My Doctor รักข้ามรุ่น!
Writer : Aile'n
ตอนที่ 6
"พี่เค้ายังไม่มาอีกหรอแม่" เด็กตัวสูงเดินเรียบๆ เคียงๆ เข้ามาหาแม่ในครัวก่อนเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าเบื่อๆ เพราะรอใครบางคนมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นมาสักที
"อืม ยังไม่เห็นเลย อาจจะรถติดล่ะมั้ง" คนเป็นแม่เงยหน้าจากจานผลไม้ขึ้นมองชั่วเสี้ยววินาทีก็ก้มลงอย่างเดิม เพราะมือยังไม่หยุดสไลด์มีดคมๆ ลงไปกับเปลือกแอปเปิ้ล คนฟังถอนหายใจก่อนพยักหน้ารับเอื่อยๆ แล้วเดินกลับไปรอในห้องหนังสืออีกครั้ง นั่งมองเจ้าชาเขียวกัดของเล่นอยู่บนโต๊ะ ไม่นานก็เบื่อเลยล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมแทน
เหมี้ยว~
"เชี่ย! ? " เสียงต่ำอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อนิ้วยาวๆ ที่กำลังกระหน่ำลงบนหน้าจอโทรศัพท์ถูกฟันซี่เล็กอันคมกริบของแมวน้อยฝังลงไปโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะมัวแต่สนใจเกม ความตกใจนั้นทำให้ร่างสูงรีบสะบัดมือหนีอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้ามันที่เกาะอยู่บนมือเลยปล่อยเล็บออกมาครูดไปกับหลังมือจนเป็นแผลเลือดซิบ
"ซี้ดดด! แม่ง!! " ไรเฟิลสูดปากด้วยความเจ็บแสบ มือเรียวรีบยกขึ้นมองดูแผลด้วยท่าทางหัวเสีย แล้วยิ่งหันมาเห็นว่าป้อมในเกมถูกโจมตีจนแตกยับก็ยิ่งโมโหหนัก!
"ไอ้แมวเหี้ย! ? ป้อมกูแตกเลยเนี่ย! แม่ง อย่าอยู่เลยมึง!! " ใครคนนั้นด่ากราดออกมาพร้อมจ้องมองสัตว์เลี้ยงตัวขาวด้วยสายตาอาฆาต สิ้นคำก็ลุกเดินดุ่มๆ เข้าไปหามันที่พอถูกสะบัดจนร่วงลงพื้นก็หนีไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงมุมห้องด้วยหน้าตางงๆ แล้วง้างมือขึ้นสุดแขนเตรียมจะฟาด..
"ทำอะไรน่ะ! ? " นับว่าสวรรค์มีตาส่งนางฟ้ามาช่วยชีวิตลูกแมวตาดำๆ ที่กำลังชะตาขาดได้ทัน พอถามเสร็จร่างบางนั้นก็รีบพาตัวเองมาขวางเขาเอาไว้ทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
"ตีน้องทำไม? " รดาถามหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ท่าทางของไรเฟิลที่เห็นมันก็ชัดเจนในระดับหนึ่งแล้วว่าทั้งคู่ไม่ได้หยอกล้อกันเล่น
"ก็.. ก็มันข่วนผมเลือดเลยเนี่ย ป้อมก็แตกด้วย! " ร่างสูงอึกอัก แต่ด้วยความที่โกรธอยู่เลยบอกออกไปตรงๆ พร้อมกับจ้องมองสิ่งมีชีวิตก้อนขาวๆ ที่ร่างบางอุ้มอยู่ด้วยสายตาโกรธเคือง.. คนฟังส่ายหน้าให้กับเหตุผลเด็กน้อยนั้นก่อนเหลือบมองแผลบนหลังมือใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมอีกครั้ง
"ใจเย็นๆ น่ะเป็นมั้ย แค่แมวข่วนยังของขึ้นขนาดนี้ แล้วถ้ามีเรื่องกับคนด้วยกันไม่ฆ่ากันตายเลยหรอ" สาวรุ่นพี่ถือโอกาสเตือนสติ ถ้าคนทั่วไปเจอแบบนี้บ้างก็คงโกรธแต่ไม่นานหรอกเพราะอีกฝ่ายก็เป็นแค่ลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่เด็กคนนี้กลับโกรธจริงจังถึงขนาดจะลงไม้ลงมือกับสัตว์ตัวน้อยได้ลงคอ ทั้งที่เมื่อวานก็ดูออกจะรักใคร่กันดีแท้ๆ
"......." ไรเฟิลไม่เถียงกลับแต่ทำหน้าบึ้ง รู้สึกไม่แฟร์เลยที่โดนดุอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน ก็ใช่สิ! รดาชอบแมวหนิก็เลยเข้าข้างมัน ยิ่งคิดก็ยิ่งหมั่นไส้!
"เฮ้อ.. ไปๆ นั่ง เดี๋ยวทำแผลให้" รดาถอนหายใจหนักๆ ออกมาก่อนไล่ให้ร่างสูงไปนั่งเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันอีกครั้งระหว่างคนกับแมว ใครคนนั้นก็ยอมว่าง่ายเดินไปนั่งแต่หน้าตายังไม่คลายความบึ้งตึง คนมองส่ายหน้าเบาๆ ก่อนอุ้มแมวออกไปให้เจ้าของบ้านดูแลแทน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้ง ยืนมองเด็กตัวสูงที่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งอยู่บนเก้าอี้สักพักก็เดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"ก็แค่สัตว์ตัวเล็กๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร.." เสียงหวานเอ่ยลอยๆ ขึ้นมาขณะเปิดกระเป๋าสะพายใบใหญ่เอากล่องปฐมพยาบาลใบจิ๋วที่พกติดตัวไว้ตลอดขึ้นมาเปิด
"ไหนมาดูสิ" มือบางเอื้อมไปจับมือหนาและดึงมาดูใกล้ๆ แรกๆ ก็เหมือนร่างนั้นจะขืนไว้แต่กลัวว่าเล่นตัวมากๆ แล้วอีกฝ่ายจะไม่ง้อเลยยอมปล่อยเลยตามเลย รดาก็ทำแผลให้เด็กหนุ่มอย่างตั้งใจแม้จะเป็นแค่แผลแมวข่วนเล็กๆ พอไรเฟิลเห็นแบบนั้นอารมณ์ขุ่นมัวก็เริ่มเจือจางลงเพราะเริ่มเห็นผลดีจากเหตุการณ์เลวร้ายนั้นตามมาถึงสองต่อ ทั้งได้รับการดูแลอย่างดีจากร่างบางและก็ได้จับมือกันทางอ้อมอีก เริ่มอยากจะขอบคุณแมวขึ้นมาเสียแล้วสิ!
"เสร็จแล้ว.." ใบหน้าสวยเงยขึ้นมาบอก คนฟังก็พยักหน้ารับยิ้มๆ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น..
"มือ! " ตากลมเหลือบลงมองมือที่ถูกอีกฝ่ายจับอยู่พร้อมเอ่ยเสียงแข็ง เพราะใครคนนั้นฉวยโอกาสจับมือเธอแบบเนียนๆ
"อุ้ย แหะๆ นุ๊มนุ่ม~ จับเพลินเลย^^" คนเนียนสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมองตามสายตาของร่างบางไปจนพบหลักฐานคาตา ก่อนฉีกยิ้มแห้งๆ แก้เขินแล้วดึงมือตัวเองกลับมาอย่างอ้อยอิ่ง พอมือเป็นอิสระรดาก็เก็บกล่องพยาบาลลงกระเป๋าตามเดิม เปลี่ยนเป็นเอาหนังสือเรียนขึ้นมาแทน ทำใครบางคนเกิดอาการอิดออดด้วยความขี้เกียจเรียน
"โหยพี่.. ไม่ต้องรีบสอนได้มั้ยอ่ะ ผมยังอารมณ์ค้างจากเกมอยู่เลยอ่ะ ขอเล่นเกมก่อนได้มั้ย สิบนาที นะๆ นะครับ" ไรเฟิลโอดครวญ ไม่พอยังขอเล่นเกมด้วยความกล้าบ้าบิ่น ไม่เกรงกลัวต่อสายตาเรียบนิ่งของอีกฝ่ายที่มองมาเลยสักนิด
"นี่มันเวลาเรียน ไม่ใช่เวลาเล่น" เสียงเรียบเอ่ยออกมาหน้านิ่งๆ สายตาเอาเรื่องไม่ใช่น้อยถ้าคนฟังคิดจะขัดคำสั่ง ใครคนนั้นก็เลยต้องวางโทรศัพท์ลงหน้าจ๋อยๆ จังหวะนั้นโทรศัพท์ของร่างบางก็มีสายเรียกเข้าพอดี เธอเลยเลิกสนใจเขาและเปลี่ยนเป้าหมายไปที่โทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองแทน
"ว่าไงพอร์ช.. ได้สิ แต่ตอนนี้ดาไม่ได้อยู่ห้องอ่ะ สักประมาณทุ่มนึงได้มั้ย เดี๋ยวดาแวะเอาไปให้.." ตาคมจากคนฝั่งตรงข้ามเหล่มองสาวรุ่นพี่ที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงหวานหู ดีต่อใจคนฟังที่ไม่ใช่เขา! เพราะน้ำเสียงแบบนั้นรดาไม่เคยพูดกับเขา ปลายสายคือใครไม่รู้ แต่ทำไมจะต้องพูดเพราะและเสียงอ่อนเสียงหวานขนาดนั้นด้วย! สองมาตรฐานชะมัด!
"คุยกับใคร? " ทันทีที่ร่างบางวางสาย ไรเฟิลก็ถามออกไปเสียงขุ่นจนคนฟังมองกลับมาอย่างงงๆ
"เพื่อน" เหมือนถูกบังคับให้ตอบทั้งที่ยังมึนงงสงสัยในท่าทีของเด็กหนุ่มไม่หาย เมื่อกี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย ตอนนี้หน้างอคอหักขึ้นมาอีกแล้ว
"ทีกับผมไม่เห็นพูดดีแบบนั้นบ้างเลยอ่ะ" ร่างสูงประท้วงออกมาอย่างจริงจังและค่อนข้างเอาแต่ใจ ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่ามีสิทธิ์ทักท้วงอะไรแบบนี้กับอีกคนหรือเปล่า แต่ได้ยินเสียงหวานๆ นั้นพูดกับคนอื่นเพราะๆ แล้วมันอิจฉา! ก็ช่วยไม่ได้ที่จะอยากเรียกร้องบ้าง! =_=*
"พี่ด่าเราสักคำหรือยัง? " มือบางปิดหนังสือที่กำลังจะเปิดลงชั่วคราว ก่อนเงยหน้าขึ้นถามพร้อมมองสบตาคมด้วยสายตาเรียบนิ่งอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบเจอใครที่น่าพิศวงเข้าใจยากเท่าเด็กคนนี้มาก่อนเลยให้ตายสิ! =_=^
"ก็ไม่อ่ะ แต่พูดหน้านิ่งๆ เสียงก็แข็ง คำพูดก็ห้วน สองมาตรฐานเห็นๆ เลยอ่ะ" ใครคนนั้นนั่งกอดอกหน้าบึ้งและมองตัดพ้ออีกฝ่ายออกมาเหมือนเรื่องแมวในตอนก่อนหน้าไม่มีผิด.. เกิดความยุ่งเหยิงขึ้นในหัวสมองคนฟังทุกขณะ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกร้องอะไรและเธอต้องทำตัวแบบไหนในสถานการณ์แบบนี้ดี
"แล้วอีกอย่าง.. เมื่อไหร่พี่จะให้ผมจีบสักทีอ่ะ! รอนานแล้วเนี่ย เต๊าะทีไรก็ตัดเยื่อใยตลอดเลย" ไรเฟิลโยงเข้าอีกเรื่องเมื่อไม่ได้ยินรดาตอบอะไรกลับมา แต่ถ้าให้เทียบกันเรื่องนี้สำคัญกว่าเรื่องเมื่อกี้อีก ฉะนั้นเขาจึงไม่ถือสาถ้าจะปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
"...ไหนลองบอกข้อดีของตัวเองมาสักสามข้อสิ" นั่งฟังอยู่นานรดาก็พูดขึ้นบ้าง มีเหตุผลมากมายว่าทำไมเธอถึงไม่สนใจเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่ที่ยังหาไม่เจอคืออีกฝ่ายมีอะไรดีพอ ที่มั่นใจว่าจะทำให้เธอสนใจได้บ้าง เลยเปิดโอกาสให้เขาสปอยตัวเองให้ฟัง
"หล่อไงพี่ รวยด้วย ผมพร้อมเปย์พี่เต็มที่เลย อีกอย่างก็.. ผมลีลาเด็ดนะ แซ่บแสบทรวงอ่ะบอกเลย^^" ใครคนนั้นบอกออกมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจเต็มที่ ซึ่งคำตอบเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากที่ร่างบางคิดไว้แต่แรก.. ไม่มีอะไรน่าสนใจ ผู้ชายแบบนี้เจอได้ในผับอีกเป็นฝูง! =_="
"หึ.. แค่พรีเซ้นต์ตัวเองก็ไม่ผ่านแล้ว ตัดใจเหอะ" มุมปากสีอ่อนยกยิ้มเยาะบางๆ พลางมองคนฟังด้วยสายตาเอือมระอา สิ้นคำก็เลิกสนใจ เปิดหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าออกอีกครั้ง เตรียมเข้าสู่บทเรียนเพราะคุยกันแต่เรื่องไร้สาระมานานหลายนาทีแล้ว เสียเวลา!
"โห่ไรอ่ะ ไม่ลองจะรู้ได้ไงครับว่าดีจริงหรือเปล่า พี่ไม่ให้โอกาสผมอ่ะ! " ไรเฟิลประท้วงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรดาตัดโอกาสอีกแล้วทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
"ก็ไม่ชอบเด็ก.. โดยเฉพาะ.. เด็กแบบนี้" ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมอีกครั้ง ก่อนพูดเสียงเนิบเน้นย้ำทุกถ้อยคำชัดๆ พร้อมชี้นิ้ววนรอบกรอบหน้าหล่อช้าๆ ประกอบคำพูด ว่าเขาไม่ใช่สเป็คเธอ เธอไม่ได้ชอบคนแบบนี้แล้วทำไมจะต้องเสียเวลาให้โอกาสทั้งที่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน.. ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ
"เด็กแล้วไงอ่ะ อายุมันก็เป็นแค่ตัวเลขมั้ยพี่ ผมมีดีพอเหอะ พี่ก็ให้โอกาสผมหน่อยดิ ผมตั้งใจจะสอบเข้ามหา'ลัย S เพื่อพี่เลยนะเนี่ย ไม่เห็นใจผมหน่อยหรอ" เด็กตัวสูงยังคงเรียกร้องขอความเห็นใจอย่างไม่คิดยอมแพ้ คำเยินยอตัวเองนั้นทำคนฟังกรอกตามองเพดานอย่างอดไม่ได้ เพราะจากที่ได้สอนมาไม่กี่วันนี้ก็ไม่เห็นว่าเด็กหนุ่มจะตั้งใจเรียนตรงไหน เอาแต่อ้อนจะพักและขอเล่นแต่เกม เข้าห้องน้ำแต่ละทีเหมือนเข้าไปหลับ! จงใจจะถ่วงเวลาเรียนให้หมดไวๆ แต่เธอรู้ทันหรอกเลยสอนเกิน ทดแทนเวลาที่หายไปนั้นเสียเลย!
"นะพี่นะ น้าๆๆ " ไรเฟิลอ้อนสุดฤทธิ์ชนิดว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ร่างบางปฏิเสธแน่ ลูกตื้อนั้นสร้างความเบื่อหน่ายให้รดาอย่างไม่ต้องสงสัย
"เฮ้อ~ ก็ได้! แต่.. ต้องสอบเข้ามหา'ลัยให้ได้ก่อน! " พิจารณาสถานการณ์อยู่พักใหญ่รดาก็ยอมตอบรับออกมา ทั้งตัดความรำคาญและก็มองว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะสอบเข้าได้ แต่ถ้าบอกไปแบบนี้แล้วมันจะทำให้ไรเฟิลกระตุ้นตัวเองให้หันมาตั้งใจเรียนจนสอบเข้าได้มันก็จะเป็นการดีกับตัวเขาเอง และเธอก็ถือว่าประสบความสำเร็จในฐานะผู้สอน ส่วนเรื่องจีบนั้นคิดว่ายังไงเด็กแก่แดดคนนี้ก็จีบเธอไม่ติดแน่ๆ เลยยอมให้ตกลงก็ได้
"จริงนะ? พี่อย่าคืนคำนะเว้ย! " เสียงทุ้มโพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ แววตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวังอย่างแรงกล้าจนมองแล้วให้ความรู้สึกแสบตาไปหมด
"อืม แต่จะจีบติดหรือไม่ก็อีกเรื่องนึง" เงื่อนไขถูกหยิบมาขวางทางไว้อีกด่านให้ต้องเดินลำบาก แต่ยังไงไรเฟิลก็ไม่หวั่น มั่นใจว่าถ้าได้จีบจริงจังยังไงก็ต้องติด!
"สบายอยู่แล้ว ระดับผมซะอย่าง^0^" รดายกยิ้มเยาะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ฟัง เพราะเธอแสดงออกชัดขนาดนี้ว่าไม่สนใจเด็กหนุ่มก็ยังอุตส่าห์มีความมั่นใจมากเสียจนเกินพอดี =_="
"มาๆ พี่ เรียนกันเถอะ! ^^" พอตกลงกันเสร็จสรรพ ใครคนนั้นก็มีกำลังใจเรียนขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งที่ก่อนหน้าห่อเหี่ยวเกินจะเยียวยาแท้ๆ และก็น่าทึ่งที่วันนี้เขาตั้งใจเรียนตั้งแต่ต้นจนหมดเวลาจริงๆ!
คอนโด N
"โหล.." เสียงเอื่อยกรอกเข้าไปในสายหลังจากกดรับ พร้อมกับพาสังขารตัวเองเดินไปยังห้องพักที่อยู่ริมสุดทางเดินด้วยท่าทางเหนื่อยๆ
[มึงงง คืนนี้ไปตี้กัน!] ปลายสายชวนเที่ยวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ถ้าเป็นปกติคนฟังก็คงจะตอบตกลงไปแล้ว แต่ครั้งนี้จำต้องหักห้ามใจ
"ไม่อ่ะ กูจะอ่านหนังสือ"
[ห๊ะ!! ? มึง.. พูดใหม่ดิ๊] เฟรมอุทานออกมาเสียงดังเพราะรู้สึกเหมือนจะได้ยินอะไรผิดเพี้ยนไป เลยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เพื่อนย้ำให้ฟังอีกครั้ง!
"กูจะอ่านหนังสือ" ไรเฟิลย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ตั้งใจเรียนอย่างจริงจังหลังจากได้สร้างเงื่อนไขนั้นกับรดาไป ตอนนี้เลยรู้สึกเหนื่อยๆ เพลียๆ อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ก็แค่เรียน ไม่ได้ไปใช้แรงงานแบกหามอะไรที่ไหน
[เชี่ย!! กูโทรผิดป้ะวะ.. ก็ไม่หนิ มึงใช่เพื่อนกูแน่นะ กูไม่เคยมีเพื่อนแบบนี้หนิ] ปลายสายคุยกับตัวเองด้วยความสับสน ไม่นานก็ถามเข้ามาในสายอีกครั้ง ราวกับสิ่งที่ได้ยินมันน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเห็นไก่ออกลูกเป็นตัว แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ให้ตายสิ.. ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้ยินคนอย่างไรเฟิลพูดว่าจะอ่านหนังสือเลยสักครั้ง! มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นเนี่ย! ?
"สัด.." เสียงต่ำก่นด่าเพื่อนในลำคอ ก่อนตัดสายไปด้วยความรำคาญ แล้วเปิดประตูเข้าห้องไปทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า หลับตานิ่งอยู่สักพักก็ลืมตาและลุกขึ้นมานั่ง หยิบชีทกับหนังสือเรียนที่รดาให้มาขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ทั้งที่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องอ่านตรงไหนยังไง อาศัยแค่ว่าอ่านๆ ไปทั้งหมดให้มันผ่านตาบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงจำได้เอง
ก๊อกๆๆ
นั่งจมอยู่กับหนังสือเล่มเดียวอยู่นานพอสมควรด้วยความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ดันทุรังอ่านต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ไรเฟิลจึงหันไปมองอย่างงงๆ แต่ไม่ทันได้ลุกไปเปิดคนข้างนอกก็เปิดเข้ามาเสียก่อน
"ก็ยังอยู่ดีหนิ ทำเหมือนแม่งกำลังจะตายงั้นแหละ ก็แค่.. หื้ม?? อ่านหนังสือ?? " ทอยพูดขึ้นก่อนใครหลังจากได้เห็นหน้าเจ้าของห้องว่ายังปกติดีทุกอย่าง ก่อนมองไปเห็นหนังสือที่ใครคนนั้นถืออยู่ในมือถึงแสดงอาการแปลกใจออกมา.. เรื่องมันมีอยู่ว่าจู่ๆ เฟรมก็โทรตามเขากับนะโมให้มาดูไรเฟิลหน่อย เห็นว่ามันมีท่าทีแปลกๆ ไป เลยกลัวจะเป็นอะไร ทำเป็นเรื่องใหญ่โตจนเขากับนะโมต้องเร่งรีบพากันมาอย่างที่เห็นนี่แหละ แล้วประเด็นคือไอ้คนชวนมันดันหิ้วของมึนเมาติดมือมาด้วย.. คืออะไร? ห่วงเพื่อน? - -^
"พวกมึงมาทำไมวะ" เจ้าของห้องถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะตอนคุยกับเฟรมมันก็ไม่ได้บอกว่าจะมานี่นา อยู่ๆ ก็ขนกันมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนมีอะไรสำคัญอย่างนั้นแหละ
"มึงอ่านหนังสือหรอวะ! ? " ยังไม่มีใครตอบคำถามนะโมก็ถามเข้าเรื่องอื่นด้วยหน้าตาแตกตื่นสุดขีด ไม่พอยังเดินมานั่งลงข้างๆ แล้วแย่งหนังสือที่ไรเฟิลถืออยู่ไปเปิดดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นหนังสือเรียน
"เออ ก็กูบอกแล้วว่าจะสอบเข้ามหา'ลัยให้ได้" เสียงทุ้มตอบกลับนิ่งๆ ไม่ได้จริงจังมากนักแต่ด้วยความเพลียจากการฝืนตัวเองทำให้พูดอะไรทะเล้นๆ ไม่ออกอย่างปกติ เลยทำให้คำพูดนั้นแลดูจริงจังมากจนคนฟังพากันอึ้ง
"นี่มึง.. ล้มหัวฟาดพื้นมาหรอวะ! " ยังคงไม่มีใครเชื่อกับสิ่งที่เห็นและได้ยิน พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาหาว่าไรเฟิลมีอาการผิดปกติไป
"กูจริงจังแล้วไง พวกมึงก็เป็นอะไรกันอีกเนี่ย" เจ้าของห้องว่าออกมาหน้ายุ่งๆ เพราะกำลังบังคับตัวเองให้เอาจริงเอาจังได้ พวกมันก็ดันมาป่วนทำให้ความตั้งใจหยุดชะงักลงไปกลางคัน และเหมือนจะบิ้วขึ้นมาอีกไม่ได้ง่ายๆ ด้วยในเมื่อหิ้วเหล้าเบียร์ติดมือมาขนาดนี้แล้ว =_=^
"พวกกูเป็นห่วงมึงไง อย่าเครียดดิวะ มาผ่อนคลายกันดีกว่า มาๆ ^0^" เฟรมยกมือขึ้นตบไหล่ไรเฟิลยิ้มๆ เสร็จก็ลุกไปจัดแจงหาแก้วมาเทเหล้ายัดใส่มือเพื่อน ไม่พอยังแย่งหนังสือเรียนมาแล้วโยนทิ้งไปให้พ้นสายตา อีก ความมุ่งมั่นตั้งใจของเด็กหนุ่มที่เหมือนจะกำลังไปได้ดีในตอนแรกเลยกลับมายังจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง..