บทนำ1
ณ บ้านไม้สักทองสองชั้นหลังหนึ่งท่ามกลางสวนมะม่วงหลายร้อยไร่ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในอาณาเขตของไร่พิพัฒน์ซึ่งทำการเกษตรส่งออกมะม่วงขนาดใหญ่ของจังหวัด มีทั้งการแปรรูป จำหน่ายพันธุ์ไม้และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีผู้คนเข้ามาศึกษาจากทั่วสารทิศ
ใครๆต่างก็รู้ว่าคุณพิพัฒน์ พ่อหม้ายในวัยสี่สิบสองมีลูกสาวคนสวยอยู่สองคน นั่นคือ พิพิม ในวัยสิบแปดดี สาวสะพรั่ง ลูกสาวคนโตซึ่งเกิดกับภรรยาผู้เป็นที่รักและได้จากไปตั้งแต่ลูกสาวอายุได้ราวสองขวบ นั่นทำให้ผู้เป็นพ่อเฝ้าฟูมฟักและดูแลลูกสาวมาเป็นอย่างดี ทั้งดูและเอาใจใส่และตามใจลูกสาวที่รัก
ส่วนอีกคน คือสายขิมผู้เป็นน้องสาวในวัยแปดปี ตามชื่อในกระดาษที่ได้ถูกแนบไว้กับตัวเด็กน้อย เธอถูกนำมาทิ้งไว้ที่ท้ายไร่ตั้งแต่แบเบาะนั่นทำให้คุณพิพัฒน์นึกสงสารจึงได้รับเลี้ยงเธอในฐานะน้องสาวของพิพิมหวังให้ทั้งสองได้เป็นเพื่อนรักและคอยช่วยเหลือดูแลกัน
ในขณะนั้นพิพิมกำลังเป็นสาวสวยในวัยมัธยมศึกษาปีที่หก หญิงสาวมีใบหน้าเรียบเก๋ตามผู้เป็นแม่ที่ได้ล่วงลับ ขณะที่ดวงตาฉายแววดื้อรั้นเมื่อยามที่ไม่ถูกใจเนื่องจากถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก แม้กระทั่งสายขิมที่เธอเรียกว่าน้องสาวหากทำให้เธอไม่พอใจพิพิมก็พร้อมจะเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที
“ยัยขิมได้มาหรือยัง” ริมฝีปากที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนขับให้ใบหน้าเนียนใสดูโดดเด่นเผยอขึ้นเมื่อยามที่เธอเปล่งเสียงออกไปทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหยิบยื่นบางสิ่งให้ถึงกับสะดุ้ง
“พี่พิมอย่าออกไปได้ไหมคะ คุณพ่อเป็นห่วงพี่พิมนะ”สายขิมส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้เป็นพี่สาว พยายามถ่วงเวลาหากว่าจะช่วยให้พิพิมเปลี่ยนใจ
“ส่งมาดีๆขิม”น้ำเสียงดุเอ่ยเตือนน้องสาวก่อนที่เธอจะไม่พอใจและต้องใช้กำลัง เพราะสุดท้ายอย่างไรสายขิมก็ไม่มีทางห้ามปรามเธอได้
“พี่พิมขา คุณพ่อจะดุนะ”น้องสาวยังคงพยายามจะเกลี้ยกล่อมพี่สาว ยื้อเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่พี่สาวต้องการไว้ด้านหลัง เนื่องด้วยนี่ไม่ใช่ครั้งแตกที่พิพิมหนีเที่ยวในตอนกลางคืนระหว่างที่คุณพิพัฒน์ติดงานอยู่นอกไร่ ทำให้พิพิมที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นและกำลังอยากรู้อยากลองสิ่งใหม่ได้กระทำในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อห้าม ด้วยการหนีไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มในเวลาที่ไม่ควร
ไม่ใช่พิพัฒน์ไม่รู้ว่าลูกสาวของตนมีนิสัยอย่างไร ด้วยเลี้ยงเด็กน้อยมาเองทำให้รู้ดีว่าพิพิมดื้อรั้นและเอาแต่ใจมาก แตกต่างจากสายขิมที่รับรู้มาตลอดว่าตนเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ที่เรียบร้อยและว่านอนสอนง่ายแตกต่างกันลิบลับ แม้จะรับรู้ว่าตนเองไม่มีสายเลือดเกี่ยวพันธ์กับพิพิมแต่เด็กน้อยกลับรักและตามใจผู้เป็นพี่สาวจนยอมทำตามหลายอย่างแม้จะไม่ได้เต็มใจ
“เอามาเดี๋ยวนี้นะขิม” เสียงของพี่สาวที่เริ่มแสดงถึงความไม่พอใจ ก่อนคว้าแขนเรียวออกไปด้านหลังของสายขิมแล้วแย่งชุดตัวจิ๋วมาถือไว้เอง
ด้วยขนาดตัวที่แตกต่างกันทำให้สายขิมไม่สามารถยื้อชุดไว้ได้ สุดท้ายพิพิมก็ได้สิ่งที่ต้องการก่อนที่ริมฝีปากสวยจะฉีกยิ้มด้วยความพึงพอใจแล้วเดินหายกลับเข้าไปในห้องนอนตนเอง โดยไม่ลืมทิ้งท้ายบอกน้องสาว
“คืนนี้พี่ไม่กลับบ้านนะขิม พอพี่ออกไปแล้วอย่าลืมเข้าไปนอนในห้องพี่ล่ะ” ด้วยความที่คนในบ้านเข้มงวดกับพิพิมเพราะเคยหนีเที่ยวมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ในครั้งนี้ที่ผู้เป็นพ่อไม่อยู่บ้านหนึ่งคืนทำให้เธอคิดแผนใหม่ได้ โดยการให้น้องสาวเข้าไปนอนในห้องตนเองเพื่อตบตาทุกคน
กระทั่งเกือบสามทุ่มที่พิพิมได้ออกจากบ้านไป ในตอนนั้นสายขิมจึงเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าของพี่สาวก่อนจะล้มตัวลงนอนบนที่นอนขนาดใหญ่พร้อมกับปิดไฟจนภายในห้องมืดสนิท
ผ่านไปราวชั่วโมง เสียงกุกกักที่ดังมาจากหน้าบ้านก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้ามุ่งตรงมายังห้องที่สายขิมกำลังนอน
“คุณพิมหลับหรือยังคะ” เสียงของป้าอ้อยซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับพิพิมและสายขิมดังขึ้น ก่อนจะบิดประตูห้องนอนเข้าไปด้วยความเคยชินและพบว่าร่างเล็กกำลังนอนหลับสบายจึงเผลอยิ้มออกมา ด้วยความเข้าใจว่าพิพิมเข้าใจที่เธอพร่ำสอนด้วยความเป็นห่วงแล้ว
ป้าอ้อยที่เห็นดังนั้นจึงปิดปานประตูลงตามเดิม ก่อนจะเดินหายออกไปจากบ้านไม้สัก ด้วยปกติแล้วป้าอ้อยจะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพิพิมและสายขิมในวันที่คุณพิพัฒน์ติดธุระ แต่ด้วยวันนี้ลูกสาวของเธอซึ่งไปทำงานอยู่ต่างประเทศ นานๆจะได้กลับมาเยี่ยมคนแก่ทีทำให้อยากใช้เวลากับลูกสาวและปล่อยให้เด็กๆนอนอยู่ที่บ้านแล้วแวะมาดูเป็นระยะแทน
ซึ่งเธอห่วงก็แต่พิพิม พี่สาวคนโตซึ่งมีนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจ และเด็กสาวเคยหนีไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วครั้งหนึ่งทำให้ป้าอ้อยจำต้องเข้าเข้ามาดูพิพิมเป็นพิเศษ ส่วนสายขิม รายนั้นค่อนข้างเป็นเด็กดีและเรียบร้อย บอกสอนอะไรก็เข้าใจและมีความเป็นผู้ใหญ่
เสียงรถเครื่องของป้าอ้อยที่แล่นออกไปทำให้ร่างเล็กที่ซุกใต้ผ้าห่มผืนหนาโผล่ใบหน้าออกมาก่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่เธอใช้เงินเก็บทั้งปีซื้อมาด้วยตนเองกดดูเวลา ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มได้แล้ว
เด็กน้อยในวัยแปดขวบเป็นห่วงพี่สาวเพราะผู้เป็นพ่อพูดเสมอว่าการออกไปนอกบ้านตอนกลางคืนน่ากลัว จนกระทั่งไม่สามารถอดทนได้ เด็กน้อยที่ตอนนี้อยู่ในบ้านไม้สักเพียงลำพังจึงตัดสินใจจัดหมอนข้างวางซุกใต้ผ้าห่มคล้ายกับการจัดฉากว่ามีร่างของพี่สาวหลับอยู่ แล้วกลับไปยังห้องของตนเองซึ่งเป็นห้องขนาดเล็กกว่าตั้งอยู่ที่มุมบ้านชั้นล่างแล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทะมัดทะแมง ไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กคาดไหล่ด้วย
เด็กน้อยหยิบจักรยานคู่ใจที่จอดพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ขาเล็กๆของเธอออกแรงถีบให้ล้อหมุนไปตามถนนที่กำลังดำมืดมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลงมา ผ่านต้นมะม่วงที่เรียงรายสองข้างทาง
“น้องขิมจะไปหาพี่พิม” เด็กน้อยนึกถึงจุดหมายแล้วออกแรงถีบให้แรงขึ้นจนกระทั่งเริ่มมองเห็นแสงไฟจากถนนลาดยางซึ่งขนานไปกับแนวรั้วของไร่ ที่ตรงนั้นสายขิมรู้ดีว่าจะมีพี่เข้มซึ่งทำหน้าที่เฝ้ารักษาอยู่ตรงหน้าประตู เด็กน้อยจึงเลี้ยวรถจักรยานของตนออกไปอีกทางแล้วขับหายออกไปจากไร่
ราวสามกิโลแล้วที่สายขิมในวัยเพียงแปดขวบปั่นจักรยานออกมาตามลำพังไปตามถนนที่เงียบสนิท ด้วยรู้ดีว่าในวันนี้พี่สาวของตนนั้นจะเดินทางไปที่ไหน อีกนิดเดียวเท่านั้นที่สายขิมจะได้เจอพี่สาว
กระทั่งเสียงเพลงที่ดังแว่วมา พร้อมกับแสงไฟที่สว่างออกมาจากบ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในรั้วของสวนมะมวงที่อยู่ห่างกันไม่ไกล สายขิมจึงปั่นจักรยานตรงเข้าไปทันที
สวนแห่งนี้เป็นของคุณลุงภาค ซึ่งสายขิมได้พบบ่อยๆ เพราะลูกชายของลุงภาคคือพี่ภูภูมิเป็นเพื่อนสนิทของพิพิม หรือที่พิพิมมักบอกเธอบ่อยๆว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน
เด็กน้อยเดินย่องเข้าไปในตัวบ้านด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้พิพิมรู้ว่าเธอแอบตามมาถึงที่นี่ เพราะนอกจากจะโดนดุแล้ว เธออาจะโดนพี่พิพิมตีจนตัวช้ำเหมือนครั้งก่อน เด็กสาวมองหาที่ซ่อนตนเอง ก่อนจะเดินหายไปยังผ้าม่านผืนหนาแล้วยืนนิ่งอยู่หลังผ้าผืนนั้นในห้องมืด ด้วยรู้ว่าพี่สาวต้องอยู่ในห้องที่กำลังเปิดเพลงเสียงดังแน่ๆ จึงอยากแอบรอในห้องนี้เพื่อไม่ให้ทุกคนรู้ตัว อย่างน้อยตอนที่พี่พิพิมกลับบ้านจะได้กลับพร้อมกัน เด็กสาวคิดเท่านั้นแล้วซ่อนตัวตัว พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเปิดดูเวลาเป็นระยะ เพื่อตรวจสอบว่าป้าอ้อยยังไม่รู้ว่าพวกเธอหนีออกมาข้างนอก ไม่ได้หลับอยู่ในห้องอย่างที่ป้าอ้อยเข้าใจ
กระทั่งเสียงเพลงที่ดังอยู่ดีๆกลับถูกปิดลง พร้อมกับบานประตูในห้องด้วยความรีบร้อน ใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่านค่อยๆยื่นออกมามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ ก่อนที่ดวงตาเล็กจะเบิกกว้างด้วยความตกใจพร้อมกับสองขาเรียวเล็กสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เมื่อได้มองเห็นภาพของชายตัวสูงที่กำลังลากร่างของหญิงสาวที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดเข้ามาภายในห้องด้วยความรีบร้อน