านไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นถึงหนึ่งปีเต็ม โปรแกรมการลดน้ำหนักของที่นี่โหดมาก ทั้งออกกำลังกายหนักและอาหารการกินก็ยังต้องเป็นไปตามสูตรที่นักโภชนาการเป็นคนออกแบบให้ ในหนึ่งวันเธอออกกำลังกายหนักมากแต่ก็ได้กินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฮันนี่ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่ทุกครั้งที่เธอท้อ ภาพที่เธอถูกปฏิเสธก็ฉายชัดเข้ามาในหัวทุกครั้ง ทำให้เธอฮึดสู้และทำสำเร็จในที่สุด แม้ว่าน้ำหนักของฮันนี่จะลดได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ แต่ทว่าเธอก็ยังไม่พอใจกับหน้าตาของตัวเอง ดังนั้นจึงบินไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีโดยที่คุณแม่ของเธอเองเป็นสปอนเซอร์หลัก จากสาวหมวยหน้าตาธรรมดา เธอลงทุนตัดกรามยุบโหนกแก้มทำหน้าวีไลน์ ทำจมูกให้พุ่งสวยแบบสาวเกาหลี ชั้นตาที่เคยหลบในก็ถูกแก้ไขให้กลายมาเป็นแบบสองชั้น ฝีมือหมอเกาหลีงานดีมาก เธอสวยอย่างเป็นธรรมชาติราวกับไม่เคยผ่านมีดหมอมาก่อน หลังจากที่หน้าตาสวยหุ่นเป๊ะตามที่ต้องการ จู่ๆฮันนี่ก็เพิ่งจะมาคิดได้ว่า ‘ทำไมเธอต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้?’ การที่เธอแอบซุ่มลดน้ำหนักเงียบๆนั้น ทำให้เธอต้องตัดขาดจากโลกภายนอก แม้แต่มหาลัยก็ยังไม่ได้เรียนต่อเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เพื่อนที่เคยคบหาก็หายไปจากชีวิตของเธอโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำเรื่องมากมายขนาดนั้นไปทำไมกัน ในเมื่อคนที่อยากให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอก็ไม่ได้สนใจเธอสักหน่อย เขาน่ะยังเจ้าชู้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่พอคิดได้ว่า ‘ช่างมันเถอะ’ เธอไม่ได้ทำเพื่อเขาสักหน่อย แต่ทำเพื่อตัวเองต่างหาก ชีวิตของฮันนี่จึงกลับเข้าสู่ลูปเดิม คือการตั้งใจเรียนและความฝันของเธอคือการได้เป็นหมอนั่นเอง หลายปีผ่านไปฮันนี่ก็ทำสำเร็จ เธอเป็นหมอเต็มตัวอย่างที่ตั้งใจไว้และเพิ่งจะสมัครเรียนต่อเฉพาะทางแผนกศัลยกรรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่มีการร่วมมือระหว่างโรงเรียนแพทย์ของรัฐบาลกับโรงพยาบาลเอกชนอันดับต้นๆของประเทศอย่าง WeCare Medical Center ดังนั้นในปีแรกของการเป็นหมอประจำบ้านฮันนี่จึงได้เข้ามาเรียนและทำงานที่โรงพยาบาลวีแคร์กรุงเทพ มูลนิธิโรงพยาบาลวีแคร์ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิประกันสังคมมากขึ้นในแต่ละปี ดังนั้นที่วีแคร์หลายแผนกในโรงพยาบาล เราจะได้เห็นนักศึกษาแพทย์ตามแผนกต่างๆมากกว่าทุกปี แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชน แต่วีแคร์ยังแบ่งออกเป็นสองระดับคือโรงพยาบาลวีแคร์ที่ร่วมมือกับรัฐบาลและโรงพยาบาลวีแคร์โกลด์ที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนแบบวีวีไอพี ค่ารักษาของที่นี่จะแพงกว่าหลายเท่าตัว ฮันนี่หรือภริดาวัยยี่สิบแปดปียังคงสวยหวานราวกับเด็กสาวมหาลัย วันนี้เป็นวันที่เธอจะได้ไปทำงานที่วีแคร์เป็นวันแรกในฐานะแพทย์ประจำบ้านปี 1 ก่อนหน้านี้ต้องใช้ชีวิตเป็นหมออินเทิร์น[1] ประจำอยู่โรงพยาบาลที่ต่างจังหวัดนานสามปี เมื่อกลับมากรุงเทพอีกครั้ง ได้อยู่กับครอบครัวเธอก็รู้สึกดีมากที่ได้กลับมา “ฮันนี่ ทำไมหนูออกจากบ้านเช้าแบบนี้ล่ะ?” กษิดิศเอ่ยถามลูกสาวในขณะที่เขากำลังรำไทเก็กอยู่ที่สวนหน้าบ้าน “ป๊านั่นแหละมารำไทเก็กอะไรแต่เช้า หนูตกใจหมด” ฮันนี่ขมวดคิ้วมองพ่อตัวเองราวกับมองคนบ้า คนดีๆที่ไหนมารำไทเก็กตอนตีห้าแบบนี้ล่ะ “ป๊าเริ่มทำแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ทำไมไปทำงานเร็วจังเลยล่ะ ไหนบอกว่าทำที่วีแคร์” “โธ่ วีแคร์ธรรมดาค่ะป๊าไม่ใช่วีแคร์โกลด์นะ อีกอย่างหนูยังต้องเรียนเฉพาะทางด้วย ป๊าอย่าลืมสิ” “อ้อ งั้นไปเถอะ โชคดีนะลูก” ฮันนี่พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดเดิน เธอหันกลับมามองตาดิศแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ตากหมอกแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ป๊ารีบๆเข้าบ้านไปเหอะ แก่แล้วนะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา” “ไฮ๊ เจ้าลูกคนนี้ ถึงป๊าจะแก่แต่ร่างกายยังฟิตเปรี๊ยะอยู่นะ” กษิดิศเอ่ยพลางเบ่งกล้ามโชว์ลูกสาวไปหนึ่งกรุบ แต่นั่นยังไม่พอเขาเกร็งกล้ามแขนแล้วยังตีกล้ามแน่นๆเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาพูดไปด้วย ฮันนี่หัวเราะเบาๆแล้วเอ่ย “งั้นก็ตามใจค่ะ หนูไปก่อนนะ” ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ต้องพบเจอคนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ หญิงสาวจะรู้สึกตื่นเต้นและประหม่ามากเป็นพิเศษ นี่ขนาดออกจากบ้านตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นนะ แต่ทว่าถนนในกรุงเทพกลับมีรถวิ่งกันมากกว่าถนนในต่างจังหวัดเสียอีก ถ้าหากเธอออกสายกว่านิดหน่อยรถคงจะติดน่าดู พูดไปยังไม่ทันขาดคำ ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าสี่สิบห้านาที ฮันนี่ไม่รู้ว่านี่มันเป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่รถติดแหง็กแบบนี้ มันไม่ขยับมาเป็นสิบนาทีแล้ว เธอลดกระจกลงแล้วคุยกับพี่ผู้ชายที่อยู่ในรถข้างๆ “พี่คะ รถมันติดอะไรคะ พี่พอจะรู้ไหม” ผู้ชายคนนั้นหันมามองเธอด้วยแววตาตกตะลึง เขาเอ่ยตะกุกตะกัก “ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ปกติไม่ติดแบบนี้นะ ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า” ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าเธอสวยจนต้องตะลึง... “อ้อ ขอบคุณค่ะ” ฮันนี่ยังคงนั่งรออยู่แบบนั้น ถ้าเป็นแบบนี้เธอต้องไปทำงานสายแน่ ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เสียงไซเรนของรถฉุกเฉินก็ดังเข้ามาเรื่อยๆ เมื่อหันไปมองที่กระจกหลังขบวนรถฉุกเฉินกว่าห้าคันรวมถึงรถตำรวจรถดับเพลิงพยายามขอทางเพื่อมุ่งตรงไปยังเส้นทางข้างหน้าที่รถติดหนักมาเกือบสิบห้านาทีแล้ว หญิงสาวรีบขยับรถเท่าที่จะทำได้เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉินได้ผ่านเข้าไป นี่มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุรถชนกันธรรมดาเสียแล้ว ข้างหน้านี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฮันนี่ตัดสินใจเดินลงจากรถแล้ววิ่งไปข้างหน้าทันที ไม่ใช่แค่เธอที่ทำแบบนี้ แต่ยังมีไทยมุงบางส่วนที่พากันเดินออกมาจากรถแล้วเดินตามไปดูเหตุการณ์ข้างหน้าด้วยกัน หญิงสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปได้ไม่นานเธอก็ยืนตะลึงกับภาพเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้า รถมินิบัสพลิกคว่ำอยู่ข้างหน้า! ตอนนี้ตำรวจเริ่มกั้นพื้นที่ไม่ให้คนนอกเข้าไปด้านใน “คุณตำรวจคะ ฉันเป็นหมอค่ะ ขอเข้าไปช่วยได้ไหม” ฮันนี่เอ่ยพร้อมกับชูป้ายประจำตัวแพทย์ให้เขาดู “คุณหมอเข้าไปเลยครับ” พี่ตำรวจเปิดทางให้กับเธอหลังจากที่ตรวจดูบัตรประจำตัวเรียบร้อยแล้ว “เกิดอะไรขึ้นคะ” “คนขับหลับใน อาจเป็นเพราะถนนลื่น แถมรถเบรกแตกด้วยมันเลยพลิกคว่ำ” คุณหมอสาวพยักหน้ารับแล้วรีบเดินไปยังจุดเกิดเหตุทันที เมื่อคืนนี้ฝนตกหนักมาก ยังมีบางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นบางแห่ง “ฉันเป็นหมอค่ะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะคะ” ฮันนี่เอ่ยยังไม่ทันจบ ฉับพลันมีเสียงผู้ชายคนหนึ่งแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนลน “หมอครับ ทางนี้ๆ” ฮันนี่รีบวิ่งไปตามเสียงเรียกทันที “ฉันเป็นหมอค่ะ ขอฉันดูหน่อย” ทุกคนหลีกทางให้กับเธอทันที “กระจกรถบัสน่าจะแตกตอนรถคว่ำแล้วทิ่มโดนเขา” พี่ผู้ชายกู้ภัยคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “หลอดเลือดดำที่คอขาด เอาผ้าสะอาดมาห้ามเลือดเขาทีค่ะ” คุณหมอสาวรอไม่นานก็ได้รับผ้าสะอาด “เอาผ้าสะอาดกดแผลไว้นะคะ” เธอเอ่ยจบก็ตรวจดูชีพจร ใช้หูฟังแพทย์ฟังเสียงปอดและหัวใจ ใบหน้าสวยเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ “หมอครับ เขาจะหยุดหายใจแล้ว!” “ความดันในช่องเยื่อหุ้มปอดมันสูงขึ้นจากลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ฉันต้องการมีด สายยาง แล้วก็ขวดน้ำค่ะ” “ได้ครับ” เนื่องจากปอดฉีกขาดทำให้อากาศเข้าไปรอบๆบริเวณเยื่อหุ้มปอด ฮันนี่ต้องกรีดผิวหนังบริเวณใต้ซี่โครงเพื่อทำการสอดท่อสายยางเข้าไปยังปอด อากาศที่อยู่บริเวณเยื่อหุ้มปอดจะถูกระบายออกมาทางสายยางลงขวด น้ำที่อยู่ในขวดจะช่วยไม่ให้อากาศไหลกลับเข้าไป “เขาเริ่มหายใจแล้ว” น้ำเสียงดีใจของพี่กู้ภัยเอ่ยขึ้น เสียงไทยมุงที่พากันยืนอยู่หลังแนวกั้นที่ตำรวจกั้นเขตพื้นที่เอาไว้ พากันเฮลั่นด้วยความดีใจเช่นเดียวกัน “รีบพาเขาส่งโรงพยาบาลด่วนค่ะ คอยเช็คความดันเขาด้วยนะคะ ฉันจะไปดูคนอื่นต่อ” ฮันนี่รีบเดินไปดูผู้ป่วยคนอื่น แต่ก็พบว่าผู้ป่วยที่นอนเจ็บอยู่นั้นโชคดีที่อาการไม่หนักมาก เธอผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก รีบช่วยหน่วยกู้ภัยปฐมพยาบาลผู้ป่วยอย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งผู้ป่วยคนสุดท้ายถูกส่งตัวไปแล้วเธอถึงจะหายใจได้อย่างผ่อนคลาย “ตรงนั้นมีอะไรเหรอคะ” ฮันนี่เอ่ยถามพลางชี้ไปยังรถมินิบัสที่ยังคงคว่ำอยู่ “ยังมีคนติดอยู่ในรถน่ะ อาการสาหัสมาก” “จริงเหรอคะ” เธอทำท่าจะเดินเข้าไปดูแต่ทว่าพี่กู้ภัยก็เอ่ยขึ้นมาก่อน “หมอไม่ต้องไปหรอกครับ ข้างในนั้นมีหมออยู่คนหนึ่งแล้ว” ฮันนี่คุยกับหนุ่มกู้ภัยต่อไม่กี่ประโยคคนเจ็บที่ติดอยู่ในรถก็ถูกหามใส่เปลออกมา แต่ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ได้หยุดมองที่คนเจ็บ แต่เป็นเพราะผู้ชายตัวสูงราวๆหนึ่งร้อยแปดสิบต้นๆคนนั้นต่างหากล่ะ ที่ทำให้เธอละสายตาไปไหนไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตกใจ คุณหมอสาวรีบหันหลังหลบคนที่กำลังจะเดินผ่านมาพอดี สายลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาเล็กน้อยแต่กลับทำให้เธอยืนตัวแข็งทื่อตัวหนาวสั่น ภาพความทรงจำแสนเลวร้ายในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้พบหน้าเขา ผู้ชายที่เคยหักอกเธออย่างไร้เยื่อใย พี่ซิน! รุ่นพี่ผู้ช่วยสอนติววิชาชีวะตอนม.ปลายคนนั้น มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว! [1] แพทย์ใช้ทุน, แพทย์เพิ่มพูนทักษะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD