ม่านลดานั้นตื่นขึ้นมาในเตียงของโรงพยาบาล เธอยังไม่ได้กลับห้องตั้งแต่เมื่อวาน เธอพยายามนึกว่ามาที่นี่ได้ยังไง แต่แผลที่ขมับทำให้เธอปวดหัวจนคิดอะไรไม่ค่อยออก เธอตั้งสติอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีคุณหมอขับบิ๊กไบค์เฉี่ยวเธอจนล้มลง เป็นเหตุให้เธอต้องมานอนที่นี่ข้ามคืน เธอจะถามใครได้นะ ค่ารักษาพยาบาลจะต้องจ่ายมากแค่ไหนกัน เธอลุกจากเตียงไม่ได้เพราะแขนเธอยังมีสายน้ำเกลืออยู่ แต่นี่มันห้องพิเศษนี่นา ใครจ่ายให้เธอกันล่ะทีนี้ ที่หัวเตียงมีกระดาษวางอยู่ม่านลดาจึงหยิบมาดู ข้อความในกระดาษเขียนไว้ว่า
"หากตื่นแล้วให้กดเรียกพยาบาลนะคะ" ม่านลดาจึงกดเรียกทันทีตอนนี้จะเที่ยงแล้วสินะ เธออยากกลับห้อง บ่ายเธอมีงานที่ร้านคุณป้า ขณะที่ขยับตัวรออยู่นั้นเธอได้ยินเสียงเปิดประตู คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่พยาบาลแต่เป็นหมอที่ขับรถชนเธอเมื่อวานนี้
"คนไข้ครับ ตอนนี้อาการเป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนเพิ่มรึเปล่า"
อชิยิ้มให้คนสวยที่นอนบนเตียง ความจริงแล้วเขามานั่งเฝ้าเธอตั้งแต่เมื่อคืน พอเขารบกับซินดี้จบเขาก็รีบเคลียร์บัญชีแล้วมาที่นี่ทันที เขาขึ้นเวรเช้า บ่ายสามเขาก็จะลงเวรแล้ว และจะพาเธอไปส่งบ้านหากเธอไม่เป็นอะไร
" เอ่อ หนูไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ มีปวดแผลนิดหน่อย ขอออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ได้รึเปล่าคะคุณหมอ" อชิรู้จากประวัติที่ลูกน้องส่งมาแล้ว เธอเป็นเด็กกำพร้าอย่างสมบูรณ์เมื่อวานนี้เอง มิน่าเธอถึงบอกเขาว่ามันคือวันนรกแตก
"ทานข้าวทานยาแล้วนอนพักอีกสักหน่อยเถอะนะ เดี๋ยวหมอลงเวรบ่ายสามแล้วหมอจะไปส่งเอง"
"แต่ว่าหนูมีงานตอนบ่ายค่ะคุณหมอยังไม่ได้โทรไปลางานเลยด้วยซ้ำ เกรงใจเจ้าของร้านค่ะแล้วก็ ม่านไม่ได้เป็นอะไรแล้วนะคะ" อชิยิ้มในหน้าเล็กน้อยเธอเรียกชื่อตัวเองกับเขาหรอ น่ารักจัง...เผลอตัวสินะหนูม่านลดา
"ค่าใช้จ่ายหมอเป็นคนออกเองทุกบาท อย่าเพิ่งงกนักเลย นอนพักก่อนเถอะ ถ้ายังไงบ่ายสามหมอไปส่งที่ร้านดีมั้ย? อ่อแล้วนี่ก็มือถือของหนูค่ะ" อชิยื่นมือถือคืนให้ม่านลดา เขาเอาไปเช็คทุกอย่างตั้งแต่เมื่อวาน ในมือถือของเธอมีแอปธนาคาร สื่อโซเชียลที่เขาแอบกดรับเพื่อนทิ้งไว้ แอดไลน์ไว้ไม่บอกเธอ แอบบันทึกแม้กระทั่งหมายเลขบัญชี ทุกขั้นตอนที่ทำ ไม่ใช่แค่เขาที่งงตัวเอง ลูกน้องคนสนิทตกใจเหมือนเห็นผีขี่คอเขาอยู่เลย แต่ช่างเหอะเขาแค่อยากรับผิดชอบที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวแค่นั้นเองจริงๆ
"เกรงใจจังเลยค่ะ ที่จริงเมื่อวานหนูก็ผิดนะคะที่เดินเหม่อลอยแบบนั้น ปกติหนูเป็นคนหูตาไวจะตาย" แหงล่ะเจอแบบเธอมาใครมีสติก็บ้าแล้ว ลูกน้องเขาสืบทุกอย่างมาให้เขาอย่างละเอียด ทำให้เขาอยากเล่นกับโคลนตมในบ้านนั้นซะจริงๆ สงสัยต้องลองหน่อยแล้ว เขาเห็นม่านลดาหน้าซีดเผือดจึงรีบเดินเข้าไปจับที่หน้าผาก ไข้กำลังขึ้นแผลติดเชื้อหรอ เช็คอีกรอบละกันเพราะถ้าเธอออกไปพร้อมเขาไม่ได้เขาจะนอนกับเธอที่นี่
"ขอหมอตรวจหน่อยนะครับ"
หัวใจเธอเต้นแผ่ว และความดันเหมือนจะช้าลงกว่าปกติ เขากดเรียกพยาบาลทันที
"ค่ะคุณหมออชิ มีอะไรให้ช่วยคะ"
"เอาอุปกรณ์วัดออกซิเจนเข้ามาให้ผมที แล้วเตรียมCT อีกรอบนะ"
"อาการทรุดหรอคะรับทราบคะ"
ยังไม่ทันที่เขาจะวางสายกับพยาบาล ม่านลดานั้นสลบไปดีที่เธอเอนมาทางที่อชินั่งอยู่ หมอหนุ่มตกใจและคว้าตัวเธอมากอดทันที เขาพยายามปลุกม่านลดาให้ตื่นขึ้นมา แปปเดียวอุปกรณ์ทุกอย่างก็ถูกเข็นเข้ามารวมถึงเตียงเคลื่อนย้ายด้วย อชิรับเครื่องมือวัดออกซิเจนมาเสียบเข้าที่นิ้วของเธอในทันทีแปปเดียวเสียงเครื่องดังขึ้นมาเขารีบอ่านค่า ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ทำไมเธอสลบไป
"เตรียมCT รึยัง วัดไข้ให้ผมหน่อย เพิ่มน้ำเกลืออีกถุงนะ แล้วก็ย่าฆ่าเชื้อด้วย คุณพยาบาลครับขออุปกรณ์เย็บแผลครับ"
"คุณหมอจะเย็บใหม่หรอคะ"
"ผมจะเปิดแผลดูอีกรอบครับ"
พยายาลส่งถุงมือและอุปกรณ์ให้กับอชิในทันที ปกติต้องเป็นหมอท่านอื่นมาดูแลเคสนี้แต่หมออชิขอดูแลเองจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล แฟนคุณหมอรึเปล่านะแต่เธอยังเด็กอยู่เลยนะ พยาบาลได้แต่คิดในใจไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไร
"พาไปสแกนสมองอีกรอบครับ"
อชิออกคำสั่งแล้วเดินตามไปในทันที ดูท่าแล้วคืนนี้เขาคงต้องนอนที่นี่จริงๆ จึงหันไปบอกพยาบาล
"พี่แมวครับคืนนี้ผมจะเฝ้าไข้คนไข้คนนี้ ถ้ามีเคสฉุกเฉินหนักๆ มาตามได้นะครับ เผื่อหมอตั้มรับมือไม่ไหว" พยาบาลยิ้มอ่อนแล้วพยักหน้ารับทราบแต่ยังเอ่ยถาม
"แฟนคุณหมออชิหรอคะ สวยมากเลยนะคะ แต่เสียดายยังเด็กอยู่เลยน๊าาาาา" อชิยิ้มก่อนจะตอบแบบสองแง่สามง่าม
"พี่แมวว่างั้นหรอครับ ผมว่าโตแล้วนะ" ใช่ที่โตน่ะหน้าอกอวบอิ่มนั้นตะหาก เรือนร่างที่เหมือนสาวๆ อายุยี่สิบกว่าๆ เธอโตเกินกว่าวัย
"แหม เสียงไอของคุณหมอนี่คงจะเป็น คุกๆๆๆๆ แน่ๆเลยค่ะพี่แมวว่า" ก่อนที่สองคนจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
เตียงคนไข้ถูกเข็นเข้าห้องสแกนเขาและพี่แมวยืนอยู่อีกฝั่งของเครื่อง เขารีบมาดูผลการวินิจฉัยของเครื่องนี้ ว่าสาเหตุอะไรทำให้เธอสลบไปทั้งๆ ที่นั่งคุยอยู่กับเขาแท้ๆ ผลตรวจอย่างละเอียดออกมาก็ปกติดี หรือว่าเธอเหนื่อยสะสมกันแน่นะ กลไกของร่างกายเลยทำให้สลบไปอีกครั้ง
"พาเธอกลับไปพักเถอะครับเดี๋ยวผมจะมาดูอีกทีตอนลงเวรแล้ว"
เขารีบเดินไปทำงานของตัวเองต่อทันที วันนี้ห้องฉุกเฉินเงียบผิดปกติ หรือจะเป็นใจให้เขามาเฝ้าคนสวยกันแน่นะ แต่ยังไม่ทันที่ความคิดนั้นจะจบลง เสียงไซเรนรถพยาบาลดังเป็นสัญญานมาสามคัน เคสหนักมั๊ยนะ อชิรีบวิ่งลงไปชั้นล่างในทันที แค่สามชั้นเขาไวกว่าลิฟต์แน่นอน
พอเขาลงมาถึงรถคันแรกจอดพอดี คันแรกเป็นคนท้องแก่จะคลอดเขาส่งต่อแผนกสูตินารีเวช ส่วนคันที่สองเป็นคนแก่ที่หายใจไม่ออก มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว และคันสุดท้ายเหล็กเสียบท้อง คนไข้ถูกย้ายลงมาพร้อมหมอเวรที่นั่งคุกเข่าคร่อมคนเจ็บไว้เพื่อจับเหล็กไม่ให้เขยื้อน อันนี้สิงานที่เขาต้องทำ
"คนเจ็บเป็นยังไงบ้างครับ สัญญาณชีพล่ะครับ"
" หัวใจ 50 ความดัน75/190 ครับ" อชิตกใจนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าหมอที่อยู่บนตัวคนเจ็บ
"ญาติมาด้วยมั้ยครับ คนเจ็บเลือดกรุ๊ปอะไร"
"เลือดกรุ๊ปเอบีค่ะคุณหมอ"
อชิตกใจรอบที่สองเพราะกรุ๊ปนี้มีน้อยมากในโรงพยาบาล จะให้เขาบริจาคเขาก็ทำผิดข้อการบริจาคไปหลายอย่างแล้ว แต่ถ้าไม่มีเขาจะให้เอง ไวเท่าความคิดอชิสั่งการทันที
"ไปตามพี่แมวมาบอกเคสสีแดงและบอกว่าผมเรียก ไปเตรียมเลือดห้าถุงเกร็ดเลือดสอง อุ่นน้ำเกลือสองพันซีซีตอนนี้เลยเร็ว"
ทุกคนรีบทำตามเขาทันที อชิใส่ถุงมือและรีบไปคุยกับหมอที่อยู่บนเตียงคนเจ็บ
"หมอตั้มคนเจ็บยังไหวมั้ยครับ"
"หมอชิ คนเจ็บหมดสติมาสิบนาทีก่อนถึงโรงพยาบาล"
อชิรีบแตะดูชีพจรที่ต้นคอ ก่อนจะบอกให้หมอตั้มปล่อยมือ คนเจ็บอยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว เสียงพยาบาลและผู้ช่วยพูดคุยกันเพื่อเตรียมรับมือเหตุการณ์นี้
"หมอชิจะผ่าเองหรือส่งเคสคะ จะได้ติดต่อได้ถูก"
"ตามอาจารย์ฟางมาด่วนเลยบอกเคสสีแดงระดับสิบ"
ถ้าช้ากว่านี้คนไข้คนนี้จะไม่รอดแน่ๆ ตอนนี้เขาต้องเอาเหล็กออก
"ทุกคนจับคนไข้นิ่งๆ พี่แมวมารึยังครับ"
"พี่มาแล้วค่ะหมอชิ ทุกอย่างพร้อมค่ะ"
"หมอตั้มเตรียมผ้าก๊อซเยอะๆ เลยครับ ผมจะดึงเหล็กออก"
อาจารย์หมอฟางวิ่งหน้าตื่นเข้ามาก่อนจะรีบใส่ถุงมือและเข้าไปดูเคสกับอชิในทันที
"หมอชิคิดว่าไงบ้าง มีกี่เปอร์เซ็นต์"
"ครึ่งๆ ครับพี่ฟาง ตอนนี้เราต้องรีบแล้วครับ ผมให้คนเตรียมห้องผ่าตัดแล้ว เตรียมเลือดห้าถุงและอุ่นน้ำเกลือรอแล้วครับ อ่อแล้วก็มีเกล็ดเลือดอีกสองถุงนะครับ คนไข้กรุ๊ปเอบี ฝากด้วยนะพี่ ถ้าเลือดทำท่าไม่พอรีบตามผมทันที"
"มาพี่ช่วยเอาเหล็กออกเอง เตรียมโป๊ะผ้าก๊อซทันทีที่ดึงออกนะ พี่แมวให้เด็กเอาเลือดส่งหมอแลปทีค่ะ"
"หมอชิเราจะนับหนึ่งสองสามแล้วดึงขึ้นนะ หมอชิกดตรงขอบแผลนะพี่จะดึงเหล็กออกเอง เอานะ
หนึ่ง.
สอง..
