CHAPTER 3
@Valdez, Alaska, USA
23.45 P.M
ลูกไฟลักษณะวงกลมหลากหลายสีสันส่องประกายสะท้อนไปทั่วทุกสารทิศในเมืองใหญ่ความแวววาวของสีสันหลากหลายเฉกสีพวกนั้นฉายสว่างออกท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวสะอาดแทบทุกจุดในเมืองนี้ Valdez Alaska ได้รับการขนานนามว่ามีหิมะตกหนักสุดของสหรัฐอเมริกาถึงจะเป็นเมืองขนาดเล็กทว่ากับถูกโอบล้อมไปด้วยธารน้ำแข็งของภูเขา Chugach เมืองนี้ส่วนมากอาชีพหลักเกี่ยวกับการประมงและธุรกิจสกีรีสอร์ทด้วยเหตุผลนี้ไงฉันถึงมาอยู่ที่นี่
เพราะธุรกิจ
เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้
การโปรยปรายของสิ่งหนึ่งที่เบาปลิวตกมาจากท้องฟ้าสาเหตุทำให้คืนอันหนาวเหน็บพอมีอะไรให้น่ามองขึ้นมาหน่อยซึ่งต่างจากเมืองร้อนอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนบรรยากาศนอกอุณหภูมิติดลบแน่ถึงได้เกิดหิมะโปรยลงมาแบบนี้ถัดกันหลายชั่วโมงแล้วจุดสูงสุดของที่อยู่ของฉันมันสามารถเห็นได้ชัดเจนรอบทิศทางจะเรียกว่าเป็นที่ให้เห็นวิวหลักล้านก็ไม่แปลกอะไรเท่าไหร่นัก
ท่ามกลางอุณหภูมิข้างนอกติดลบทว่ากลับกันด้านในนี้มันอบอุ่นยิ่งเมื่อมีแก้วไวน์สีแดงรสชาติเยี่ยมการรันตีด้วยรางวัลระดับโลกมาให้จิบผ่อนคลายอีกทั้งยังอบอวนไปด้วยเทียนหอมกลิ่นโปรด
การแช่อาบน้ำนมอุ่นโดยมีกลีบกุหลาบสีแดงล่องลอยเอาไว้เต็มอ่างถือว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดสำหรับผู้หญิงใช้เงินเปลืองแบบฉัน เงินเป็นตัวสำคัญในการทำแบบนี้เพราะนึกเสมอว่า เงินสามารถซื้อความสุขให้กับตัวเองได้ และฉันก็ได้ใช้มันซื้อความสุขแบบนี้มาเรื่อยด้วยอิทธิพลของคำว่าเงิน นาทีที่ศีรษะวางกระทบกับผ้านุ่มเหมาะกับลำคอบนขอบอ่างส่วนลำตัวก็ยังแช่น้ำนมอุ่นทำเอาความรู้สึกผ่อนคลายดีขึ้นมาคลายความเมื่อยล้าสะสมระหว่างวันลง
แกร็ก...
กระทั่งเสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นมาพร้อมกับการเคลื่อนตัวที่เงียบสงบแต่ก็ยังไร้ซึ่งประโยคเอ่ยพูดอะไรทั้งนั้นตอนนี้จึงมีแค่ความเงียบงันเกิดขึ้นเท่านั้นในตอนนี้
คนนี้รู้เวลา
คนนี้รู้หน้าที่ตัวเอง
และคนนี้ก็อยู่กับฉันมานานมาก ด้วยการทำงานที่ค่อนข้างฉับไวรวดเร็วไม่ต้องให้เอ่ยหรือสั่งซ้ำแม้สักครั้งเดียวอีกอย่างคือมีมารยาทสูงรู้จักเวลาไหนควรผ่อนปรนเวลาไหนควรจริงจัง ความเป็นมืออาชีพที่หาใครรู้ใจได้ไม่เท่าในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือว่าคนนี้สอบผ่านมาตรฐานสูงของตัวฉันที่สุด
“ว่ามา”
การพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบและไม่ขยับตัวออกจากอ่างอีกทั้งยังหลับตาของฉันมันคือเรื่องปกติมากกว่า การทำแบบนี้เป็นประจำวันในทุกวันที่มีเวลาทำให้อีกฝ่ายรับรู้และไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายนักหากเรื่องด่วนที่เข้ามาไม่ได้สำคัญ
แต่คงไม่ใช่กับตอนนี้แน่ๆ
“เรื่องงานที่ไทยมีปัญหาค่ะนายหญิง”
“จากใคร”
ทราบดีว่าการทำงานมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไปหรอกอย่างน้อยๆ ก็จะมีปัญหามาให้ปวดสมองมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวและแปลกนะปัญหาจะเกิดขึ้นจากอีกฝ่ายมากกว่าฝ่ายของตัวเองเสียอีก
“นางแบบที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวหลัก”
“แทรีน่า?”
น่าสนใจขึ้นมานิดหน่อยหากเป็นเรื่องคนนั้น
รู้สึกอยากรู้จักมากกว่านี้
กับคนๆ นี้
“ใช่ค่ะ”
“ยังไง”
เพราะอยากรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะทำอะไรถึงจะเคยได้ยินมาบ้างรับรู้ประวัติอะไรหลายๆ บ้าง วีรกรรมอันแสบสาหัสของหล่อนที่ทำให้ทั่วทั้งวงการขยาดจะเกิดขึ้นกับงานปัจจุบันเช่นไรในทางกลับกันทำให้เกิดผลเสียมากหรือน้อยแค่ไหนจะได้คิดทบทวนอีกครั้งหนึ่ง
คำว่าธุรกิจ คำว่าลงทุน คำว่าเม็ดเงินมหาศาล หากมันเกิดขึ้นจากสกุลเจอร์รีสไม่มีทางที่จะเอาคำว่ากำไรกลับมาไม่ได้ถึงแม้อีกฝ่ายอาจจะมีแบล็คหลังก็เถอะ
แค่อำนาจมันจะสู้กับมหาอำนาจได้ยังไงกัน
“วันนี้ทางนั้นส่งข่าวมาบอกว่าเธอไม่มาถ่ายงานตามแพลนที่กำหนดไว้ ปล่อยให้คนทั้งกองรอกว่าร้อยชีวิตพอผ่านมาตอนเย็นจึงค่อยให้ผู้จัดการมาบอกว่ามีธุระสำคัญมากและฝากขอโทษค่ะ”
“เด็กจัง...” เมื่อได้ยินแบบนั้นริมฝีปากของตัวเองกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนยกไวน์ขึ้นมาดื่มให้รสชาติผ่านกลืนลงลำคอ คิดไว้ไม่มีผิดว่าต้องเจออะไรทำนองแบบนี้เมื่อจะเลิกเสียทีกับการที่คิดว่าใหญ่ เด่น ดัง นามสกุลที่คนให้ความสนใจจะสามารถเป็นจุดศูนย์กลางทุกอย่างได้ “ไม่คิดว่าจะเด็กขนาดนี้”
“คิดว่าพ่อฉันใหญ่มั้งค่ะนายหญิง”
“คงงั้นมั้ง”
ผลเสียมันแค่เงินหยิบมือของฉันแต่ชื่อเสียที่อีกฝ่ายแลกมานี้สิมันจะคุ้มเหรอหากสปอนเซอร์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาถอนตัวออกจากงานตัวใหม่ที่ทุ่มทุนกับบริษัทใหญ่ของไทยโดยมีนางแบบสาวแทริน่าเป็นพรีเซ็นเตอร์พร้อมทั้งทำการฟ้องร้องเกิดขึ้น
แค่นี้ก็สนุกแล้วสิ
“แต่ถ้าทางเราฟ้องจะเปิดทางให้ตะวันพิศาลทันทีเลยนะคะ”
“…”
“ธุระที่แทริน่ากล่าวอ้างคือการไปบ้านตะวันพิศาลค่ะนายหญิง”
“ยื่นฟ้องแล้วถอนสปอนเซอร์ออกซะ”
การตัดสินใจเด็ดขาดโดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีทำให้อีกคนที่อยู่ในวงสนทนาเงียบลงก่อนโค้งตัวแล้วเดินจากออกไปอย่างเงียบที่สุดเหมือนเฉกเช่นทุกครั้งเพราะสายตาของฉันเห็นชัดเจนจากการสะท้อนเงากระจกภายในห้อง
ความเงียบเข้ามาควบคุมอีกครั้ง
ณ เวลานี้
ฉันไม่สนใจว่าใครจะช่วยเหลือใคร
การตัดสินใจยังไงก็ยังยืนยันในจุดมุ่งหมายของตัวเองอยู่แล้ว การทำงานที่มีเส้นสัญญากับตัวเองเสมอว่าจะไม่เอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัวไม่ว่ากรณีไหนทั้งสิ้นถ้าหากทุกอย่างมีทางออกเป็นของตัวเองอย่างน้อยๆ ความเด็ดเดี่ยวที่ตัวเองมีจะไม่กระทบเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม
การเลือกครอบครัวแล้วทิ้งพนักงานร้อยพันของบริษัทตัวเองมันก็เกินเรื่องไปหน่อยฉะนั้นทางเดียวคือเลือกเดินตรงกลางถึงแม้จะสร้างความไม่พอใจให้คนนอกก็ตาม หากจะพังก็พังทั้งสองและถ้าหากจะได้ก็ได้ทั้งสองเป็นนี้ไม่ดีกว่าเหรอ
นิสัยของคนเราที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์มักแสดงออกต่างกันไปในตามแต่ละบุคคลจะแสดงออกมาให้เห็นจะไปในรูปแบบใดก็ตามทว่าหากเป็นแทรีน่าแล้วแค่มองก็รู้ว่าคนแบบนั้นจะแสดงอะไรออกมามีสิ่งเดียวจริงก็คือความโกรธเสร็จก็อารมณ์ร้ายระรานพาลโกรธคนอื่นไปทั่วไม่นานหล่อนก็จะได้พบกับคำว่าหายนะ
วงการบันเทิง สื่อสมัยนี้เชื่อมต่อถึงกันหมดเพราะแต่ละคนที่เข้ามาทำงานด้วยกันก็มาจากร้อยพ่อพันแม่ทั้งนั้นเรื่องผิดใจกันไม่ชอบหน้ากันหรือแม้กระทั่งว่าเกลียดกันคิดเหรอว่าไม่มีแต่เพียงแค่ไม่มีใครแสดงออกมากกว่าเหตุผลก็เพื่อความอยู่รอดและก็เงินจึงก้มหน้ากัดฟันทำงานอย่างไม่ลืมหูลืมตาปล่อยปะเรื่องพวกนั้นเอาไว้มันก็แค่นั้นเอง
แต่หากวันหนึ่งคนที่เกลียดล้ม... ทุกคนพร้อมใส่กระจาย
ฉันอยากให้มันเป็นแบบนั้นมากกว่า
แบบที่ยืนเฉยๆ แล้วอีกฝ่ายก็ดูแพ้
มันสะใจกว่ากันเยอะ
@Thailand
2 อาทิตย์ต่อมา
และวันนี้ก็มาถึงโดยใช้เวลาค่อยข้างรวดเร็วเอาการ ช่วงนี้เป็นช่วงย่างเข้าหน้าร้อนของประเทศไทยที่ถือว่าอากาศจะร้อนสุดแต่ภายในสนามบินระหว่างประเทศกับคึกคักไปด้วยผู้คนเพราะภายนอกสภาพอากาศค่อนข้างแปลเปลี่ยนจากที่ร้อนมีแดดออกนาทีนี้กับมีฝนตกกระหน่ำอย่างแรง
“ชาร้อนค่ะนายหญิง”
“อืม”
ถ้วยชาที่ใส่ในถ้วยกระดาษสีขาวขุ่นถูกมือเรียวส่งมาให้กับฉันโดยที่สายตาตัวเองกับโฟกัสไปยังบรรยากาศด้านนอกบานกระจกสูงสามารถมองเห็นทุกอย่างได้แบบชัดเจน มีเครื่องบินลำใหญ่จอดอยู่หลายคันท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงจากท้องฟ้าเรื่อยๆ
การเดินทางครั้งนี้มีแค่ฉันและคนติดตามไม่ถึงห้าคนส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่ในส่วนที่ถูกจัดเอาไว้เหลือแค่เลขาคู่กายเท่านั้นที่นั่งถัดจากฉันไปหนึ่งเก้าอี้
“มาครั้งนี้พักที่ Blue home นายหญิงต้องการอะไรเพิ่มไหม”
“ไม่แล้ว”
เพราะฉันปฏิเสธไปจึงเข้าสู่สภาวะความเงียบอีกครั้งซึ่งภายใต้แว่นตาที่ตัวเองได้สวมใส่กลับมองไปอีกฝั่งหนึ่งซึ่งตอนนี้มีบุคคลตัวสูงสองคนกำลังจ้องมาทางนี้พร้อมกับพูดคุยกระซิบกัน
“คงเป็นนักข่าวค่ะ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาแทรีน่าจับจองหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มาตลอดพอทางเราปล่อยข่าวว่าจะมาทำธุรกิจที่ไทยนักข่าวจึงพยายามหาข่าวตลอด”
“เชื่อมโยงกับข่าวแทรีน่าสินะแล้วได้บอกหรือเปล่าว่าฉันมาในฐานะไหน”
“ทราบค่ะ คนพวกนั้นไม่รู้ รู้แค่ว่านายหญิงมีหุ้นกับบริษัทที่ตัดสปอนเซอร์กับแทรีน่าเท่านั้น”
“โอเค” ให้คนพวกนั้นรู้จักฉันในนามไอรีนก็พอส่วนอื่นขอให้มันเก็บไว้ในส่วนอื่นอย่าเอามาปะปนกันเด็ดขาด ความจริงไม่ต้องใส่ใจก็ได้เพียงแค่ว่าภายภาคหน้าอาจจำเป็นต้องใช้สื่อพวกนี้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นหน่อย จากการคาดการณ์ของตัวเองต้องได้ใช้งานแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นในทิศทางไหนดีหรือว่าเลวร้าย “แล้วเรื่องให้ติดต่อสัมภาษณ์... เป็นยังไงบ้าง”
“ทางนั้นตอบตกลงค่ะนายหญิง”
“ดีอีกอย่างเรียกฉันว่าไอรีนได้แล้วเจเนียส ที่นี่ฉันคือไอรีน”
“ค่ะคุณไอรีน” ใช้เวลาต่อจากนั้นไม่นานฉันเดินออกมาจากสนามบินพอเห็นว่าฝนได้ทิ้งช่วงในการตกไปมากพอสมควรก่อนหน้าที่ไม่ออกมาเพราะไม่ชอบขับรถในช่วงฝนตกรอไม่นาน Audi R8 สีแดงก็จอดเทียบด้วยฝีมือของบุคคลหนึ่งเขากำลังลงจากรถก่อนโค้งให้ฉันเล็กน้อย “เจอกันที่ Blue home เลยนะเจเนียส”
แค่นี้รถก็ถูกขับด้วยฝีมือของตัวเองออกมาโลดแล่นบนท้องถนนที่ยังคงติดเหมือนเดิม ท้องฟ้ามืดครึ้มยิ่งทำให้ความไม่ชอบก่อเกิดจนแล้วจนรอดการขับรถจึงสิ้นสุดลงด้วยฝีมือตัวเองเพราะเลี้ยวแวะร้านกาแฟใหญ่แห่งหนึ่งจากสายตาสำรวจน่าพึ่งสร้างได้ไม่นานนัก เป็นร้านที่โล่งโปร่งแต่งสไตล์บ้านมีกลิ่นกาแฟหอมตีขึ้นมาตรงจมูกเมื่อเปิดประตูเข้าไปเยือนด้านในร้านกาแฟแห่งนี้
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”
“อเมริกาโน่”
“ได้ค่ะ ทั้งหมด...”