“ฉันเกลียดคุณมาร์ติน ฉันเกลียดคุณ!”
เสียงหวานตะโกนใส่หน้าคนใจร้ายก่อนจะวิ่งจากไปทั้งน้ำตา ทิ้งให้ร่างสูงสง่ายืนหงุดหงิดเพียงลำพัง มาร์ตินทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังพลางกัดฟันกรอด ทั้งๆ ที่วันนี้ตั้งใจจะทำดีกับเจ้าหล่อนเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ไม่ได้พบหน้า แต่ทำไมต้องหาเรื่อง ทำไมต้องสร้างประเด็นให้ทะเลาะกันด้วย
เรื่องราวระหว่างเขากับน้ำเพชรเริ่มต้นจากการที่เธอมาสมัครงานเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของเขาในช่วงที่เขาเข้ามารับตำแหน่งแทนบิดา ตอนนั้นเขาต้องการผู้ช่วยหน้าใหม่เพราะเลขาฯ คู่กายของคุณพ่อต้องการย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างประเทศ และน้ำเพชรก็เป็นหนึ่งในผู้สมัครจำนวนนับร้อยคนที่สามารถผ่านการคัดเลือกจากประชากรนับแสน เวลานั้นความงามของเธอต้องตาต้องใจเขาเข้าอย่างจัง แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของหญิงสาวยังไม่เป็นที่โดดเด่นพอที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญ น้ำเพชรไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือกให้เข้าทำงานในฐานะมือขวาของท่านประธานหนุ่ม
ทว่าความหลงใหลที่มีต่อร่างอรชรล้นหลามเสียจนมาร์ตินไม่อาจยับยั้งความต้องการได้ ชายหนุ่มจึงสั่งให้ทางบริษัทฯ เรียกตัวเธอเข้ามาสัมภาษงานในตำแหน่งอื่นแทน ซึ่งหญิงสาวก็ทำได้ดีจนได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย น้ำเพชรเป็นคนขยันทำงานและมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น บรรดาเพื่อนร่วมงานต่างรักใคร่เอ็นดูเธอด้วยกันทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีพวกอิจฉาริษยาอยู่บ้างแต่เขาก็พยายามไม่สนใจ เพราะรู้ดีว่าเรื่องทำนองนี้ช่างธรรมดานักในหมู่สตรี ซึ่งล่าสุดผลงานของน้ำเพชรก็เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน มาร์ตินจึงประกาศเลื่อนขั้นให้ร่างบางขึ้นดำรงค์ตำแหน่งผู้จัดการแผนกฝ่ายบริหาร
ย้อนกลับไปตอนที่เขาเรียกให้เธอกลับเข้ามาทำงานที่บริษัทฯ หญิงสาวในเวลานั้นไม่ต่างอะไรกับดอกไม้แรกแย้มที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนอารมณ์ของภมรผู้ มาร์ตินใช้ความหล่อเหลาและเสน่ห์ที่มีดึงเธอเข้าสู่วังวนเสน่ห์หา โดยที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับไมตรีรักจากโฉมงามอย่างง่ายดาย น้ำเพชรเทิดทูนชายหนุ่มเปรียบเสมือนดั่งเจ้าชายขี่ม้าขาวก็ไม่ปาน
ที่ผ่านมาเธอน่ารักกับเขาเสมอ เธออ่อนหวานและอ่อนโยนทุกครั้งยามได้อยู่ใกล้ เงื่อนไขต่างๆ ที่เขาเสนอให้เธอก็ยินยอมรับมันด้วยความเต็มใจ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้คิดหนีห่าง ทำไมถึงได้คิดตีตัวจากทั้งๆ ที่เธอและเขาหลอมรวมเป็นคนๆ เดียวกันแล้ว!
“ไม่มีวันหรอกน้ำเพชร ไม่มีวัน…” ดวงตาหนุ่มแข็งกร้าวอีกครั้งเมื่อคิดถึงคำพูดของร่างแน่งน้อย
นาฬิกายี่ห้อดังราคาเหยียบล้านที่เขาซื้อให้ประดับบนข้อมือเรียวนั้นบ่งบอกเวลาเลิกงานให้ร่างบางได้รับรู้ หญิงสาวเก็บอุปกรณ์ส่วนตัวและหยิบแฟ้มงานที่ทำไม่เสร็จกลับไปสะสางต่อที่คอนโดฯ น้ำเพชรจัดการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดก่อนออกจากห้อง เธอไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าสะพายสีหวานติดมือไปด้วย ใบหน้านวลไม่สดใสเหมือนช่วงเช้า หลังจากไปพบกับเขาที่ห้องเธอก็บึ้งตึงและไม่ยอมพูดคุยกับใครอื่นยกเว้นเรื่องงานเท่านั้น สาวเจ้าทำราวกับเบื่อโลกที่ตัวเองแบกไว้จนแทบทนไม่ไหว
ร่างอรชรเดินไปตามเส้นทางอันคุ้นชิน รถคันหรูจอดเทียบริมฟุตบาตดึงสติของสาวน้อยให้กลับเข้าสู่โสตประสาทอีกครั้ง ดวงตากลมโตตวัดมองใบหน้าคมคายที่โผล่พ้นกระจกบานใส แว่นตาสีชาช่วยเสริมให้บุคคลิกของเขาดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นเท่าตัว
“ขึ้นรถ”
เสียงเข้มเอ่ยสั้นๆ แต่น้ำเพชรทำเมินเฉยเดินหนีห่าง ปากหยักเม้มสนิทเป็นเส้นตรง มือหนาบังคับยานพาหนะให้เข้าไปใกล้เธออีกครั้ง
“บอกว่าให้ขึ้นรถไง” คราวนี้เขาถอดแว่นออกเพื่อต้องการให้เธอเห็นประกายไฟจากนัยน์ตา “น้ำเพชร!”
มาร์ตินกัดฟันกรอด หล่อนจะยั่วโมโหเขาเกินไปแล้วนะ กล้าดียังไงมาทำหน้ามึนใส่กันแบบนี้
“ถ้าคุณไม่ขึ้นผมจะลงไปอุ้มคุณเดี๋ยวนี้”
“คุณไม่กล้าหรอก” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ
เขาน่ะหรือจะกล้าเสี่ยงทำอะไรแบบนั้น ในเมื่อกลัวนักกลัวหนาว่าคนในบริษัทฯ จะรู้ถึงความสัมพันธ์ลับระหว่างเขาและเธอ
“คุณอย่าท้าผมนะ คนอย่างผมทำได้ทุกอย่าง” มาร์ตินกดเสียงต่ำในลำคอ เกลียดนักพวกชอบท้าทาย
“หึ” น้ำเพชรยืนนิ่ง… จะว่าลองดีก็ย่อมได้ เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าชายหนุ่มไม่กล้าทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าสาธารณะชน จริงอยู่ที่พนักงานบางส่วนเดินทางกลับไปเยอะแล้ว แต่บริเวณใกล้ๆ กับบริษัทฯ แบบนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอยู่ดี
ให้มันรู้กันไปว่าสิ่งที่เธอคิดจะผิด
“ได้… คุณลองดีเองนะ” มาร์ตินยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ชายหนุ่มปลดสายนิรภัยออกจากตัวแล้วรีบเปิดประตูรถลงไปหาร่างบางทันที
“คุณมาร์ติน!” น้ำเพชรร้องเสียงหลง มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง “คุณปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ไม่กลัวคนมาเห็นหรือไง”
“ถ้ากลัวผมคงไม่อุ้มคุณขึ้นแนบอกแบบนี้หรอกที่รัก”
มาร์ตินกระซิบเสียงเข้ม ร่างสูงโปร่งสาวเท้าเดินไปที่รถแล้วจับแม่คนตัวดียัดเข้าไปด้านในอย่างแรง
“อย่าคิดที่จะหนี ไม่อย่างนั้นคุณได้โชว์หนังสดตรงนี้แน่” นิ้วชี้ทรงอำนาจจ่อที่ใบหน้าสวย
น้ำเพชรถอยทัพกลับไปนั่งบนเบาะตามเดิม ท่าทางและแววตาของเขามันน่ากลัวเกินกว่าที่จะเสี่ยง
“ถ้ามีคนเห็นคุณจะว่ายังไง” เธอยังคงกังวลต่อผลลัพธ์ แต่คนทำผิดกลับยิ้มระรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณมาร์ติน!” น้ำเพชรเสียงดังใส่
“จะเรียกอะไรนักหนา ไม่ต้องห่วงหรอกที่รัก คืนนี้คุณได้เรียกชื่อผมทั้งคืนแน่” ชายหนุ่มหันมายักคิ้วให้กับร่างบาง
“ไม่… ฉันไม่มีวันยอม!” หญิงสาวเสียงแข็ง เขาหายหน้าไปสองอาทิตย์เต็มๆ พร้อมกับมีข่าวลือมากมายว่ากำลังจะหมั้น ทิ้งให้เธอนอนคอยอย่างมีความหวังแต่ก็ไม่ใยดี
มาวันนี้กลับต้องการสิ่งๆ นั้นจากเธอ ฝันไปเถอะ
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใครมันจะแน่กว่ากัน” มาร์ตินมองคนตัวเล็ก ในเมื่อดื้อนัก เขาก็จะจัดการกำราบให้พยศไม่ออกเลยคอยดู