เจ้าเป็นผู้ใด...
บนหาดที่มีทรายเนียนละเอียดแต่เมื่อยามสัมผัสฝ่าเท้ากลับทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็น หญิงสาวที่คว่ำหน้านอนหลับอยู่บนผ้าคลุมพริ้ว ๆ ในชุดว่ายน้ำแนวสปอร์ต ส่วนบนเป็นชุดว่ายน้ำแขนยาวสีดำสนิท ส่วนด้านล่างเป็นบิกินี่เอวต่ำซึ่งมีผ้าคลุมผืนยาวผูกไว้ที่เอว เพื่อลดความเซ็กซี่ขึ้นมา เธออยู่คว่ำอยู่ตรงนั้นมาเกือบครึ่งชั่วโมงท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้ชายที่ยืนอยู่รอบตัวเธอแบบห่าง ๆ จนกระทั่งมีหญิงชราคนหนึ่งถือตะกร้าสานใบไม่ใหญ่มากเดินเข้ามาหา
"แม่หนู ช่วยยายซื้อของหน่อยสิจ้ะ" เพียงเรียกแผ่วเบาของหญิงชราทำให้เธอที่มีประสาทสัมผัสเร็วจากการฝึกการต่อสู้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการขี่เจ็ตสกีเเข่งกับน้องชายเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
"ขอเชิญออกไปจากตรงนี้ด้วยครับ" ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เธอที่สุด เขารีบวิ่งเข้ามาหาหญิงชราคนนั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมออกปากเชิญให้หญิงชราคนนั้นออกจากบริเวณที่เจ้านายพักผ่อนอยู่
"ยายแค่มาขายของเองพ่อหนุ่ม"
"ไม่เป็นไรค่ะพี่นิล" หญิงสาวในชุดว่ายน้ำยกมือห้ามบอดี้การ์ดที่ตรงเข้ามาไล่หญิงชรา
"ครับ คุณหนูใหญ่" บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำพร้อมกับก้มหัวทำความเคารพแล้วจึงเดินกลับไปยืนอยู่ที่เดิม พอห้ามบอดี้การ์ดของตนเองเสร็จก็ลุกขึ้นมานั่งคุยกับคนตรงหน้า
"แม่หนูช่วยยายซื้อสักอย่างสิจ้ะ วันนี้ยายยังขายไม่ได้เลย ไม่รู้จะมีเงินกินข้าวหรือเปล่า" หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมหยิบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เธอดู
"มีอะไรขายบ้างคะ" หญิงสาวเอียงคอดูพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ของในตะกร้าคาดเดาจากสายตาก็คงมีราคาไม่ถึงห้าร้อยบาทซะด้วยซ้ำ
"มีหลายอย่างเลยจ้ะ แม่หนูลองดูก่อนได้" มือสากผิวแห้งกร้านบ่งบอกว่าคนตรงหน้าอายุมากแล้ว เธอยิ้มแย้มให้ลูกค้าตรงหน้า มือก็พยายามหยิบของชิ้นนั้นชิ้นนี้มาให้หญิงสาวที่พอจะเป็นหลานของเธอได้ ขณะที่ปากก็ยังขาสของไม่หยุด
"นี่ค่ะ" หญิงสางในชุดว่ายน้ำส่งธนบัตรใบสีเทาสองใบให้หญิงชราตรงหน้า เธอรีบยกมือขึ้นโบกปฎิเสธไปมาพัลวัน
"ไม่ได้จ้ะ นี่มันมากเกินไปยายรับไม่ได้หรอกจ้ะ" หญิงชราพูดอย่างลนลานเพราะหญิงสาวตรงหญิงยื่นเงินให้แต่จะไม่รับของ เธอจึงรีบปฏิเสธทันที หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงรับของมาหนึ่งชิ้นแล้วยื่นเงินให้เท่าเดิม
"ยายเอาไปเถอะค่ะ หนูเอาอันนี้ก็แล้วกัน ส่วนที่เหลือยายเอาไว้ขายให้คนอื่นนะคะ เงินนั่นก็เก็บไว้ซื้ออะไรกิน" หญิงชรากล่าวขอบคุณสำหรับน้ำใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปแต่ก่อนจะเดินไปเธอยังทิ้งคำพูดบางคำเอาไว้
"ใช้มันให้คุ้มนะแม่หนู" พูดจบก็เดินจากไปส่วนลิลลาก็ลุกขึ้นเก็บของเพราะเริ่มใกล้จะค่ำแล้ว เมื่อเก็บของเสร็จเธอก็เดินกลับห้องพัก โดยมีบอดี้การ์ดชายเดินตามไปเงียบพอถึงหน้าห้องพักของเธอ บอดี้ก็ผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าตามเวลา
ภายในห้องพักสุดหรูที่ถูกแยกออกมาจากโรงแรมขนาดใหญ่ โดยเป็นที่พักส่วนตัวสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวเช่นเธอ เมื่อเดินเข้าไปในห้องเท้าเล็ก ๆ ตรงไปยังห้องน้ำในห้องพัก เธอถอดผ้าผูกเอวซีทรูสีดำออกแล้วลงไปนอนแช่ในอ่างที่พึ่งจะเปิดน้ำใส่
เธอหยิบกระเป๋าผ้าที่ถือติดมือมาวางไว้บนขอบอ่างอย่างระมัดระวัง เปิดกระเป๋าหยิบเอาไอแพดรุ่นล่าสุดขึ้นมาเปิดหน้าซีรีส์ที่ดูค้างอยู่ ก่อนจะตั้งมันไว้ที่ข้างกระเป๋าผ้า มือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อค้นหาหูฟัง พอหยิบได้ก็เอาขึ้นมาใส่หูไว้ หลังจากนั้นก็กดเปิดซีรีส์แล้วนอนแช่น้ำอย่างสบายใจ พร้อมหยิบขนมขึ้นมากินระหว่างที่ตาจ้องไอแพดอยู่
ขณะที่นึกอะไรบ้างอย่างได้ก็วางขนมไว้แล้วหันไปค้นกระเป๋าของตัวเอง แต่กลับล้วงไปเจอสิ่งของรูปร่างไม่คุ้นมือราวกับมันไม่ใช่ของ ๆ ตนเอง จึงหยิบออกมาดูก็พบว่าเป็นกระจกอันเล็กขนาดครึ่งฝ่ามือ สลักลวดลายเก่าแก่
"ของที่ซื้อมาแน่เลย เก่าชะมัดแบบนี้จะไปขายได้ยังไง" ลิลลาพึมพำคนเดียวขณะเดียวกันมือข้างซ้ายของเธอ ก็พลิกกระจกไปมาเพื่อสำรวจความเก่าของกระจก
"เอ๊ะ!...นี่มัน" เสียงหวานเปล่งออกมาพร้อมกับเช็ดฝุ่นหลังกระจก ที่บดบังอักษรจีนซึ่งถูกสลักไว้ด้านหลังของกระจก เธอใช้ริมฝีปากบางเป่าลมเล็กน้อยเพื่อไล่ฝุ่นแล้วจึงอ่านอักษรด้านหลังอย่างชำนาญ
"สุยซินสั่วอวี้ (ทำได้ดังใจปรารถนา) " อ่านจบเพียงไม่กี่วินาที ไฟในห้องทั้งหมดก็ดับลงรวมถึงไอแพดที่กำลังเล่นอยู่เช่นกัน เธอหันไปหยิบกระเป๋าเพื่อล้วงเอาโทรศัพท์มือถือ แต่จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างจ้าจนต้องหลับตาเพื่อหลบแสง เธอคาดว่ามันคงมาจากไอแพดตรงหน้าแน่ ๆ
ฉันลืมตาขึ้นหลังจากรู้สึกว่าแสงจ้านั่นลดลงไปแล้ว แต่พอลืมตาขึ้นฉันกลับพบเรื่องประหลาด ทุกอย่างรอบตัวฉันมันแปลกไปหมด เมื่อกี้ฉันยังนั่งแช่จางกุดซี่อยู่ในห้องพักโรงแรมอยู่เลย แม้ตอนนี้จะยังแช่น้ำอยู่แต่มันไม่ใช่จางกุดซี่อีกแล้ว กลับเป็นถังไม้ใบใหญ่ที่มีน้ำอุ่นอยู่เกินครึ่ง ตรงหน้าของฉันมีคนผมยาวยืนอยู่ถอดเสื้ออยู่หน้าถังไม้ใบใหญ่ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะคน ๆ นั้นยืนหันหลังให้ฉัน
ถ้าจะพูดให้ชัด ๆ ก็คือที่นี่อาจจะเป็นห้องน้ำและคนตรงหน้าก็ถอดเสื้อเพื่อจะแช่อ่างอาบน้ำนี้ ส่วนฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน
"ฉันเมาแดดหรือเปล่าเนี่ย…" ฉันพึมพำกับตัวเองพร้อมใช้มือทุบหัวตัวเองเบา ๆ เผื่อจะช่วยให้หายจากภาพหลอนตรงหน้า
"เจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงเข้ามาในห้องอาบน้ำของข้าได้" พอฉันพูดคนตรงหน้าคงจะได้ยินเสียง เขาหันกลับมาด้วยสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก พร้อมถามฉันที่ยังนั่งแช่น้ำอยู่ในอ่างและในมือขวาถือกระเป๋าผ้าของตัวเองอยู่
"นอกจากภาพหลอนแล้ว ฉันยังหูฝาดอีกเหรอเนี่ย บ้าจริง ๆ หรือจะเป็นเพราะกินยาแก้แพ้" ฉันพูดพร้อมสะบัดหัวแรง ๆ ไล่ความประสาทหลอนของตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดการกระทำทันทีที่ปลายคม ๆ ของกระบี่จี้อยู่ที่คอ
"บ้าน่า! นี่เรื่องจริงเหรอ" ฉันอุทานกับตัวเองเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ที่คอ เดาว่าตอนนี้คงมีเลือดไหลนิดหน่อยแล้วล่ะ
"ข้าถามว่าเจ้าเป็นผู้ใดกัน" ผู้ชายคนนั้นถามฉัน พร้อมกับใช้กระบี่ในมือกดลงบนผิวขาว ๆ ที่คอของฉัน