ตอนที่ 1 ประเพณีหมู่บ้าน
ณ หมู่บ้านตงซานทางเทือกเขาทิศตะวันออกของแคว้นฉู่ เป็นหมู่บ้านที่มีความอุดมสมบูรณ์และสงบสุขมาเป็นเวลาหลายร้อยปี
ก่อนหน้านี้หมู่บ้านนี้แห้งแล้งและเป็นถิ่นทุรกันดารที่แม้แต่ต้นหญ้าก็ยังเกิดได้ยาก แต่เป็นเพราะมีการบูชาเทพเจ้าด้วยหญิงสาวพรหมจรรย์ ทุกๆ ห้าสิบปีจะต้องเลือกหญิงสาวในหมู่บ้านไปเป็นทาสรับใช้แก่อสูรร้ายใต้หุบเขา
ปีนี้เป็นปีของสกุลลู่ที่จะต้องทำหน้าที่นี้ ลู่เฉินมีบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวคนเล็กอยู่หนึ่งคน ยิ่งใกล้วันที่จะทำพิธีหัวใจของผู้เป็นพ่อก็ยิ่งจะสลาย แต่จะปฏิเสธอย่างไรในเมื่อปีนี้สวรรค์ลิขิตให้เป็นสกุลลู่ที่ต้องทำเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้าน
ลู่ชิงชิงวัยสิบห้าหนาวนั่งร้องไห้ในห้องนอนส่วนตัว เมื่อรู้ว่าการเสี่ยงรายชื่อวันนี้ตกเป็นของสกุลลู่ก็เสียใจยิ่งนัก
“เจ้าอย่าได้เศร้าไปเลย แม่มีวิธีที่จะช่วยเหลือ” จางเหม่ยผู้เป็นมารดาบอกแก่ลูกสาวที่ร้องไห้ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ท่านแม่จะช่วยข้าได้อย่างไร การเสี่ยงทายชี้ชัดว่าสกุลลู่จะต้องเสียสละในปีนี้ หญิงสาวในสกุลลู่จะเหลือใครนอกจากข้า” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและเสียใจ ใบหน้างามพริ้มเพาในยามนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“ลู่เซียนลูกสาวของลุงลู่ก็เพิ่งแต่งงานไป ลู่อันลูกสาวท่านอารองก็ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น นอกจากข้าแล้วจะมีใครอีกเล่า ข้าอยากแต่งงานกับซ่งฉินท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่ยอม เห็นหรือไม่ว่าข้าต้องเผชิญกับสิ่งใด” เสียงพูดที่เจือด้วยแรงสะอื้นนั้นทำให้ลู่ฮูหยินหนักอกหนักใจมาก
“แม่บอกช่วยได้ก็ช่วยได้สิ หยุดร้องไห้ได้แล้ว อย่าทำให้ ข้ากับพ่อของเจ้าจะช่วยไม่ให้เจ้าถูกสังเวย แต่ว่าเจ้าต้องลำบากหน่อย” น้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ของมารดา ทำให้ดรุณีวัยสิบห้ามองท่าทีนั้นอย่างสงสัย
เสียงสะอื้นไห้เริ่มจางลงไป ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ยังคงมองว่ามารดามีแผนการใดจะช่วยตน
เหมือนว่าลู่ฮูหยินจะรู้เท่าทันความคิดบุตรสาว จึงรีบบอกให้อีกฝ่ายวางใจ “เจ้าไม่ต้องรู้หรอก เรื่องนี้คนยิ่งรู้มากก็จะยิ่งเป็นภัยต่อสกุลลู่ เอาเป็นว่าเจ้าจะไม่มีวันได้ถูกสังเวยแน่”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าเชื่อท่าน” ลู่ชิงชิงรับคำที่มารดาบอก ได้แต่ภาวนาว่าอีกหนึ่งห้าวันข้างหน้าตนจะไม่ได้ถูกสังเวยแล้วกระโดดลงไปในหุบเขานั้น แต่จะด้วยวิธีใดก็สุดแล้วแต่มารดา
ssssssssssssssssssss
ใบหน้าที่เศร้าหมองของลู่เฉียงอันบุรุษที่ตนแอบรัก ทำให้ไป๋ลิ่วจินลอบมองด้วยสายตาที่ห่วงใยแต่ก็ไม่ได้เข้าไปปลอบประโลมด้วยฐานะที่แตกต่างกัน
หากคาดเดาไม่ผิดลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านคงกำลังกลัดกลุ้มเรื่องที่น้องสาวของตนกำลังจะถูกสังเวยแก่ปีศาจใต้หุบเหวลึกในอีกสามวันข้างหน้านี้
“ลิ่วจินตักน้ำเสร็จแล้วก็รีบเอาไปเทใส่ตุ่มสิ ชักช้ายืดยาดอยากอู้งานหรืออย่างไร” เสียงของนางเล่ยภรรยาใหม่ของบิดาร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
จากนั้นร่างอรชรในชุดสีสันงามตาก็เดินสะบัดชายกระโปรงเดินกลับไปโดยไม่คิดช่วยเหลือ
หญิงสาวรีบถือถังน้ำทั้งสองใบยกขึ้นหาบด้วยไม้คานอย่างทุลักทุเล ก่อนจะมีมือของลู่เฉียงเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมกับใบหน้าของเขาที่ยังคงเศร้าโศกอยู่แต่ก็หาได้ทำให้เสน่ห์งดงามนั้นหายไปไม่
“ข้าช่วยเจ้าหาบไป ข้ากำลังจะกลับเข้าหมู่บ้าน” เขาบอกแล้วยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่แววตายังแสดงออกว่ามีอะไรบางอย่างในใจ
“อาเฉียง... เอ่อ ขอบคุณ” ไป๋ลิ่วจินพูดเสียงเบา หลุบตาก้มต่ำด้วยความเขินอาย ไม่เคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดหรือพูดคุยกันแบบนี้มาก่อน หัวใจของนางสั่นไหวยิ่งนัก
“เจ้าดูไม่สบายใจ เรื่องอาชิงใช่หรือไม่” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้ลู่เฉียงทอดถอนหายใจออกมา แล้วพยักหน้ายอมรับในสิ่งที่นางกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา
“อาชิงกินไม่ได้นอนไม่หลับ นางต้องกระโดดเหวลึกสังเวยแก่ภูตผีเหล่านั้นในวัยเพียงสิบห้า บ้านของข้าตอนนี้ทุกคนต่างก็ยิ้มไม่ออก มีเพียงสิ่งเดียวที่นางขอร้องข้าก่อนจะไป แต่ข้าไม่สามารถทำให้ได้”
“นางขออะไรเจ้า” ไป๋ลิ่วจินถาม เผื่อว่าตนอาจจะสามารถช่วยได้
“นางให้ข้าแต่งงานหาสะใภ้เข้ามาช่วยดูแลท่านพ่อท่านแม่ตอนที่นางไม่อยู่แล้ว แต่ดูข้าสิใครจะอยากแต่งงานด้วย” น้ำเสียงเย้ยหยันและสมเพชตัวเองของเขาทำให้หญิงสาวใจสลาย
ในใจอยากบอกว่านางนี่อย่างไรเล่าที่อยากแต่งงานกับเขา แต่เขาเองที่ไม่เคยเหลียวมอง
“หญิงงามในหมู่บ้านต่างก็ชื่นชอบเจ้า เหตุใดจึงบอกว่าไม่มีใครอยากแต่งงด้วยเล่า ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าเองที่ไม่เปิดใจมองใครหรือไม่” นางกล่าวถามแล้วเดินตามมองแผ่นหลังกว้างที่อาสาหาบน้ำแทนตน อยากรู้ว่าหากตนกอดเขาจะสามารถโอบได้รอบหรือไม่
“ข้าอยากแต่งงานกับคนที่ข้ารัก มิใช่แต่งกับใครก็ได้ แต่นางคงไม่สนใจข้าหรอก ขนาดข้าโศกเศร้าเพียงนี้นางยังไม่คิดจะเดินมาถามไถ่ข้าสักนิด”
“ผู้ใดกันใจร้ายกับเจ้าเพียงนั้น” ไป๋ลิ่วจินนึกอิจฉาสตรีนางนั้นที่ได้ครอบครองหัวใจบุรุษผู้นี้
ลู่เฉียงหยุดเดินแล้ววางหาบน้ำลง หันหน้ากลับมามองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
“ข้ามาดักรอเจ้าหาบน้ำ เจ้ามองเห็นข้าแต่ไม่เข้ามาทักทายเลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะข้าอาสามาหาบน้ำช่วย เจ้าจะพูดคุยกับข้าหรือไม่ คนใจร้ายก็คือเจ้า”
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ มองแววตาที่ตัดพ้อนั้นก็พอเข้าใจว่าหญิงสาวที่เขามีใจให้นั่นก็คือตนเอง
บัดนี้มือไม้ของนางอยู่ไม่เป็นสุข บิดชายกระโปรงเมื่อตนหวั่นไหวไปกับประโยคบอกรักกลายๆ นั้น หัวใจเต้นระส่ำที่อีกฝ่ายก็คิดเช่นเดียวกันกับตน
“ข้ารักเจ้า ลิ่วจิน หากชาตินี้ไม่ใช่เจ้าข้าก็จะไม่แต่งงานกับผู้ใด” สิ้นเสียงนั้นลู่เฉียงก็ก้าวมายืนตรงหน้าแล้วสวมกอดนางเอาไว้แนบอก
หัวใจของนางราวกับว่าจะทะลุออกมาข้างนอกกับสัมผัสที่ไม่คิดว่าจะได้รับนี้
มือเรียวค่อยๆ กอดเขากลับ แผงอกกำยำนี้นางโอบกอดได้รอบพอดี ช่างอบอุ่นและสุขใจยิ่งนัก
“หากข้าจะให้แม่สื่อไปสู่ขอเจ้า จะได้หรือไม่”
“ข้ายินดี และคิดว่าท่านพ่อคงไม่ขัด ท่านพ่อกับน้าเล่ยอยากให้ข้าออกเรือนไปให้พ้นเสียที แต่เพราะบ้านข้ายากจน จึงไม่มีใครมาชอบพอ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีใจให้แก่ข้า”
“แน่นอนสิลิ่วจิน เจ้าเป็นคนดีและขยันขันแข็ง เก่งการบ้านการเรือนเพียบพร้อมขนาดนี้จะไม่ให้ข้ารักเจ้าได้อย่างไรเล่า” เขาผละออกมายืนแล้วเชยคางมองสบตาที่เป็นประกายของนาง
แต่ก่อนที่จะโน้มหน้าลงไปจุมพิต ก็ผละออกไปก่อน “ข้าไม่ควรล่วงเกินเจ้า ข้าจะรอจนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม” เขากล่าวเสียงนุ่ม จากนั้นก็ยกหาบน้ำขึ้นหาบแล้วเดินต่อไป
ไป๋ลิ่วจินยิ้มกว้างแทบหุบยิ้มไม่ลง บุรุษอันเป็นที่รักตอนนี้เขารักนางและอยากจะแต่งงานด้วย แบบใครผู้ใดเล่าจะไม่ยินดี
เมื่อใกล้จะถึงบ้านของเธอเขาก็วางหาบน้ำลง
“ข้ามาส่งเจ้าแค่นี้ ไม่เช่นนั้นแม่เลี้ยงของเจ้ามาเจอเข้าเจ้าอาจจะเดือดร้อนเอาได้” น้ำเสียงที่ห่วงใยทำให้นางยิ่งเกิดความสุขใจ
“วันที่อาชิงจะไปโดดเหว คืนนั้นเจ้ามานอนเป็นเพื่อนนางได้หรือไม่ ข้าอยากให้พวกเจ้าพูดคุยกัน ในฐานะว่าที่พี่สะใภ้ของนาง”
“ย่อมได้ ข้ายินดี” นางตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะเอียงอายแล้วหาบถังน้ำเดินไปจากตรงนั้น
ลู่เฉียงลดยิ้มลง มีหรือว่าลูกชายผู้นำหมู่บ้านอย่างเขา จะมาชอบพอลูกสาวชาวสวนที่ยากจน ถ้าไม่ใช่เพราะตงซานมีความอุดมสมบูรณ์ครอบครัวนางคงอดตายไปนานแล้ว
sssssssssssssssssss