หนี
คณินทร์ ฐิติวรรณ หนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปี หน้าตาหล่อเหลา ผมหยักศก สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร รูปร่างกำยำ แม้ผิวจะเป็นสีแทนตามประสาคนที่ทำงานอยู่กลางแจ้งเป็นประจำ แต่ก็ได้รับการบำรุงอย่างดี เพราะต้องดูแลคนงานเป็นจำนวนมากจึงไว้หนวด และเคราเล็กน้อยเพื่อให้ดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีดำเข้มดูดุดัน
เขาชอบใส่กางเกงยีนขาดๆ โทรมๆ สวมเสื้อยืดสีขาวแล้วคลุมทับด้วยเสื้อยีน สวมหมวกปีกกว้างทำจากหนังกลับสีน้ำตาลอ่อน จนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว คณินทร์เป็นเจ้าของบริษัททำสัมปทานรังนกที่ใหญ่ที่สุดในชุมพร มีสวนยาง สวนปาล์มน้ำมัน อยู่ในอำเภอสวีรวมกันกว่าหนึ่งพันไร่ ลึกเข้าไปบนภูเขามีไร่กาแฟที่ใหญ่พอๆ กันกับสวนปาล์ม และสวนยางพารา มีเรือประมงอีกกว่ายี่สิบลำ และปั๊มน้ำมันอีกสองแห่ง จัดเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของภาคใต้
บ้านพักริมทะเล เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ ผนังส่วนมากเป็นหน้าต่างกระจก เพราะเจ้าของบ้านต้องการให้ดูโปร่ง และมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านนอกได้โดยง่าย ภายในบ้านไม่ได้แบ่งซอยออกเป็นห้อง แต่ใช้การเล่นระดับแยกโซนตามประโยชน์ใช้สอย ส่วนที่เป็นห้องนอนเป็นชั้นลอยใต้หลังคาที่สามารถเปิดปิดเพื่อดูดาวยามค่ำคืน
ที่ระเบียงทางฝั่งชายทะเลของบ้านพัก คณินทร์ยืนกำลังเท้าสะเอวสั่งหัวหน้าคนงานสามคนที่ยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม สีหน้าของเขาดูน่าเกรงขาม น้ำเสียงฟังดูเฉียบขาด และมีอำนาจ
“ช่วงนี้ฉันยังไม่อยากวางใจ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเอาคนงานที่ไม่รู้ที่มาที่ไปขึ้นเกาะใหญ่เด็ดขาด คราวที่แล้วที่โจรขึ้นเกาะใหญ่ ฉันว่ามันคงแค่มาลองเชิงดูว่าเราคุ้มกันเกาะกันแน่นหนาแค่ไหน ถึงได้มากันไม่มาก คราวหน้ามันคงมากันเยอะกว่าเดิม”
“ครับนาย” หัวหน้าคนงานรับคำหนักแน่น นายเขียว ชายวัยสี่สิบสอง สูงประมาณร้อยหกสิบ รูปร่างท้วม แต่ดูบึกบึน ผิวสีแทนเข้ม หน้าตาดุดัน เป็นคนอำเภอสวีแต่ดั้งเดิม ทำหน้าที่คุมคนงานเก็บรังนก เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงตั้งแต่สมัยที่ตาและยายของของคณินทร์ยังทำเพียงแค่สวนปาล์ม และสวนยางพารา
“นายหัวคิดว่ามันจะกลับมาปล้นเราอีกหรือครับ” ครรชิต หนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบ หน้าตาคมสัน ผิวสีแทน คนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหัวหน้าการ์ดทั้งหมด ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามคณินทร์เสียงเครียด
คนเป็นนายหัวเราะในลำคอก่อนพูดขึ้นว่า “ฉันว่ามันมาแน่ แกก็น่าจะรู้นี่ว่าเป็นฝีมือใคร มันคงแก้เผ็ดเรื่องที่เราพาตำรวจไปจับเรือขนน้ำมันเถื่อนคราวที่แล้ว” คนเป็นลูกน้องพยักหน้า
“น้าแสง” คณินทร์หันไปทางไต้ก๋งเรือสูงวัยที่ดูแลคนงานประมง ชายอายุประมาณห้าสิบปลายๆ รูปร่างผอม ผมขาวเกือบหมด หัวล้านตรงกลาง เงยหน้าขึ้นมองพร้อมรับคำสั่ง
“คุมคนงานต่างด้าวดีๆ ละ อย่าให้ออกนอกพื้นที่เด็ดขาด เข้มงวดเรื่องยาเสพติด เรื่องเหล้าด้วย เอ้อ! แวะเข้าไปดูตาสมที่เอาเรือมาจำนองกับผมให้ด้วยนะ ไม่ได้จ่ายดอกมาหลายเดือนแล้ว ไปดูให้หน่อยว่ามีปัญหาอะไร”
“มันจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายดอกให้นายหัวละครับ วันๆ เอาแต่กินเหล้า ไม่เห็นจะออกเรือ ลูกสาวมันจะให้ผัวมันเอาเรือออกแทน ไอ้สมมันก็ไม่ยอม ผมว่าอีกไม่นานก็คงได้ขายเรือให้นายหัวขจรแน่ๆ”
เมื่อได้ยินไต้ก๋งเฒ่าบอกสิ่งที่ได้ยินมาจากคนในตลาด นายหัวหนุ่มขมวดคิ้ว สีหน้าเครียด นัยน์ตาวาวโรจน์ดูน่ากลัวขึ้นมาในทันที นายหัวขจรกับคณินทร์เป็นคู่แข่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน
ขจร กิจจำนง เป็นเจ้าของสัมปทานรังนกที่ใหญ่เป็นอันดับสองของชุมพร ธุรกิจอื่นๆ ที่มีก็คล้ายๆ กันกับที่คณินทร์ทำ เรียกว่าถ้าคณินทร์เข้าไปจับธุรกิจตัวไหน ไม่ช้านายหัวขจรก็จะตามไปเลียนแบบ และในการประมูลที่กำลังจะมาถึง นายหัววัยไม้ใกล้ฝั่งหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องประมูลเกาะหลักที่เป็นของคณินทร์อยู่ในตอนนี้มาเป็นของตัวเองให้ได้
“ถ้าเจอลูกสาวตาสม บอกให้เข้ามาคุยกับผมหน่อย”
ไต้ก๋งเรือเฒ่าอยู่กับคณินทร์มานาน รู้นิสัยของคนเป็นนายดี จึงพอจะเดาออกว่าคิดจะทำอะไร ถึงอยากจะ ทักท้วงว่าคนดื้อรั้นอย่างตาสมช่วยไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำใจ
“ช่วงที่ฉันไม่อยู่ก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่ต้องเกี่ยงกันว่าไม่ใช่หน้าที่แล้วโยนงานกันไปกันมา ประสานงานกันให้ดี แล้วกลับมาจะมีโบนัสให้” คณินทร์ยกนาฬิกาขึ้นมอง “ใครมีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า เดี๋ยวฉันต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว”
“เอ่อ!” หัวหน้าการ์ดหนุ่มอ้ำอึ้ง
“มีอะไร”
“นายหัวจะไม่ให้ผมตามไปคุ้มกันที่กรุงเทพจริงๆ หรือครับ ผมกลัวว่า”
“ไม่ต้อง” เพราะรู้ว่าลูกน้องกังวลเรื่องอะไรนายหัวหนุ่มจึงชิงตัดบทก่อน “ไอ้แก่นั่นมันไม่กล้าไปซ่านอกถิ่นหรอก ก็ดีแต่ทำใหญ่โตในถิ่นตัวเองเท่านั้นแหละ” เมื่อเห็นสีหน้าของครรชิตยังเต็มไปด้วยความกังวลจึงเดินเข้าไปตบบ่าคนที่เพิ่งจะพ้นวัยเบญจเพสมาไม่กี่ปีเบาๆ “ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่แกเป็นคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด เมื่อฉันไม่อยู่ แกก็ต้องดูแลที่นี่แทนฉัน อย่าให้ใครมันมาวุ่นวายกับอาณาจักรของฉันเด็ดขาด”
“ครับ นายหัว” หนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดรับคำหนักแน่น มองตามแผ่นหลังคนเป็นนายที่เดินเข้าไปในบ้านพักเพื่อไปออกประตูด้านหน้า สำหรับครรชิตแล้ว แม้คณินทร์จะสั่งให้ไปตายเขาก็พร้อมที่จะทำ
“นายหัวลืมอะไรหรือครับ” หัวหน้าการ์ดหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นเจ้านายเดินย้อนกลับมา
“ยัยลูกสาวผู้ว่านะสิ ไม่รู้จะตามตื๊ออะไรฉันนักหนา”
ครรชิตพยายามกลั้นขำ
“ถ่วงเวลาให้หน่อย อย่าให้ตามฉันทันเด็ดขาด” คณินทร์เดินตรงไปที่ชายหาด แล้วกวักมือเรียกไต้ก๋งเฒ่าให้รีบตามเขาไป “ขับรถไปส่งผมที่สนามบินที” พูดพลางส่ายหน้าเอือมๆ แล้วเดินอ้อมไปอีกด้าน
ครู่หนึ่งหญิงสาววัยยี่สิบห้าในชุดเซ็กซี่ เสื้อยืดรัดรูปสีขาว กางเกงรัดรูปสีทองเงาวับ รองเท้าส้นสูงสีส้ม แต่งหน้าเข้ม ผมยาว จมูกโด่ง คางแหลม และหน้าอกไซซ์สี่ร้อยห้าสิบซีซี ที่อิมพอร์ตจากเกาหลี กำลังเดินฉับๆ เข้ามา
“พี่คณินทร์ละ พี่คณินทร์ไปไหนแล้ว” ถามพร้อมชะโงกมองไปทั่วชายหาด
“นายหัวไม่อยู่ครับ” เมื่อเห็นสาวเปรี้ยวจะลงไปที่ชายหาดก็กระโดดขวาง “นายหัวไม่อยู่จริงๆ ครับคุณนนท์ปวีร์”
“อย่ามาโกหกฉัน ก็เมื่อกี้ฉันเห็นอยู่ว่าพี่คณินทร์เพิ่งจะเข้ามา”
หัวหน้าการ์ดหนุ่มอึ้งไป ในหัวพยายามหาคำโกหกใหม่สุดฤทธิ์ เมื่อเหลือบเห็นหัวหน้าคนงานเก็บรังนกกำลังขับเรือออกไปก็นึกออก “นายหัวไปท่าเรือครับ เห็นว่าจะรีบไปเกาะหลัก นั่นไงครับเรือออกไปนั่นแล้ว” ครรชิตชี้ให้ดูเรือเร็วสีขาวที่เพิ่งจะขับออกไป
“จะรีบไปไหนของเขานะ เพราะแกมาขวาง ฉันถึงตามพี่คณินทร์ไม่ทัน แล้วจะยืนบื้ออะไรอยู่ รีบพาฉันตามพี่คณินทร์ไปสิ” สาวเปรี้ยวออกคำสั่ง
“ไม่ได้หรอกครับ นายหัวห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นเกาะ” ครรชิตปฏิเสธเสียงหนักแน่น พร้อมย้ำด้วยแววตาดุๆ
“รู้ใช่ไหมว่าพ่อฉันเป็นผู้ว่าจังหวัดนี้”
หัวหน้าการ์ดหนุ่มพยักหน้า
“รู้แล้วก็ทำตามที่ฉันสั่ง”
“มีนายหัวคนเดียวเท่านั้นครับที่สั่งผมได้”
นนท์ปวีร์กระทืบส้นสูงอย่างแรง สีหน้าไม่พอใจ “กรี๊ด! ไอ้ขี้คุก คอยดูเถอะพี่คณินทร์กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะขอให้ไล่แกออก” แหวใส่ครรชิตเสร็จก็สะบัดตัวเดินกลับออกไป
หัวหน้าการ์ดหนุ่มถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ โล่งใจที่ทำงานสำเร็จ