ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณเชษฐ์ค่อนข้างน่ากลัวในความรู้สึกผม หลังจากวันที่เรามีอะไรกันมันก็ผ่านมาราวสามสัปดาห์และเป็นสามสัปดาห์ที่มีอะไรกันทุกคืน ผมปฏิเสธเขาสุดใจแม้กระทั่งลงมือทำร้ายร่างกายเขา แต่ผลสุดท้ายมันก็จบด้วยการที่ผมร้องขอเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้จักร่างกายผมดีกว่าตัวผมเอง เขารู้ว่าต้องสัมผัสตรงไหนผมถึงจะต่อต้านไม่ได้ ผมเหนื่อยกับการตื่นเช้ามาแล้วเพลียจนไม่อยากทำงาน ทางดาเองก็เริ่มงานที่เปรูแล้ว การติดต่อของเราเลยค่อนข้างลำบาก ผมส่งข้อความหาเธอบ่อยมากแต่เธอไม่ค่อยตอบ เธอส่งรูปถ่ายของงานที่ต้องจัดการมาให้ผมดู ผมถึงเข้าใจว่าเธองานยุ่งกว่าทางผมมาก
ส่วนคุณเชษฐ์ก็เริ่มมีความต้องการที่แรงมากกว่าเดิม บางครั้งที่ทำกัน ผมรู้สึกว่าเขากำลังฆ่าผมให้ตาย มันอึดอัดใจจนอยากร้องไห้แต่ภายในกายกลับรู้สึกดีจนต้องเปล่งเสียงร้องขอ เพราะเป็นแบบนี้ไงครับ ผมถึงบอกว่ามันน่ากลัว ตอนนี้ผมพยายามตีตัวออกห่างจากเขาสุดความสามารถ เคยลองหางานใหม่ ๆ ในเว็บไซต์แต่กลายเป็นว่าคอมพิวเตอร์ผมและโน๊ตบุ๊ก
รวมถึงโทรศัพท์ไม่สามารถค้นหาเรื่องเกี่ยวกับงานได้เลย ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์งานอื่น ราวกับเน็ตหายแต่จริง ๆ แล้วผมถูกบล็อก ถูกจำกัดการค้นหา
คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใครทำเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้ลงทุนจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทุกเครือข่าย แม้กระทั่งติดต่อกับบริษัทต่างประเทศ เขาจะยิ้มทุกครั้งที่เราสบตากันและเหมือนสายตาเขากำลังบอกกับผมว่าเขาจับตามองผมอยู่ทุกก้าว ไม่ว่าจะทำอะไร คิดอะไร เขารู้หมดทุกอย่าง นี่ผมอยู่ในกรงขังเหรอครับ? แล้วยังเป็นกรงขังที่มีแต่หนามรอบด้าน ผมไม่สามารถขยับไปไหนได้เลยนอกจากยืนนิ่ง ๆ อยู่กลางกรงแล้วรอเจ้าของมาเปิดประตู นี่ผม…กำลังชดใช้กรรมที่ไม่เสียใจตอนพ่อแม่จากไปหรือไง?
“คุณภัทรครับ ผมได้ข้อมูลห้องเช่าที่คุณต้องการแล้ว ว่าแต่จะเช่าห้องทำไมครับในเมื่อคุณเป็นลูกเขยท่านประธาน” เสียงของเพื่อนร่วมงานที่ผมขอให้เขาช่วยหาข้อมูลห้องเช่าเรียกให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิด ผมรับกระดาษข้อมูลจากเขามาก่อนจะยิ้มให้
“บางครั้งผมอึดอัดน่ะครับ ถ้าดาอยู่ด้วยก็คงไม่อะไรแต่พออยู่คนเดียวมันเลยแปลก” ผมโกหกคำโตด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เหมือนว่าผมคิดแบบนั้นจริง ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วผมแค่ต้องการหนีจากเขา กลางคืนที่ทุกคนนอนหลับ ผมก็อยากนอนสบาย ๆ ไร้ความกังวลบ้าง ไม่ใช่ต้องนอนครางใต้ร่างเขาบ้าง บนตัวเขาบ้าง หรือถูกพาไปทำในสถานที่แปลก ๆ ที่ว่าแปลกก็พวกห้องนั่งเล่น ห้องโถงกลางบ้าน ในรถ แม้จะเป็นตอนกลางคืนแต่ผมว่ามันไม่ควร
“แย่หน่อยนะครับที่ไม่สนิทกับครอบครัวภรรยา ว่าแต่ภัทรรู้เรื่องที่ท่านประธานส่งหัวหน้าเยียร์ไปเปรูหรือยังครับ?” สายตาที่กำลังไล่อ่านเนื้อหาในกระดาษชะงักลงก่อนเหลือบขึ้นมองคนพูด เมื่อกี๊เขาว่ายังไงนะ?
“…เมื่อกี๊คุณพูดว่าอะไรนะครับ?” ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ขอร้องล่ะ ขอให้ผมฟังผิดที
“ท่านประธานส่งหัวหน้าเยียร์ไปทำงานที่เปรูครับ เห็นว่าให้ช่วยคุณดาวิณี ผมแปลกใจอยู่นะว่าทำไมเขาไม่ส่งคุณไปหรือเพราะความสามารถของหัวหน้าเยียร์มีมาก?”
“ขอบคุณนะครับที่บอกกัน” ผมยิ้มให้เขาแต่มันคงแสดงออกชัดเจนว่าผมรู้สึกยังไง สีหน้าของเพื่อนร่วมงานถึงได้เป็นแบบนั้น เขาขอโทษผมก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ผมขมวดคิ้วกัดปากจนเจ็บ ผมไม่ได้เอะใจว่าเยียร์หายไปไหน เดิมทีก็ไม่ได้อะไรกันอยู่แล้วแต่พอมารู้แบบนี้ ผมคิดดีไม่ได้จริง ๆ ว่าทั้งหมดทั้งมวลคือแผนของเขาคนนั้น ผมหมดอารมณ์ทำงานเลยเปิดลิ้นชักหยิบซองบุหรี่และไฟแช็กมาที่ข้างบริษัทซึ่งเป็นจุดสูบบุหรี่โดยเฉพาะ
ผมไม่อยากแตะมันเลยเพราะดาไม่ชอบ แต่ตอนนี้ผมไม่แคร์ไม่สนอะไรแล้ว ผมเคาะตัวบุหรี่ออกมาคาบไว้ก่อนจะจุดไฟแล้วอัดสารนิโคตินเข้าปอดหนัก ๆ เอนหลังพิงกำแพงพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่แสนจะปลอดโปร่ง มีควันสีเทาลอยขึ้นไปบ้างแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็จางหายไป ผมไม่รู้ว่าแผนของคุณเชษฐ์นอกจากส่งเยียร์ไปแล้วยังมีอะไรอีกไหม แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เลยก็คือผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วครับ
ผมกลับเข้ามาที่แผนกหลังสูบบุหรี่หมดมวน ส่งใบลาแล้วรีบออกมาที่รถก่อนจะขับออกไป ไปที่ไหนก็ได้ที่เขาจะไม่เจอผม แต่ว่ายากเพราะคนของคุณเชษฐ์อยู่ทุกหนทุกแห่งในประเทศ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อขับรถออกห่างจากตัวบริษัทมาได้กิโลกว่า ตอนระยะทางยังไม่เยอะมากก็มีแอบเสียว ๆ ในใจบ้างว่าเขาจะให้คนตามมาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มี ผมตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางก่อนหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเข้าอินเตอร์เน็ตค้นหาบาร์ที่เปิดในช่วงเวลาบ่าย ๆ แบบนี้ พอเจอสถานที่ที่ต้องการพักสมองผมก็ปักหมุดในจีพีเอสแล้วขับตามเส้นทางไป
V’Bar2% คือชื่อร้านที่ผมกำลังจะไป ที่เลือกร้านนี้เพราะมันอยู่แถบทางเข้าเมืองเลย ผมว่ามันไกลพอที่คุณเชษฐ์จะไม่ทะเยอทะยานตามหาผม แม้จะใช้เวลาในการขับรถแต่ผมก็โอเคและมีความสุขกับมัน พอมาถึงร้านแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่าบรรยากาศมันดีมาก ๆ ผมเดินเข้าไปข้างใน นั่งลงที่โต๊ะโซนในสุดก่อนพนักงานจะเข้ามารับออเดอร์ ผมมาถึงร้านตอน 14:50 น. มันยังอยู่ในช่วงเวลาบ่ายอยู่ เลยมีอาหารให้สั่งพร้อมเครื่องดื่ม ผมสั่งหม้อไฟต้มยำและเบียร์สองขวด จะกินเยอะไม่ได้เพราะเดี๋ยวผมต้องขับรถกลับบ้าน ไม่สิ ผมไม่อยากกลับไปที่นั่น ผมควรจะนอนที่ไหนดี?
ครืด ๆ
ระหว่างที่รออาหารและเบียร์ สมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นเตือนเมื่อมีข้อความเข้า ผมหยิบมาสแกนนิ้วปลดล็อกก่อนกดอ่านข้อความ
‘คุณเชษฐ์
กลับบ้านภายใน 30 นาที ก่อนบทลงโทษจะหนักกว่านี้’
ผมหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเองแล้วกดลบข้อความนั้นไปก่อนปิดเครื่องมัน ผมนั่งเท้าคางมองผู้คนที่เดินไปเดินมา พวกเขาใช้ชีวิตได้ปกติดีนะ ผมชอบและอิจฉามากจริง ๆ อยากจะใช้ชีวิตเรื่อย ๆ สบาย ๆ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากเหมือนกับตอนนี้ ภรรยาติดงานหนัก จนไม่มีเวลาตอบข้อความ พ่อตากลายเป็นชู้แถมสถานะยังเป็นสามีน้อย เพื่อนร่วมงานที่ใครต่อใครบอกว่าเหมาะสมกับภรรยาถูกส่งไปทำงานด้วยกัน เฮ้อ ผมยอมแพ้กับชีวิตตัวเองได้ไหมครับ?
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ” ผมละสายตามองพนักงานสาวที่มาเสิร์ฟอาหารแล้วยิ้มให้เธอเป็นมารยาท หม้อไฟต้มยำร้อน ๆ ควันลอยกรุ่นวางลงบนโต๊ะ พร้อมกับถ้วย กระบวยตัก ช้อนและเบียร์สองขวดที่สั่งไป แก้ว น้ำแข็ง ผมขอบคุณเธอแล้วลงมือเปิดขวดเบียร์ รินใส่แก้วแต่ไม่ได้ใส่น้ำแข็งนะครับเพราะเบียร์มันแช่อยู่ในถังน้ำแข็งมันก็ต้องเย็นอยู่แล้ว พอได้รับรสชาติของเบียร์ที่เข้าปากไหลลงคอสู่กระเพาะ ต้องบอกว่ามันอร่อยมาก ผมคิดถึงรสชาติขม ๆ แต่กลมกล่อมของมันที่สุด
ระหว่างที่ซดหม้อไฟสลับกับเบียร์ ผมคิดเรื่องอะไร ๆ เยอะมากในหัว เรื่องของดาที่แบบว่าเราจะมีวันแตกหักกันหรือเปล่า ใบสมรสของเราจะยังอยู่จนถึงวันที่มีลูกเลยไหม เรื่องที่สองก็คือพ่อตาที่กลายเป็นชู้ ผมยอมรับเลยว่าเซ็กซ์กับเขามันดีมาก ๆ ผมเหมือนได้เติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย มันเอ่อล้นจนบางทียังคิดว่านี่คือตัวตนและความต้องการลึก ๆ ของผมหรือเปล่า? ผมต้องการเซ็กซ์ที่ถึงใจใช่ไหมถึงจะรู้สึกพอ ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องในอดีตไหม ผมไม่รักครอบครัวผม พ่อ แม่ ที่เสียไปผมไม่เคยร้องไห้สักครั้งตั้งแต่วินาทีที่รู้จนถึงวันที่เผา ไม่เก็บเถ้ากระดูกแล้วเดินออกมาใช้ชีวิตที่เหลือของตัวเอง
ที่ผมไม่รักพวกเขาก็เพราะผมเกิดมาจากความผิดพลาดในวัยเรียนของพวกเขา พวกเขาโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดผม โยนทุกอย่างมาให้ผม ตบตี ด่าทอ ผมไม่เคยมีความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กหรือกับครอบครัวเลย ทุกครั้งที่โดนด่าโดนทำร้าย ผมจะอดทนอย่างมาก ไม่ร้อง ไม่ส่งเสียงหลังจากที่รู้ว่าร้องไห้ไปพวกเขาก็ไม่แลผม นั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของผมที่เก็บงำทุกอย่างไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ลึกที่สุดของชีวิต แต่เขา… แต่คุณเชษฐ์กลับเป็นคนที่ขุดมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ไม่สิ ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น โถ่เว้ย สับสนกับตัวเองชะมัด
ผมฟุบหน้าลงกับแขนหลังซัดเบียร์ขวดแรกหมดไป ไม่ได้เมาหรืออะไรนะครับแต่แค่เหนื่อยกับชีวิต มีทั้งภรรยาและสามีพร้อมกัน แถมภรรยากับสามียังเป็นพ่อลูกกันอีก นี่คือเวรกรรมของผมใช่ไหม? ทำไมพระเจ้าไม่ปล่อยผมไป อย่างน้อยผมก็โดนลงโทษตอนเด็กแล้วไง ยังต้องการอะไรจากผมอีก
“น้องครับ พี่ขอเหล้าดีกรีแรง ๆ หนึ่งขวด” ผงกหัวขึ้นบอกกับพนักงานคนเดิมที่เดินผ่านโต๊ะ เธอหันมารับออเดอร์แล้วบอกผมรอสักครู่ จากที่ตั้งใจจะไม่เมา ขอเมาตั้งแต่หัววันเลยแล้วกัน
ขณะที่ภัทรกำลังดื่มด่ำกับรสชาติของแอลกอฮอล์ บอดี้การ์ดชุดดำที่แฝงตัวตามภัทรมาตั้งแต่ออกจากบริษัทคอยรายงานผู้เป็นนายอยู่เสมอ ‘คิดส์’ บอดี้การ์ดคนสนิทของเชษฐาหรือจะเรียกว่ามือขวาก็คงได้ เขารู้นานแล้วเรื่องที่เจ้านายสนใจในตัวภัทร แล้วตัวเขาก็เชื่อเหมือนกันว่าเจ้านายจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวภัทรมา ที่สำคัญคือคิดส์ถูกสั่งให้คอยตามดูภัทรมาตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานแล้ว พอเจ้านายสนใจก็สั่งให้เขาตามสืบประวัติ ตามดูทุกอย่างว่าชีวิตในแต่ละวันเป็นยังไง
เชษฐาถึงได้รู้ว่าหากใช้กำลังและน้ำเสียงที่กระโชกโฮกฮากมาก ๆ เข้า จะทำให้ภัทรนึกถึงเรื่องราวในอดีต คิดส์รู้ดีว่าเจ้านายรู้ตัวว่าตนเองใช้วิธีที่ผิดเพื่อให้ได้มา ใช้จุดอ่อนของภัทรในการดึงส่วนที่ลึกที่สุดออกมาใช้งานเพื่อให้ได้ครอบครอง คิดส์ถอนหายใจขณะมองผู้ชายหน้าตาดียกแก้วเบียร์ผสมเหล้าซดแก้วแล้วแก้วเล่า จนกระทั่งเวลาเดินทางมาช่วงหนึ่งทุ่มกว่า ภัทรก็ได้ฟุบลงกับโต๊ะ แต่ดูจากมือที่จับแก้วแล้ว เจ้าตัวยังคงมีสติอยู่ ทว่าวินาทีที่ภัทรเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะแล้วบังเอิญสายตาของพวกเขาสบกัน คิดส์ก็รู้สึกแปลก ๆ และเข้าใจในทันทีว่าทำไมเจ้านายถึงได้สนใจและอยากได้มากขนาดนี้
“…คุณมันน่ารักจริง ๆ สินะครับ” พึมพำกับตัวเองแล้วถอนหายใจ ใบหน้าขาวแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ สายตาฉ่ำปรือหวานเยิ้มจนอยากจะจับมัดปิดตาเสียให้รู้แล้วรู้รอด รอยยิ้มบาง ๆ ของคนเมามันเขย่าใจชนิดที่ว่าถ้าหัวใจไม่หยุดเต้นแรงก็อาจจะใจวายเฉียบพลัน
ภัทรเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์และดึงดูดเพศเดียวกันมากกว่าเพศตรงข้าม ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้น่าดึงดูดหรือเป็นจุดสนใจแต่ตัวภัทรเองนั่นแหละที่ดึงผู้คนเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว บางครั้งมอง ๆ อยู่ก็ดูเข้มแข็งและแข็งแกร่งสมชาย แต่บางครั้งกลับดูอ่อนแอ บอบบาง จนอยากจะปกป้อง และบางครั้งก็เซ็กซี่จนน่าขย้ำให้จมเตียงแบบเมื่อครู่ คิดส์กล่าวขอโทษเจ้านายในใจที่แอบคิดอกุศลกับคนของเขา
ครืด ๆ
นัยน์ตาสีน้ำตาลหลุบมองต่ำลงมาที่สมาร์ทโฟนบนโต๊ะยามสั่นเตือนเมื่อมีข้อความเข้า คิดส์ปลดล็อกก่อนกดอ่านข้อความแล้วลุกขึ้นเดินไปทางโต๊ะของภัทรที่ฟุบนอนไปตอนไม่รู้เหมือนกันก่อนเขาจะจ่ายเงินแล้วพาภัทรออกจากร้าน เนื้อหาในข้อความมีอยู่ว่า
‘บอส
พากลับมาที่บ้านฉันภายใน 30 นาที’
แต่ดูจากสถานที่ที่อยู่ทางเข้าเมืองแล้ว ต้องใช้เวลาพสักพักเลยกว่าจะไปถึงใจกลางเมืองแบบนั้น ทว่าคิดส์ก็ต้องทำให้ได้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง “แกขับรถคุณภัทรตามมา” บอกกับเพื่อนร่วมงานที่ยืนรอประสานงานอยู่ด้านนอก คิดส์โยนกุญแจรถภัทรให้เพื่อนร่วมงานก่อนเขาจะรีบขับรถตัวเองกลับไปบ้านของเจ้านายให้เร็วที่สุดและให้ทันในเวลากำหนด 30 นาที
บ้านอภิวัฒนากรณ์
ห้องโถงกลางบ้านที่กว้างขวางและหรูหรา บนโซฟาบุหนังสีทองมีเจ้าของบ้านนั่งจิบไวน์ราคาแพงอย่างใจเย็น สายตาเรียบนิ่งราวใบมีดจับจ้องของเหลวสีแดงในแก้วทรงสูงที่ไหลหมุนเป็นวงกลมตามแรงเหวี่ยงแก้วเบา ๆ เชษฐากำลังใจเย็นอย่างมากที่ลูกเขยสุดที่รักหนีงาน ทำใบลาโดยที่ยังไม่มีใครอนุญาตแล้วออกจากบริษัทไป ตอนได้รับเรื่องก็ยอมรับว่าโกรธมากจนอยากจะจับมาสั่งสอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอเพื่อนร่วมงานเล่าให้ฟังว่าพูดอะไรออกไป ภัทรถึงได้ลาก็พอจะยกโทษให้แต่แค่เรื่องเดียวเท่านั้น เรื่องที่หนีไปกินเหล้ากินเบียร์และสูบบุหรี่เขาจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด
ริมฝีปากอิ่มนั้นจะต้องไร้กลิ่นบุหรี่และรสของแอลกอฮอล์ ร่างกายขาว ๆ ที่แสนเพอร์เฟกต์ควรจะมีแค่กลิ่นกายของวัยหนุ่มบวกน้ำหอมมีราคาเท่านั้น ไม่ควรมีกลิ่นเหล้าติดเด็ดขาด เชษฐาดื่มไวน์ในแก้วจนหมดก่อนวางแก้วลงแล้วมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่เมื่อไหร่เข็มยาวชี้เลข 12 เป็นอันว่าเวลา 30 นาทีที่บอกกับคนสนิทหมดลงและเขาคงต้องลงโทษลูกน้องเสียหน่อย
“บอสครับ รถของคุณคิดส์และคุณภัทรมาถึงแล้วครับ” บอดี้การ์ดชุดดำคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าหน้าประตูรีบเข้ามารายงานหลังได้รับการติดต่อจากคนที่อยู่ประตูใหญ่ว่ารถของทั้งสองเดินทางมาถึงก็รีบเข้ามารายงานทันที เชษฐาพยักหน้าก่อนจะให้คนของเขาออกไปประจำที่เดิม ร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจวัย 50 ปีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตนเองแล้วลากเท้าที่สวมสลิปเปอร์เดินมารอหน้าประตูในจุดที่เขาเคยมองภัทรจากตรงนี้ ไม่นานเขาก็เห็นแสงไฟหน้ารถที่ส่องมาแต่ไกล เพียงห้านาทีต่อมาเขาก็ได้รับภัทรกลับเข้าสู่อ้อมกอด นัยน์ตาคู่คมจับจ้องใบหน้าที่หลับสนิทพร้อมกลิ่นเหล้าคละคลุ้งแล้วถอนหายใจ เขาไม่เคยมีเมียเด็ก เขาไม่รู้หรอก
ว่าต้องจัดการยังไงแต่ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ เขาจะใช้วิธีของเขาแล้วกัน
“พวกนายกลับไปพักกันได้ ไม่ต้องทิ้งใครไว้เด็ดขาด”
“แต่บอสครับ…” คิดส์รีบแย้งเพราะเขาห่วงความปลอดภัยของบอส เชษฐาอาจดูเป็นแค่นักธุรกิจใหญ่โตแต่จริง ๆ ความมืดของธุรกิจมันก็มีอยู่บ้างและถือว่าเขาก็คือตัวเป้งของธุรกิจสายนั้น ศัตรูมีมากกว่าที่คิดถึงจะไม่มีใครกล้าเข้ามาโจมตีตรง ๆ ก็ตาม
“ฉันอยากใช้เวลากับภัทรแค่สองคน สอง-คน” พูดย้ำกับคนสนิทด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังแถมดุดันจนคิดส์ต้องยอมและสั่งให้คนทั้งหมดกลับบ้านพักผ่อนกันได้ คิดส์เป็นคนปิดประตูบ้านแทนแม่บ้านที่มีเวลาทำงานแค่ช่วงตีห้าถึงห้าโมงเย็น การดูแลความเรียบร้อยของบ้านจึงตกเป็นของเขา แต่ตอนลูกสาวของบอสอยู่ เธอคนนั้นจะเป็นคนจัดการ เชษฐาอุ้มภัทรที่หลับสนิทกลับขึ้นมาบนห้องของตนเอง เขาวางลูกเขยลงบนเตียงแผ่วเบา เรียวนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าขาว ๆ ออกก่อนก้มจรดริมฝีปากลงบนหน้าผาก
“ตื่นมาเมื่อไหร่ ฉันจะลงโทษนายให้หนัก” บอกกับคนเมาแล้วเดินมานั่งทำงานที่เอากลับมาจากบริษัท เขาเปิดอ่านอีเมลที่รายงานความคืบหน้าของแผนการ สามสัปดาห์ที่ดากับเยียร์อยู่ด้วยกัน ดูเหมือนดาจะเริ่มเทไปทางเยียร์มากขึ้น เชษฐารู้จักจุดอ่อนของลูกสาวเป็นอย่างดี ดาวิณีแพ้คนเอาใจ แพ้คนตามใจ และแพ้คนที่ยอมเธอ แต่ใช่ว่าจะยอมทั้งหมด เรื่องบางเรื่องถ้าขัดอย่างมีเหตุผล ดาวิณีจะยิ่งตกหลุมมากขึ้น ภัทรเองก็คงเป็นคนที่เอาใจและตามใจลูกสาวเขา ถึงได้คบและแต่งงานกัน แต่เชื่อเถอะว่าตอนนี้เขาเห็นใบสมรสมีรอยขาดแล้ว
นั่งทำงานจนถึงห้าทุ่มก็ได้เวลาอาบน้ำนอน ชุดทำงานราคาแพงถูกถอดออกจากร่างกายกำยำแล้วโยนลงตะกร้าก่อนเขาจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวเดินมาที่เตียง สองแขนแข็งแรงสอดช้อนร่างลูกเขยขึ้นสู่อ้อมกอดแล้วพาเข้าห้องน้ำ จะให้อาบน้ำคนเดียวก็ยังไงอยู่ เขาเลยอาบให้ภัทรด้วยเลย ตอนอาบก็เกือบจะมีลักหลับแต่เพราะตั้งสติได้เลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากอาบน้ำล้างกลิ่นเหล้าออกไปให้หมด
อาบน้ำเสร็จแล้วเชษฐาต้องจัดการเรื่องแต่งตัวด้วย เขาแต่งให้ตัวเองก่อนโดยสวมชุดนอนสีน้ำเงินเข้ม เนื้อผ้าซาตินแบบที่เขาชอบแล้วหันมาจัดการให้ภัทร แน่นอนว่ามันไม่ใช่ชุดธรรมดาอย่างที่คิด ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กกำลังไล่เช็ดตามร่างกายให้แห้ง เช็ดทุกซอกทุกมุมแล้วถึงจะหยิบกล่องบางอย่างที่อยู่ในถุงแบรนด์ดังมา กล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่สีแดงแพ็กเกจสุดหรูและมีราคาสูงพอสมควรสำหรับเซ็ตชุดชั้นในลูกไม้ ฝ่ามือหยาบเปิดกล่องออกก่อนหยิบเพียงชั้นในลูกไม้สีดำออกมาแล้วสวมให้ภัทร เชษฐาบรรจงกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่นุ่มนิ่มขยุ้มเบา ๆ ให้เข้ามาโอบอูมอยู่ภายใต้ชั้นในลูกไม้อย่างเอ็นดู เขาทอดสายตามองลูกไม้สีดำตัวบางมีระบายตรงขอบเล็กน้อย มันกำลังปกปิดภัทรน้อยเอาไว้ในแบบที่เขาพอใจอย่างมาก ส่วนตัวบราเขาเก็บไว้ในกล่องดังเดิม
“ฉันตั้งใจจะใช้กับนายวันหลัง แต่นายดื้อ ฉันเลยต้องใช้มันเดี๋ยวนี้เลย” เชษฐายกยิ้มแล้วเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ของเขามาสวมให้ภัทรเป็นอันเรียบร้อยถึงได้เวลาเข้านอน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและแข็งแรงของเชษฐาทำให้ภัทรขยับเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าซุกอกกว้างแล้วผ่อนลมหายใจออกมา เชษฐารับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังสบายยามนอนในอ้อมกอดเขา แต่ลองเป็นตอนที่ได้สติสิ มีหวังได้ต่อปากต่อคำจนเขาต้องปิดปากอิ่มด้วยปากเขาเป็นแน่