สาม..." ชั้วะ ปื๊ดดด
เสียงเลือดพุ่งกระฉูดตามออกมาทันทีดังคาดและหมอตั้มก็ไวรีบโป๊ะผ้าก๊อซทันที เลือดนั้นนองพื้นและเลอะหมอนิดหน่อย ดีที่ป้องกันไม่ให้เข้าไปที่หน้า อชิรีบเอาผ้าก๊อซยัดซับกดแผล บนพื้นเจิ่งนองไปด้วยเลือด พยาบาลรีบให้น้ำเกลือในทันทีตามคำสั่ง หมอฟางที่มองอยู่จับชีพจรที่คอก่อนจะตาเหลือกลาน
"ชิคนไข้หัวใจหยุดเต้น ปั้มเร็ว"
อชิรีบโดดเข้าไปปั้มหัวใจในทันที คนที่ห้ามเลือดก็ห้ามไป หมอฟางรีบใส่ท่อในทันทีทุกนาทีมีค่ามาก ยิ่งเสียงร้องไห้ระงมของลูกเมียคนไข้ดังเข้ามาเท่าไหร่ ยิ่งบีบหัวใจทุกคนในนี้เช่นกัน ทั้งเลือดทั้งเกร็ดเลือดทุกอย่างถูกแทงเข้าไปในร่างกายคนเจ็บ หมอฟางจับชีพจรอีกครั้งเขากลับมาแล้ว
"ชิคนไข้กลับมาแล้ว ชีพจรกลับมาแล้ว"
"เลือดหยุดไหลแล้วครับพี่หมอฟาง" ทุกคนหอบเหมือนแข่งวิ่งมาราธอนเพิ่งจบลง แต่เปล่าเลย พวกเขาจะต้องเข้าห้องผ่าตัด
"ชิอยู่นี่ ตั้มไปพักก่อน เดี๋ยวพี่กับทีมจะทำเอง เชื่อมือพี่เถอะ อชิสแตนบายนะเผื่อต้องใช้เธอ" อชิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ใช้เขาคือ ใช้เลือดของเขานั่นเอง เขาเหนื่อยแทบขาดใจในแต่ละวันเขาอาจจะตายคาห้องนี้ไปเลยในสักวัน แต่เขาลาออกไม่ได้แม้จะรวยแค่ไหนก็ตาม เพราะเขารักอาชีพนี้ เขาถอยไปนั่งพักก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมือถือมาดู แต่กลายเป็นว่ามือถือของม่านลดาดังพอดี เขาไม่รับสายแต่ให้มันหยุดไปเอง มองหน้าคนสวยที่ยิ้มหวานบนจอมือถือทำให้เขาอยากนอนข้างๆ เธอจริงๆ เขาจะฝันดีแค่ไหนนะ แต่เดี๋ยวก่อนนะนี่เขาคิดอะไรนะ เจอกันแค่วันเดียวแต่เขากลับติดเธอแล้วงั้นหรอ รอเคสนี้ผ่าเสร็จก่อนเหอะเขาจะขึ้นไปนอนข้างบนจริงๆ เขาขับรถไม่ไหวแล้ว พี่แมวเห็นหมอชิซีดๆ จึงรีบมาถาม
"หมออชิไหวมั้ยคะ พี่แมวว่าล้างเนื้อล้างตัวแล้วลงเวรเถอะค่ะนี่ก็บ่ายสามแล้วนะคะ"
นี่เขารบรากับเคสคนไข้นานขนาดนี้เลยหรอ เวลานรกแตกสินะ เขาจึงยิ้มให้พี่แมวก่อนจะรีบอาบน้ำแล้วไปหาเด็กน้อยของเขาในทันที หน้าห้องหมอเจ้าของไข้คือเขา เขาสั่งพยาบาลว่าไม่ต้องเข้าตรวจเขาจะนอนพักในนี้ หากมีอะไรเขาจะเรียกเอง เขาเดินเข้าไปแล้วล็อคประตูในทันที ตาเขาจะปิดแล้ว ม่านลดาตื่นอยู่แต่เขาไม่สนใจ เดินไปวางกระเป๋าและทุกอย่างบนตักของคนสวยแล้วล้มตัวลงนอนข้างเธอแล้วบอกว่า
"เฝ้าของให้พี่หน่อยนะ พี่ไม่ไหวแล้ว" ม่านลดายังไม่ทันจะพูดอะไรต่ออชิก็นอนข้างเธอและเอาแขนมากอดเอวเธอไว้ เขาหลับจริงๆ กรนเบาๆ เธอจึงให้นอนต่อไปตื่นมาค่อยเก็บค่าปวดหลังกับเขาแทน
ม่านลดานั้นนั่งพิจารณาคุณหมอ คิ้วเข้ม จมูกโด่งสันคม ปากแดง ผิวขาวจัด ใครจะเชื่อว่าหมอ ถ้าบอกเป็นดาราสิน่าเชื่อมากกว่าซะอีก เธอจึงล้มตัวนอนข้างเขาแทนคอยเคลียร์กันตอนตื่นนอนเถอะ...