ขอกาแฟหน่อย

1626 Words
ขอกาแฟหน่อย แกร็ก... มือเล็กค่อยๆหมุนลูกบิดประตูและหันมองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครหญิงสาวจึงรีบใส่เกียร์หมาวิ่งไปทางห้องของตัวเองทันที ~ ค่อยยังชั่ว ไม่มีใครเห็น ~ ร่างสูงที่พึ่งกลับจากบ้านใหญ่หยุดชะงักฝีเท้าเมื่อมองเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่หน้าห้องญาติสนิทของตัวเอง ใบหน้าคมยกยิ้มเมื่อเห็นว่าใครคนนั้น วิ่งฝ่ากระแสความมืดไปยังฝั่งที่เป็นห้องของตัวเอง แม้ปากจะยิ้มแต่นัยน์ตากลับฉายแววเศร้าอย่างชัดเจน ผู้หญิงคนนี้ช่างเหมือนใครอีกคนที่เขาจากมา แม้จะคิดถึงเธอมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจหวนกลับไปหาเธอได้ เย่วเฟิ่งถอยหลังกลับมานั่งระลึกถึงความหลังอยู่เงียบๆคนเดียวบนโซฟาตัวใหญ่ ก่อนที่ร่างหนาจะหย่อนก้นลงนั่ง สายตาคมก็เหลือบเห็นห่อถุงวางทิ้งไว้บนโซฟา ของพวกนี้เป็นของรินรดานี่ ของที่เธอและเขาไปซื้อจากห้างเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา ก๊อกๆ.... " ของของคุณครับ " " เอ่อ... ขอบคุณค่ะ กำลังว่าจะลงไปเอาพอดี " รินรดายิ้มเก้อๆขณะยื่นมือไปรับของจากเจ้าของบ้านผู้ใจดี " รีบจนลืมวางทิ้งไว้เหรอครับ " " เอ่อ.. ระ รีบค่ะ " " หึ ... งั้นไม่รบกวนแล้ว พักผ่อนเถอะครับ " " ขอบคุณอีกครั้งนะคะ " " ... " เย่วเฟิ่งส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า ขนาดใบหน้าของเธอเสียโฉมไปครึ่งหนึ่งแต่คนตรงหน้าก็ยังดูสวย อาจเป็นเพราะแววตาและรอยยิ้มของเธอกระมัง ชายหนุ่มหมุนตัวเพื่อจะกลับเข้าห้องของตัวเอง แต่สายตาที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเขาทำให้เย่วเฟิ่งนึกอยากจะแกล้ง " เธอน่ารักดีนะ " เย่วเฟิ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าญาติหนุ่ม " นายหมายถึงใคร ? " " ก็จะใครอีกล่ะ นายก็รู้....ว่าชั้นหมายถึงใคร " ปล่อยให้เธอฝากรอยไว้บนคอได้ยังทำเป็นไม่รู้อีกว่าเขาหมายถึงใคร " ฉันจะไปรู้ได้ยังไง " ระหว่างสองหนุ่มกำลังคุยกันอยู่ โทรศัพท์ของเย่วเฟิ่งที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น " ครับ..คุณรินรดา " เย่วเฟิ่งกดรับสาย พร้อมกับเอ่ยชื่อของคนปลายสายให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆได้ยินด้วย สายตาคมเหลือบตามองปฏิกิริยาของญาติหนุ่ม ในเมื่อยังจำไม่ได้เขาก็จะเป็นคนช่วยกระตุ้นความทรงจำเอง เย่วเฟิ่งหมุนตัวเดินกลับมายังห้องของตัวเองที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องของทั้งคู่ มีอะไรคุยกันนักหนา เมื่อกี้ยังคุยไม่จบรึยังไง ร่างสูงเดินกลับเข้าห้องของตัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิด หลังจากอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเขากะว่าจะไปคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ แต่พอเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าเธอยืนคุยอยู่กับญาติของเขาอยู่ ในเมื่อคิดว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ทำไมเขาต้องหงุดหงิดเวลาเห็นเธอคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย " พายัพ ... ออกเดินทางรึยัง " ประธานใหญ่ต่อสายหาลูกน้องคนสนิทที่กำลังทำงานแทนตัวเองอยู่ " ยังครับนาย พอดีมีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยครับ " " ฉันไม่สนใจว่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่พรุ่งนี้ไม่เกินหกโมงเย็นนายต้องถึงที่นี่ " " เอ่อ... คะ ครับ " คนที่กำลังอยู่ในสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของเขา ไปกินรังแตนมาจากไหนกัน ปกติเจ้านายคนนี้ค่อนข้างมีเหตุผล และยิ่งได้ภรรยาคนเดิมกลับคืนมาประธานใหญ่แทบจะไม่หงุดหงิดกับอะไรเลย อารมณ์ดี ยิ้มแย้มกับทุกคน เช้าวันต่อมา " พัช...ชิน " รินรดาวิ่งโผเข้ากอดเพื่อนทั้งสองที่พึ่งลงจากรถได้ยังไม่ดีนัก " ยัยดาาา " พัชราเผลอตัวเรียกชื่อเก่าของเพื่อนรักอย่างลืมตัว " ปิดหน้าทำไมริน " ชินวุฒิเอ่ยถามพร้อมกับเรียกชื่อใหม่เพื่อนเตือนความจำให้ภรรยาของตัวเอง " เอ้อ เราลืมตัวทุกที เรียกแต่ชื่อเดิมอยู่นี่แหละ " " พัช ... ชิน เรา...เรา " รินรดาไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนทั้งสองฟังยังไงดี มือเล็กจึงดึงผ้าที่ปิดบังใบหน้าของตัวเองออก " ดาาาา ...เอ่ออ ...รินนน เกิดอะไรขึ้น ทำไม ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ " พัชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือรู้สึกสงสารเพื่อนรักสุดหัวใจ สองสาวโอบกอดกันและกัน ทำให้ชินวุฒิที่ยืนอยู่ด้วยโผตัวเข้ากอดหญิงสาวทั้งสองด้วยอีกคน ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเกิดขึ้นสำหรับคนเป็นเพื่อนอย่างเขา เขาและภรรยาพึ่งจะได้เพื่อนรักคนนี้กลับมาแต่ทำไมฟ้าถึงกลั่นแกล้งเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงคนคุยกันพร้อมกับเสียงร้องไห้ตามมาทำให้คนที่พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จต้องเดินไปที่ระเบียงหน้าห้องเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนในบ้านกันแน่ ปกติบ้านหลังนี้ไม่มีใครมาและมักไม่มีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นนี่ สายตาคมมองคนสามคนที่กำลังยืนกอดกันอยู่ หนึ่งในนั้นมีคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาและผู้ชาย ภาคินขมวดคิ้วเมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอย่างชัดเจน คนที่หนูยิ้มขับรถไปรับที่คอนโดก่อนที่เธอจะประสบอุบัติเหตุนี่ ดูจากท่าทางแล้วคงจะมาหารินรดา .... " เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะค่ะ คุณชายรออยู่ข้างใน " สือม่าแม่บ้านใหญ่ของคฤหาสน์หลังโตเอ่ยกับเพื่อนรักทั้งสามที่ค่อยๆผละตัวออกจากกัน " ชั้นก็มัวแต่ร้องไห้จนลืมว่าพวกแกพึ่งมาถึง คงเหนื่อยแย่ ป่ะเข้าบ้านกัน " รินรดาโอบเอวพัชราพาเดินเข้าประตูบ้านโดยมีชิณวุฒิลากกระเป๋าใบใหญ่เดินตาม แม่สือม่ามองตามหลังของคนทั้งสามพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คุณนายน้อยคนนี้ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ จากบ้านจากเมืองของตัวเอง...มาเจอกับแม่ผัวใจร้าย นี่ถ้าพ่อบ้านใหญ่ของจางลี่ไม่เล่าให้เธอฟัง เธอเองก็คงไม่รู้เรื่องอะไร ถ้าพ่อบ้านใหญ่ยังอยู่เธอคงรู้อะไรมากกว่านี้อีกเป็นแน่ น่าเสียดายที่พ่อบ้านใหญ่มาตายซะก่อน คนที่บ้านนั้นเล่าให้เธอฟังว่าพ่อบ้านใหญ่ปีนบันไดขึ้นไปช่วยคุณชายใหญ่ออกมาจากกองไฟและตัวเองก็กลับออกมาไม่ทัน ภาคินก้าวเท้าลงจากบันไดด้วยความรู้สึกสงสัย เขาได้ยินผู้หญิงคนนั้นเรียกรินรดาว่า " ยัยดา " เหมือนเขาจะเคยได้ยินเพื่อนของหนูยิ้มเรียกเธอแบบนี้เหมือนกันนะ " อ้าว ลงมาแล้วเหรอ กำลังจะให้เด็กขึ้นไปตาม " เย่วเฟิ่งเอ่ยเมื่อเห็นร่างสูงเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารรวมกับพวกตน " ... " คนที่ถูกทักไม่พูดสิ่งใดออกมา แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปทางชินวุฒิที่นั่งอยู่ข้างภรรยาของเขา " เพื่อนของคุณรินน่ะ นายจำได้รึเปล่า " " .... " อีกครั้งที่เย่วเฟิ่งถามแต่เขาก็ไม่ได้ตอบ " ท่าทางแบบนี้ คงจะจำไม่ได้ แต่จำผมและภรรยาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่จำรินไม่ได้ด้วยนี่สิ ผมว่าไม่ดีนะครับ " ชินวุฒิเอ่ยกับคนที่เอาแต่จ้องตัวเอง รินรดาเคยเล่าให้พวกเขาฟังว่าสามีเคยเข้าใจตนผิดเรื่องวันที่เธอขับรถไปรับเขาและพัชราวันนั้น " ไม่ใช่เรื่องของคุณ " " หึ...ครับ คงไม่ใช่เรื่องของผม แต่ว่าใครอีกคนคงจะดีใจถ้าหากว่าคุณจำภรรยาของตัวเองไม่ได้และไม่ต้องการเธอแล้ว ถ้าผมโทรไปบอก...ภรรยาที่คุณไม่อยากจำคงมีคนมารับตัวกลับวันนี้อย่างแน่นอน " " ผมบอกว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ " ภาคินเสียงเข้มใส่ชินวุฒิ ภาพใบหน้าของทศกรแว็ปเข้าในหัวของเขาอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่เขายังไม่เคยเจอผู้ชายคนที่ว่าสักครั้งแต่ทำไมแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกไม่ชอบใจไม่รู้ " หึ " เย่วเฟิงยกยิ้มที่มุมปาก มีคนมาช่วยเขาเร่งความทรงจำแบบนี้ อะไรๆคงง่ายขึ้น " ขอกาแฟหน่อย " คนหน้าบึ้งเอ่ยขึ้นกลางวงขณะที่คนอื่นๆบนโต๊ะจัดการกับอาหารเช้าของตัวเองอยู่ " รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวสือม่าไปชงมาให้ " แม่สือม่าเอ่ยพร้อมกับเตรียมจะเดินเข้าไปในครัว เพราะชงมาทีไรคุณชายก็ไม่เคยดื่มเลย วันนี้เธอจึงไม่ได้เตรียมให้ " ไม่ต้องแม่สือ " เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับปรายตาไปมองคนตัวเล็กที่กำลังตักอาหารเข้าปาก " ขอกาแฟหน่อย ไม่ได้ยินรึไง " " นายจะให้ใครไปชงกาแฟให้ล่ะ ไม่บอกใครเค้าจะรู้ " เย่วเฟิ่งแกล้งเอ่ยกับญาติของตัวเอง " ใครเป็นเมียก็คนนั้นแหละ " " หึ ยอมรับแล้วเหรอว่าเค้าเป็นเมียน่ะ " " ถ้านายไม่อยากตายก็หุบปาก " ภาคินตวัดสายตาไปหาเย่วเฟิ่ง " รอสักครู่ค่ะ เดี๋ยวไปชงมาให้ " รินรดาลุกขึ้นและเตรียมจะเดินเข้าไปในครัว " อยากรู้จังว่ากาแฟฝีมือคุณรินนี่จะอร่อยแค่ไหน ขอผมด้วยสักแก้วจะได้มั้ยครับ " " ไม่ได้ !!! " ......................................................................... แค่กาแฟนะพี่ใหญ่ จะหวงทำไมกันเนี้ยยยยยย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD