Chapter 6 แมวหวงก้าง

1339 Words
Chapter 6 แมวหวงก้าง ธีรติณณ์เดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อจะมาดูการทำงานของมิรินทร์ว่าเธอพอจะทำได้หรือไม่ แต่เขาเดินมาเห็นในตอนที่พิชญ์อรเดินเข้าไปหามิรินทร์ แต่ธีรติณณ์ยังไม่เดินเข้าไปเพราะอยากรู้ว่าทั้งสองคนจะมีปฏิกิริยากันอย่างไร จนเหตุการณ์เริ่มบานปลายมาจนถึงตอนที่มิรินทร์กับพิชญ์อรเริ่มตอบโต้กันไปมา “ว้าย ๆ ๆ ๆ !!! นี่มันอะไรกันเนี่ย” เสียงของมัณฑนาดังขึ้นมาเมื่อเดินกลับมาแล้วเห็นทั้งสองสาวกำลังจะวางมวยกัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงได้ทะเลาะกันอย่างนี้” “เรื่องทั้งหมดก็เป็นเพราะยัยนี่มาว่าพายก่อนค่ะ” พิชญ์อรเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของมิรินทร์เหมือนกำลังบอกว่าตนจะต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน แต่ไม่ทันที่มัณฑนาจะได้พูดอะไรขึ้นมาเพราะธีรติณณ์เดินเข้ามาหก่อน “ไปพบผมที่ห้องทำงานทั้งสองคน พี่มูมู่ทำหน้าที่ต่อจากมิน” ธีรติณณ์เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม “ค่ะ คุณติณณ์ เธอสองคนก็รีบไปได้แล้ว” มัณฑนาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของพิชญ์อรเพราะเธอรู้จักนิสัยของพิชญ์อรเป็นอย่างดีว่าเป็นคนอย่างไร ที่ห้องทำงานของธีรติณณ์ ธีรติณณ์เดินนำหน้าไปรอที่ห้องทำงานของเขา ไม่นานสองสาวก็เดินเข้ามาในห้องทำงานตามเขาติด ๆ “นั่งลงก่อนสิ” ธีรติณณ์เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่เก้าอี้สองตัวที่อยู่ตรงหน้าของเขา มิรินทร์นั่งลงก่อนแล้วก็ตามด้วยพิชญ์อร ธีรติณณ์เริ่มเอ่ยขึ้นมาในทันทีเมื่อทั้งสองสาวได้นั่งลง “ทำไมถึงได้ทะเลาะกันภายในร้านไม่รู้หรือไง ว่ากฎระเบียบของที่นี่คือห้ามทะเลาะกันระหว่างทำงาน” “พายไม่ได้เริ่มก่อนค่ะ ยัยนี่เป็นคนที่ต่อว่าพายเป็นหมาหวงก้าง หาว่าพายอยากได้คุณติณณ์มาเป็นของตัวเองค่ะ” พิชญ์อรเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่หน้าของธีรติณณ์พร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสารเพื่อให้ธีรติณณ์เห็นใจ “แต่ที่ร้านมีกล้องวงจรปิดถ้าอยากรู้ว่าใครผิดก็เปิดกล้องดูเองก็แล้วกัน ฉันไม่มีอะไรที่ต้องแก้ตัว แต่ที่อยากบอกก็คือฉันไม่ได้บอกว่าเธอเป็นหมาหวงก้างแต่ฉันพูดว่าแมวหวงก้างเพราะเธอมาหาว่าฉันอยากได้คุณติณณ์เป็นผัวก่อน” มิรินทร์เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยและไม่ได้มองธีรติณณ์หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรเพราะเธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ผิด “แต่ก็ไม่ควรมีเรื่องกันในร้าน เดี๋ยวลูกค้าในร้านแตกตื่น อย่าให้มีเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกจากงาน” ธีรติณณ์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของทั้งสอง “ค่ะ จะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ” มิรินทร์เป็นคนที่พร้อมจะแก้ไขตัวเองเมื่อมีเรื่องผิดพลาดซึ่งทำให้ธีรติณณ์รู้สึกชอบนิสัยของเธอ “แต่พายไม่ได้ผิดนะคะ เรื่องนี้คุณติณณ์ก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรอคะว่ายัยนี่ก็หาเรื่องพายเหมือนกัน” พิชญ์อรเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับพยายามอยากให้ธีรติณณ์มองว่ามิรินทร์เป็นคนผิด “เรื่องนั้นเดี๋ยวผมขอไปเปิดกล้องดูก่อนว่าใครเป็นคนผิดกันแน่ ผมหวังว่าจะไม่มีเรื่องทะเลาะกันอีก วันนี้คุณทำงานแค่นี้พอ ผมอยากกลับบ้านแล้ว ส่วนเธอพายก็กลับไปทำงานต่อ” ธีรติณณ์เอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นยิ่งทำให้ความอิจฉาในตัวของพิชญ์อรเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะคำพูดของธีรติณณ์เหมือนกำลังบอกว่าทั้งสองอยู่บ้านหลังเดี๋ยวกัน พิชญ์อรออกไปทำงานต่อพร้อมกับความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายในหัวใจของเธอ “เป็นยังไงบ้างแก ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าไปมีเรื่องกับคุณมินอ่ะ” ดารินที่ทำงานเสร็จพอดีกับที่เพื่อนของเธอเดินกลับมาจากห้องทำงานของธีรติณณ์รีบเข้าไปหาในทันที “ก็มันหาว่าฉันเป็นแมวหวงก้าง มันอยากว่าฉันเป็นหมานั่นแหละ” พิชญ์อรเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเพื่อนของเธอฟัง “มันก็จริงมั้ยล่ะ” ดารินเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ แต่พิชญ์อรก็ได้ยินแต่ได้ยินไม่ถนัด “เธอเองไม่ใช่หรือไงที่เป็นคนที่หาเรื่องมิน” มัณฑนาเอ่ยขึ้นมาแทรกกลางระหว่างการสนทนาของพิชญ์อรกับดาริน “พี่มูมู่เอาที่ไหนมาพูดคะ ยัยนั่นต่างหากที่เป็นคนหาเรื่องพาย” พิชญ์อรเองก็ยังไม่ยอมรับว่าเธอเป็นคนเริ่มก่อน “แต่ก็มีเด็กหลายคนที่บอกว่าเธอเป็นคนเข้าไปหาเรื่องมินก่อน” มัณฑนาพูดขึ้นมาอย่างนั้นทำให้พิชญ์อรหันไปมองหน้าของ น้ำ นันทิชา วิชิตธรรม พนักงานเชียร์ดื่มที่ทำงานที่นี่มาหลายปีและไม่ค่อยจะเข้าขากับพิชญ์อรสักเท่าไร “ใครมันเป็นคนพูดอย่างนั้นกันคะพี่มูมู่ มันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย อีคนนั้นมันต้องใส่ร้ายพายแน่ ๆ เลยค่ะ” “พอ ๆ ไปทำงานได้แล้ว” มัณฑนาส่ายหัวให้กับนิสัยของพิชญ์อร แล้วเธอก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานไม่นานธีรติณณ์กับมิรินทร์ก็เดินมาตรงนั้นเพื่อบอกกับมัณฑนาให้ทำงานต่อจากมิรินทร์ ธีรติณณ์เดินจับมือของมิรินทร์เดินออกจากร้านเหมือนตอนที่เดินเข้ามาในร้าน พนักงานทุกคนที่เห็นก็ต่างเดาว่ามิรินทร์คือคนสำคัญของธีรติณณ์แน่นอน “ที่แกเป็นอย่างนี้เพราะแกกลัวคุณมินได้บอสไปครองใช่มั้ย ฉันคิดว่าแกไม่ต้องกลัวหรอกเพราะเป็นอย่างนั้นแน่นอน เพราะตั้งแต่ที่ฉันทำงานที่นี่มาไม่เคยเห็นบอสเดินจับมือผู้หญิงคนไหนเลยแม้แต่คนเดียว” ดารินยิ่งพูดก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของเธอให้เจ็บมากขึ้นไปอีก “อุ้ย!!! ตัวเหมือนจะได้กลิ่นหมาหัวเน่านะแกว่ามั้ยลิลลี่” นันทิชาเอ่ยขึ้นมาอย่างสะใจเพราะพิชญ์อรชอบกลั่นแกล้งเธออยู่บ่อย ๆ ยิ่งเวลาเธอจะขอหยุดงานก็ชอบแกล้งไม่ให้เธอหยุดอยู่บ่อย ๆ ทั้ง ที่พิชญ์อรไม่ชอบนันทิชาเพราะธีรติณณ์ชอบพูดคุยกับนันทิชาเพราะคิดว่านันทิชาชอบหว่านเสน่ห์ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วนันทิชามีความสามารถด้านการออกแบบ ธีรติณณ์จึงให้เธอช่วยออกแบบป้ายต่าง ๆ ให้ “แกกำลังพูดให้ใครยัยน้ำ” พิชญ์อรเอ่ยถามนันทิชาพร้อมกับมองหน้าอย่างเอาเรื่อง “ไม่ได้ว่าใครสักหน่อย ฉันก็พูดไปเรื่อยกับลิลลี่” “น้ำไปที่โต๊ะแปด ลิลลี่ไปโต๊ะห้า” เสียงของพนักงานรับออเดอร์เดินมาบอกทั้งสองสาวทำให้ไม่เกิดเรื่องกันอีก “พรุ่งนี้ก่อนเข้าทำงานไปเจอพี่ที่ห้องปกครองนะพาย” มัณฑนาบอกกับพิชญ์อรแล้วก็เดินไปนั่งทำงานต่อ “ฉันบอกแกแล้วว่าอย่ามีเรื่อง คราวนี้ได้โดนไล่ออกแน่” ดารินพูดกับเพื่อนเพราะเป็นห่วงแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเธอจะไม่พอใจที่เพื่อนของเธอไม่สนับสนุนเธอ “เรื่องของฉันถ้าแกช่วยอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดอะไรน่าจะดีกว่านะ” พิชญ์อรพูดจบก็ไปนั่งที่เก้าอี้ของเธอที่เป็นตัวใหม่ไม่ใช่ตัวเดิมที่เธอนั่งในทุก ๆ วัน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าพอมิรินทร์เข้ามาก็ทำให้ชีวิตของเธอแย่ไปซะทุกเรื่อง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD