บทนำ2

1716 Words
มือเล็กของสายขิมยกขึ้นปิดริมฝีปากของตนเองแน่นเพราะกลัวว่าจะเปล่งเสียงออกมาให้ชายตัวสูงรู้ตัวเข้า กระทั่งแสงของดวงจันทร์ได้ส่องกระทบบานกระจกเข้ามาเมื่อพวกเขาเดินผ่านหน้าเธอไปเพียงช่วงแขน สายขิมจึงได้มองเห็นหญิงสาวที่กำลังนอนสลบไปพร้อมกับของเหลวสีแดงสด เด็กน้อยตกใจด้วยไม่คาดคิดว่าจะเจอเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้จนเผลอก้าวเท้าถอยหลัง ในตอนนั้นเองที่สายขิมยืนนิ่งมองใบหน้าของชายร่างสูงตรงหน้าอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่พี่ภูมิผู้เป็นแฟนของพี่สาวเธอ เหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวถูกรับรู้โดยสายขิมในวัยแปดขวบที่ยืนตัวสั่นผ่านผ้าม่านผืนหนา กระทั่งเมื่อทุกอย่างสงบลงและเธออยู่ในห้องมืดนี้เพียงลำพัง คนตัวเล็กจึงรีบเดินออกจากผ้าม่านเข้าไปประคองร่างของพี่สาวที่กำลังหายใจรวยริน เด็กน้อยพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แล้วร้องไห้สะอื้น ก่อนจะตั้งสติได้แล้วกดโทรหาป้าอ้อยเป็นคนแรก เหตุการณ์ในวันนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อลูกสาวของไร่มะม่วงที่มีชื่อเสียงเสียชีวิตในบ้านหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ในไร่มะม่วงที่อยู่ไม่ห่างกัน เหตุการณ์สะเทือนขวัญถูกพูดถึงไปต่างๆนาๆแม้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ด้วยพยานเพียงหนึ่งเดียวของเหตุการณ์อยู่ในสภาวะช็อคและไม่ยอมพูดคุยกับใคร ทำให้ยังไม่สามารถสรุปคดีนี้ได้ เด็กน้อยเงียบซึมไปจนต้องอาศัยจิตแพทย์ของเด็กเข้าช่วย กว่าที่สายขิมจะยอมกลับมาพูดอีกครั้งก็ใช้เวลาเกือบสัปดาห์ ไม่เพียงแต่สายขิมเท่านั้นที่เศร้ากับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของพี่สาว แต่ผู้เป็นพ่ออย่างพิพัฒน์กำลังตรอมใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนล้มป่วยลงกระทันหัน มีเพียงป้าอ้อยที่มีสติมากที่สุดคอยอยู่เคียงข้างสายขิม กระทั่งเมื่อเด็กน้อยเริ่มมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น จึงได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยกับเด็กน้อยเพื่อสอบปากคำจากพยานสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในวัยแปดขวบ การสอบปากคำกับเด็กน้อยกลายเป็นเรื่องยาก เมื่อเธอเอาแต่พูดวกวนจับใจความไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่หนักใจ ด้วยความที่คดีนี้ค่อนข้างโด่งดังและกลายเป็นความสนใจกับคนทั้งประเทศที่ต้องการสืบหาฆาตกรที่แท้จริง โดยมุ่งเป้าไปที่ภูภูมิลูกชายเจ้าของสวนมะม่วงในที่เกิดเหตุและยังเป็นเจ้าของบ้านหลังเล็กแห่งนี้อีกด้วย โดยภูภูมิในวัยเดียวกับแฟนสาวพิพิมได้แยกตัวออกมาอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังนี้ ซึ่งตั้งอยู่มุมหนึ่งของไร่ที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะหาพยานเพิ่มเติมด้วยพื้นที่ในบริเวณนี้ไม่อนุญาตให้พนักงานในผ่านเข้าออก ด้วยความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และไม่มีกล้องวงจรปิดในบ้านเลยสักตัว อีกทั้งพิพิมยังได้เข้ามาที่ไร่แห่งนี้ผ่านเส้นทางที่มีเพียงกลุ่มเพื่อนกันและพนักงานในไร่เท่านั้นที่จะรู้ การสืบหาความจริงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือของคนในพื้นที่ หลายฝ่ายต่างออกมากดดันเพราะคดีถือเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กเยาวชนที่ได้รับความสนใจ แน่นอนว่าผู้ต้องสงสัยแรกที่ถูกเพ่งเล็กคือแฟนหนุ่มของพิพิมในวัยสิบแปดปีซึ่งเป็นเยาวชนเช่นเดียวกันและเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ แต่ทว่าทุกอย่างยังคงเงียบไม่มีการปล่อยข่าวออกมาเนื่องจากป้องกันการเสียรูปคดี และอีกนัยคือผู้ต้องสงสัยอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ทางด้านสายขิมเองได้ถูกพาตัวกลับไปพักที่ไร่พิพัฒน์ ในขณะที่เจ้าของไร่อย่างพิพัฒน์ถึงกับเสียศูนย์ไปด้วยความสะเทือนใจอย่างหนัก “คุณพ่อขา”สายขิมเรียกผู้ที่เธอเคารพ ก่อนเข้าไปโอบกอดคุณพิพัฒน์ที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง มือน้อยโอบรู้อบตัวผู้เป็นพ่อทั้งให้กำลังใจกันและปลอบใจกันกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พิพัฒน์ที่นั่งนิ่งมานานโอบมือรอบตัวลูกสาวก่อนจะปลดปล่อยความเสียใจผ่านม่านน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่ อดโทษตนเองไม่ได้ที่ดูแลลูกสาวไม่ดี ปล่อยให้พิพิมต้องเจอกับเหตุการณ์ร้าย เขาทำธุรกิจควบคุมลูกน้อยในไร่หลายร้อยคนได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ลูกสาวที่เกิดจากภรรยาอันเป็นที่รัก เขากลับไม่สามารถดูแลได้ “ใครทำพี่พิม ขิมบอกพ่อได้ไหมลูก”น้ำเสียงเหนื่อยล้าของพิพัฒน์เอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเงียบมาหลายวัน สายขิมชะงักไปกับคำถามที่หลายคนพยายามจะหว่านล้อมเธอให้เอ่ยถึงเหตุการณ์ เด็กน้อยสะอื้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ร่างกายเล็กๆที่กำลังสั่นระริกขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นพ่อ ก่อนที่จะเริ่มเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้พิพัฒน์รับรู้เพียงลำพัง “ไม่ต้องกลัวนะขิม พ่อจะจัดการเรื่องนี้เองลูก” ดวงตาของผู้เป็นพ่อวาวโรจน์ขึ้นแบบที่สายขิมไม่เคยเห็น หลังได้รับรู้ฆาตกรตัวจริง พร้อมกับแผนการมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว แม้จะผ่านไปหลายวันแต่สายขิมยังคงนิ่งเงียบเมื่อยามที่เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลจากเธอ มีเพียงพิพัฒน์เท่านั้นที่เด็กน้อยไว้ใจ แต่ทว่าหลังจากที่เธอได้บอกตัวฆาตกรแก่ผู้เป็นพ่อเขากลับหายตัวออกไปจากบ้าน ทิ้งเธอไว้ในบ้านไม้สักหลังใหญ่ให้ป้าอ้อยดูแลแทน ในช่วงนี้ยังไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ทำให้งานในไร่ยังคงดำเนินไปได้ผ่านผู้จัดการของไร่ที่ช่วยเป็นธุระแทนพิพัฒน์ที่หายไปหลายวัน กว่าที่ทุกคนจะได้ทราบข่าวอีกครั้งเมื่อมีคนสวนพบว่าพิพัฒน์นอนหมดสติอยู่ท้ายไร้ด้วยสภาพที่บาดเจ็บสาหัส พร้อมของเหลวสีแดงเปรอะเปื้อนร่างกาย หากมีคนไปพบช้ากว่านี้ไม่แน่ว่าพิพัฒน์จะได้ตามไปอยู่กับลูกสาวสุดที่รัก คราวนี้กระแสข่าวยิ่งกดดันให้เจ้าหน้าที่ตามหาตัวผู้ก่อเหตุอย่างหนัก ด้วยความหวาดกลัวของคนในพื้นที่ถึงกับปิดบ้านกันแน่นหนาและไม่กล้าออกจากบ้านในยามวิกาล กระทั่งการสืบคดีพบว่ามีผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีกหนึ่งรายเป็นชายวัยยี่สิบปีรูปร่างสูงใหญ่กว่าชายไทยทั่วไป