ขอเป็นคนแบกรับความทุกข์

1150 Words
“ถ้าคุณพ่อไม่อยู่ ขิมจะอยู่กับใครล่ะคะ” สายขิมเองก็ร้องออกมาเหมือนกัน “คิดถึงอิฐนะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ถ้าอิฐยังอยู่เขาคงเป็นคนที่ดูแลขิมได้ เพราะพ่อเองที่ทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้” “คุณพ่อไม่ผิดเลยค่ะ ทุกอย่างขิมเป็นคนเลือกเอง” สายขิมที่เก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่จึงลุกขึ้นโอบกอดรอบเอวผู้เป็นพ่อเหมือนตอนที่เธอเป็นเด็ก “ร้องไห้เป็นเด็กเลยลูก พ่อรู้ว่าขิมเป็นคนเก่ง พ่อเชื่อว่าขิมจะทำทุกอย่างแทนพ่อได้นะ” มืออบอุ่นลูบลงบนแผ่นหลังของลูกสาว เห็นใจที่ลูกสาวต้องทำงานหนักหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อมารักษาเขา นับเป็นรอบหลายปีที่พิพัฒน์พูดคุยมากกว่าปกติสายขิมจึงอยู่พูดคุยกับพิพัฒน์ต่ออีกสักพัก ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะหลับไป มือบอบบางจับชายผ้าห่มขึ้นในระดับอกให้ผู้เป็นพ่อ มุมห้องมีโยเฝ้ามองการกระทำของสายขิม ด้วยความรู้สึกเห็นใจหญิงสาว “ฝากคุณพ่อด้วยนะคะพี่โย” “จ๊ะ น้องขิมเดินทางปลอดภัยนะคะ” โยโบกมือลาสายขิมที่เดินออกจากห้องไป หญิงสาวเข้าไปตรวจสอบของที่หลังรถ ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำมันสมุนไพรของเธอในแพคเกจขนาดต่างๆ และป้ายตกแต่ง ของทุกอย่างอยู่ในสภาพเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงออกเดินทาง สายตาอดที่จะมองไปยังรั่วไม้ของสวนผลไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันไม่ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ “ป่านนี้พี่อิฐจะเป็นยังไงบ้างนะ ขิมขอให้พี่อิฐมีความสุขทุกวัน ตอนนี้พี่อิฐต้องมีความสุขอยู่สักที่แน่ๆ ใช่ไหมคะ” เป็นสิ่งเดียวเธออยากจะขอ ขอให้เขามีชีวิตที่ดี และหากเป็นไปได้เธออยากขอให้เธอได้มีโอกาสชดใช้ความผิดตนเองบ้าง นับตั้งแต่การเจอกันในคืนนั้นเธอไม่ได้ข่าวของเขาอีกเลย แม้แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถตามหาเด็กหนุ่มได้ราวกับว่าเขาได้อันตรธานหายไปกลายเป็นบุคคลสูญหาย บ้างก็ว่าเขาได้ฆ่าตัวตายหรือถูกสั่งเก็บหนีความผิดไปแล้ว แต่เธอเชื่อเสมอว่าอิฐยังคงมีชีวิต และเขาต้องกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่สักที่บนโลกใบนี้ “ขอให้คนที่แบกรับความทุกข์ ความเสียใจเป็นขิมแทนพี่อิฐ ไม่ว่าอุปสรรค หรือสิ่งเลวร้ายใดที่พี่อิฐต้องเจอขิมขอรับมันไว้เอง เพราะชีวิตของขิมไม่สมควรที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขค่ะ” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงหญิงสาวจึงกะพริบตาถี่เพื่อไล่หยาดน้ำนั้น ราวกับว่าสิ่งที่เธออธิษฐานเป็นจริงเพราะในช่วงที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีความสุขเลย ไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งเธอตัดสินใจทำอะไรลงไป เธอทำร้ายพี่ชายที่แสนดี คนที่คอยเป็นพี่พึ่งและปลอบใจวันที่เธอร้องไห้ เป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นว่าร่างกายของเธอถูกทำร้ายจากพี่สาวจนมีรอยช้ำอยู่ทั่วเรือนร่าง และก็เป็นเขาอีกเช่นกันที่สละเงินที่ได้จากการทำงานซื้อยาดีๆ ให้เธอ “ขิมมันเลวที่ทำร้ายคนดีๆ อย่างพี่อิฐ” ปากเล็กของสายขิมเม้มกันแน่นแหงนใบหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกะพริบตาถี่เพราะไม่อยากให้น้ำตาที่เตรียมจะทะลักไหลลงมา มือข้างหนึ่งที่กำลังจับพวงมาลัยยกขึ้นปาดน้ำตา ก่อนที่ฝ่าเท้าของเธอจะถอนคันเร่งเมื่อมองเห็นบางอย่างด้านหน้า บ้านหลังนั้นที่ปิดตายมากว่าสิบปีและถูกปรับสถานที่ไปหลายรอบในวันนี้กลับมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ บานหน้าต่างที่ปิดเอาไว้กลับถูกเปิดราวกับมีคนอาศัยอยู่ในนั้น หรือว่าเจ้าของบ้านที่เธอได้ข่าวว่าเขาหนีไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเป็นสิบปีจะกลับมาแล้ว “ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย ไปแล้วก็ไปลับเถอะ” สายขิมนึกไปถึงใบหน้าของเด็กผู้ชายอีกคน คนที่เธออยากให้เขาหายไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่เด็กแบบเธออ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้ได้ ตอนนั้นเธอเป็นพยานเพียงคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ แม้หลักฐานจะชี้ไปที่อิฐมากกว่า นั่นเป็นเพราะวันนั้นเขาอยู่ที่นั่นจริง ระยะทางกว่าแปดร้อยกิโลเมตรกับการเดินทางคนเดียว สายขิมออกเดินทางจากบ้านในเวลาเกือบสิบโมง กว่าจะไปถึงที่นู่นคงเที่ยงคืนนู่นแหละ สายขิมขับรถอย่างไม่เร่งรีบมาก เหนื่อยก็จอดพักระหว่างทาง คิดไว้ว่าหากรู้สึกไม่ไหวคงจอดนอนโรงแรมสักที่ก่อน ระหว่างทางหากผ่านจุดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสายขิมจะหยุดพักแล้วนำน้ำมันของแบรนด์เธอถ่ายคู่กับสถานที่แล้วเช็คอินสถานที่นั้น นั่นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยโปรโมตสินค้าไปในตัว สายขิมเริ่มจากการออกงานเล็กๆ ในจังหวัด จนกระทั่งเกิดการบอกต่อและเริ่มกลายเป็นที่รู้จักจึงเริ่มออกงานในต่างจังหวัด และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอนำสินค้าไปแสดงในงานโอท็อปที่ภาคเหนือ เพราะได้ข่าวว่าจะมีการประเมินร้านค้าเข้าร่วมในแอปพลิเคชันชื่อดังที่เปิดตัวเมื่อสามปีที่แล้ว ซึ่งได้นำสินค้าท้องถิ่นจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกวางขาย สายขิมจึงอยากลองส่งแบรนด์เล็กๆ ของตนเองเข้าร่วม เกือบตีหนึ่งซึ่งเป็นเวลาที่เธอคิดไว้เล็กน้อยสายขิมได้เดินทางมาถึงเชียงใหม่ อีกราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้นที่เธอจะเดินทางถึงที่พักซึ่งเป็นโรงแรมห้าดาวกลางเมืองเชียงใหม่และยังเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ด้วย “ใกล้ถึงแล้วยัยขิม อีกนิดเดียวเธอจะได้นอนแล้ว” เอ่ยให้กำลังใจตนเองที่วันนี้ขับรถเหนื่อยมาทั้งวัน สายขิมจอดรถอยู่ที่แยกไฟแดงแห่งหนึ่งขณะที่มือเล็กยกขึ้นเคาะพวงมาลัย วาดฝันถึงงานที่กำลังจะจัดขึ้น เธออยากให้ครั้งนี้เป็นโอกาสดีๆ ที่คนจะได้รู้จักแบรนด์ของเธอ อยากกระจายสินค้าทำให้คนทั่วโลกได้เห็นถึงประสิทธิภาพของสมุนไพรไทย กระทั่งเมื่อสัญญาณเริ่มเปลี่ยนสีสายขิมจึงออกรถไป โดยไม่คาดคิดว่าอีกด้านหนึ่งมีรถมอเตอร์ไซด์คันโตกำลังขับมาด้วยความเร็วพอประมาณ เอี๊ยดดดด โครมมมม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD