บทที่ 10 ที่รักอย่าหึงสิคะ (1)
รถหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านพักตากอากาศ หลังเครื่องยนต์ดับสนิทชายหนุ่มหลังพวงมาลัยไม่รอช้ารีบก้าวเท้าออกจากรถไป เขาเดินอ้อมไปอีกฝั่งพร้อมเปิดประตู ร่างหนามุดเข้าไปในรถไม่พูดพร่ำทำเพลงปลดเข็มขัดและช้อนร่างบางออกจากรถทันที
“คุณ!!…คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ” ร่างเล็กเริ่มดิ้นขัดขืน
“อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรหรอกน่ะ” เขาจ้องหน้าขรึมเป็นการปรามให้คนตัวเล็กสงบลง จากนั้นก็เดินตัวปลิวเข้าบ้านไป
เขาหย่อนคนตัวเล็กลงบนโซฟาตัวยาวกลางบ้าน พร้อมย่อตัวลงถอดรองเท้าส้นสูงออกจากเท้าเรียวเล็กที่ตอนนี้มันเริ่มบวมเป่ง เป็นรอยแดง นาตาลีพยายามขัดขืนดึงเท้าหนีแต่ก็ถูกมือหนาแข็งแรงกว่ารั้งเอาไว้…เขามองมันอยู่ครู่นึงก่อนจะลุกหายไป และกลับมาพร้อมอ่างใส่น้ำอุ่น….
“แช่ไว้….อีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ พวกผู้หญิงเนี่ย ทำไมชอบทรมานตัวเองกันนัก!!” ชายหนุ่มบ่นเล็กน้อย ขณะที่มือก็วุ่นวายอยู่กับสองเท้าเรียวเล็ก
“คุณ…พอแล้วฉันจัดการต่อเอง” นาตาลีโน้มตัวลงมา พยายามปัดมือหนาของเขาออก ขณะที่ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงกกหู
“บอกว่าให้อยู่เฉย ๆ ไง..” เขารวบมือเล็กไว้ ช้อนหน้าขึ้นมองหมายจะตำหนิคนตัวเล็ก แต่เมื่อสบตาเข้ากับตากลมโตสุกใสนั่น สมองก็ขาวโพลนลืมไปหมด
ทั้งคู่สบตากันนิ่งเนิ่นนานจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่รดใส่กัน และเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ดึงคนทั้งคู่เข้าหา จมูกโด่งคมชิดเข้าหาอย่างลืมตัว นาตาลีกระพริบตาถี่ทำท่าจะถอยหนี แต่ก็ถูกมือหนาแข็งแรงโอบลำคองามตรึงให้เข้าหา ริมฝีปากร้อนประกบลงบนปากอวบอิ่มนุ่มทันที ปากบางเม้มจูบอ้อยอิ่ง ลิ้นสากลากเลียไปมาบนกลีบปากนุ่มชุ่มฉ่ำ ก่อนจะเริ่มสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากที่เผยอรออย่างเต็มใจ….สองลิ้นเกี่ยวรัดตวัดสลับดึงดูดกันไปมา เสียงครางเบา ๆ จากลำคอเริ่มมีให้ได้ยิน ชายหนุ่มถอนริมฝีปากอย่างยากลำบาก สายตากดต่ำมองปากอิ่มอย่างหิวกระหาย เขาถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่หน้าผากและจมูกของทั้งคู่ยังคงสบกัน ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกไป
“เลิกอ่อยฉันได้แล้ว….ฉันไม่ให้พ่อเธอสมหวังหรอก” พูดจบเขาก็ใช้หน้าผากของตัวเองโขกไปที่หน้าผากมนของหญิงสาวเบา ๆ หนึ่งทีเพื่อเรียกสติของอีกฝ่าย
“โอ๊ยย…ฉันไม่ได้อ่อยสักหน่อย คุณดึงฉันไปจูบเองนะ” พูดจบก็นึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไป นาตาลีเม้มปากแน่น หน้าแดงก่ำหนักกว่าเดิม
“……. นั่งแช่เท้าไปละกัน ฉันจะไปเตรียมมื้อเที่ยงให้” พูดจบภากรก็แก้เขินด้วยการลุกหายเข้าครัวไป ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ผู้หญิงมักจะยึดติดกับความสัมพันธ์ทางกายกับผู้ชายเสมอ ยิ่งถ้ามันเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรก ยิ่งยากที่เธอจะสลัดความรู้สึกนั้นออกไปได้ และตอนนี้เธอก็เริ่มจะยึดติดกับฉันแล้วแม้ว่าเธอจะไม่รู้ตัวก็ตาม นาตาลี…..
ช่วงหัวค่ำวันเดียวนั้น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มราคาแพงระยับเดินออกจากห้องนอนส่วนตัวมา กลิ่นโคโลญจน์ หอมสะอาดซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของเขาลอยมาแตะจมูกหญิงสาวที่กำลังนอนเหยียดกายยาวบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น ทำเอาร่างเล็กดีดตัวผึงขึ้นมอง
“คุณ…จะไปไหน” นาตาลีถามขึ้นทันที ก่อนจะเขย่งเท้าเดินเข้าหามองร่างสูงอย่างจับผิด
“ฉันจะไปงานเลี้ยง…คืนนี้พวกนักการเมือง ลูกค้า นักธุรกิจของภูเก็ตเขาจะไปรวมตัวกันที่นั่น ฉันว่าจะไปหาเงินมาใส่บัญชีที่ถูกยักยอกไปสักหน่อย เผื่อได้สัก 2-300 ล้าน และถ้าโชคดีจะได้
ปิดจ๊อบเรื่องคาราคาซังสักที โครงการเราจะเปิดในอีกไม่กี่เดือนแล้ว ฉันไม่อยากมีปัญหาตอนนั้น” ภากรตอบคำถามละเอียดยิบ อย่างที่เขาไม่จำเป็นต้องหยุดเสียเวลาตอบเธอนานขนาดนี้
“ฉันไปด้วยนะ…รอแป๊บไม่นานหรอก” นาตาลีพูดพลางเกาะแขน ตาเป็นประกายเหมือนแมวน้อยกำลังอ้อนเจ้าของ
“ไม่ได้…อยู่บ้าน!! เธอเท้าเจ็บ..อย่ามาเล่นบทเมียขี้หึงตามติดสามีแจ” ภากรพูดไปโดยไม่ทันคิดอะไร แต่คนฟังหน้าแดงไปแล้ว ถึงตรงนี้เขาถึงได้รู้ตัวว่าพูดอะไรบ้า ๆ ออกไปอีกแล้ว
“บ้าเหรอ…ฉันก็ไปในฐานะเลขาของคุณนั่นแหละ ห้ามทิ้งฉันเด็ดขาด!!..รอตรงนี้นะ” พูดจบนาตาลีก็หมุนตัวรีบเข้าห้องไป ภากรได้แต่ส่ายหัวไปมาช้า ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะก้าวขาออกจากบ้านไป
ไม่เกิน 30 นาที นาตาลีก็กลับออกมาด้วยชุดราตรียาวสีเลื่อม ที่ด้านข้างผ่าขึ้นแต่ก็ไม่สามารถจินตนาการได้ว่ารอยผ่าจะไปจบตรงจุดใด เนื่องจากช่วงบนถูกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมที่ยาวต่ำกว่าสะโพก แต่ถึงอย่างนั้นก็เห็นได้ชัดว่าด้านหน้าน่าจะเป็นสายเดี่ยวที่คว้านจนเห็นเนินนมอิ่มขาวผ่องที่ล้นออกมาเกินขนาดตัว ผมลอนถูกจัดทรงอย่างเป็นระเบียบปล่อยยาวสยาย เครื่องหน้าถูกแต่งแต้มอย่างชวนมอง ทุกอย่างทำเอาคนรอมองค้างอย่างพึงพอใจ แต่ที่จะขัดใจจนเขาต้องขมวดคิ้วคงเป็นรองเท้าคู่สูงที่นาตาลีเลือกมาสวมใส่