พร้อมกับใบหน้าบ่งบอกความเป็นลูกเสี้ยว ซึ่งคือลูกจ้างในไร่ของภาค อิฐ กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ด้วยประวัติของเขาเกิดจากแม่ที่เป็นหญิงขายบริการ ว่ากันว่าแม้แต่พ่อของอิฐเองไม่น่าจะใช่คนไทย ด้วยรูปร่างและสรีระร่างกาย เขาถูกเลี้ยงดูโดยแม่ที่ไม่ต้องการให้เขาเกิดมา แต่กระนั้นอิฐก็ได้โตขึ้นมาดูแลผู้เป็นแม่จนกระทั่งแม่จากไปในช่วงที่อิฐอายุได้ราวสิบสามปี ภาคที่เป็นคนในพื้นที่จึงได้รับอิฐเข้าทำงานในไร่แห่งนี้นับตั้งแต่วันนั้น ในวันเกิดเหตุมีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งบอกว่า อิฐ คืออีกคนที่อยู่ในพื้นที่ผ่าน DNA ที่สืบค้นจากคราบเลือด ซึ่งนอกจากอิฐแล้วยังมีผู้ต้องสงสัยเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งรายคือ นาว นาวเป็นเด็กหญิงในหมู่บ้านที่อายุเพียงสิบห้าปี ซึ่งเธอจะเข้ามาทำความสะอาดตามบ้านเรือนห้องครัวของบ้านหลายๆหลังในไร่ และในวันนั้นเธอเองเป็นหนึ่งในพยานที่ค้นพบในบ้านเกิดเหตุ ด้วยความที่ผู้ต้องสงสัยเป็นเยาวชนถึงสองคนทำให้ข้อมูลหลายอย่างไม่ถูกเปิดเผยสู่สารธารณะ มีเพียงอิฐ ลูกจ้างในไร่เท่านั้นที่ข้อมูลและใบหน้าของเขาถูกเปิดเผยพร้อมความเกลียดชังและการประติดประต่อเรื่องราวของคนในโลกอินเตอร์เน็ตที่ด่าทอเขาอย่างถึงพริกถึงขิง “น้องขิมพร้อมนะคะ” เสียงของเจ้าหน้าที่สาวดังขึ้นเมื่อพาเด็กน้อยที่ยังคงมีแววตาหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อทั้งหมดเดินเข้าไปยังห้องด้านในที่มีรูปผู้ต้องสงสัยอยู่ด้านหลัง ในวันหนึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความคุ้นเคยกับเด็กน้อย เป็นครั้งแรกที่สายขิมยอมเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันนี้เด็กน้อยจะต้องทำการชี้ตัวผู้ก่อเหตุ “ค่ะ”เด็กน้อยเอ่ยตอบพี่เจ้าหน้าที่คนสวยด้วยน้ำเสียงที่พยายามเข้มแข็ง ทุกคนที่ได้พบต่างสงสารสายขิมจับหัวใจ เด็กตัวน้อยที่ดูเข้าใจและโตเกิดวัย เธอจะบาดเจ็บจากเหตุการณ์ร้ายๆนี้ขนาดไหนกันนะ เมื่อต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่พี่สาวถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม และหลังจากนั้นไม่นานผู้เป็นพ่อกลับถูกทำร้ายสาหัสกลายเป็นเจ้าชายนิทรา “ไม่ต้องกลัวนะคะน้องขิม หนูไม่ต้องพูดอะไร ทำตามที่พี่บอกจำได้ไหมคะ แล้วพี่จะลงโทษคนที่ทำกับพี่สาวของหนูนะ” พี่เจ้าหน้าพี่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่สายขิม ก่อนพาเธอเดินไปตรงหน้ารูปผู้ต้องสงสัยทั่งสาม ร่างเล็กสั่นเทาจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ ปล่อยให้เด็กน้อยยืนนิ่ง ขณะที่ทุกคนรอคำยืนยันจากพยานสำคัญของคดีนี้ ผ่านไปราวห้านาที มือเล็กทั้งสองข้าที่กำลังกุมแน่นจึงคลายออก ก่อนที่นิ้วเล็กๆจะเริ่มชี้ตัวผู้ก่อเหตุ อิฐ ชายอายุยี่สิบปี รูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งตรงกับข้อสันนิฐานของชาวเน็ตและหลักฐานหลายๆอย่างที่ชี้ตรงไปยังอิฐ ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แตกต่างจากภูภูมิที่ตัวเล็กกว่าค่อนข้างมากและนาวที่เป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กผอมบางผ่านการวิเคราะห์แรงที่กระทำบนตัวเหยื่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD