คำยืนยัน
" สวัสดีครับนาย " ชายหนุ่มร่างสูงโค้งคำนับเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
พายัพที่พึ่งเดินทางมาถึงปาดเหงื่อที่กำลังไหลซึมออกมาจากไรผมด้านบน เพราะความรีบร้อนที่จะมาถึงที่นี่ก่อนหกโมงเย็นตามคำสั่งและอาจด้วยเพราะอุณหภูมิความร้อนจากคนที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตอนนี้อยู่ก็เป็นได้
~ ท่านประธานคนเก่า นิ่งอย่างกับเสาไฟก็ไม่ปาน ~ ว่าแต่ว่าท่าทางแบบนี้มันเกิดขึ้นช่วงที่เจ้านายของเขาพึ่งจะสูญเสียคุณญาดาไปนี่
" นั่งสิพายัพ " ก่อนที่ความสงสัยของคนที่เป็นลูกน้องจะมีมากกว่านี้ เสียงทุ้มของเจ้านายก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
" ครับ "
" พายัพ..ทำไมฉันถึงแต่งงานกับรินรดา "
" ห๊ะ ... อะ..อะไรนะครับนาย "
" นายหูตึงตั้งแต่เมื่อไหร่ "
" เอ่อ...คือ ผมแค่ได้ยินไม่ค่อยชัดครับ เมื่อกี้นายถามว่าอะไรนะครับ " คนถูกตำหนิพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก หากพนักงานที่บริษัทมาเห็นเขาในเวลานี้แล้วล่ะก็ ทุกคนคงจะหมดความเชื่อถือในตัวเขาเป็นแน่
" นั่นแหละ เรียกหูตึง "
" ฉันถามว่า ทำไมฉันถึงแต่งงานกับรินรดา คงไม่ใช่เพราะรักหรอกใช่มั้ย ? "
" เอ่อ นายครับ ... เกิดอะไรขึ้นครับ " พายัพกลั้นหายใจแล้วเอ่ยถามประธานใหญ่เพราะทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
" ... " คนที่ถูกถามถอนหายใจเฮือกใหญ่
" ฉันประสบอุบัติเหตุสูญเสียความทรงจำ แต่ไม่ทั้งหมด แค่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแค่นั้น "
" สูญเสียความทรงจำ...3 ปี " พายัพทวนคำพูดของเจ้านาย
ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่าตอนนี้เจ้านายของเขาจำเรื่องราวของคุณรินรดาไม่ได้เลยใช่มั้ย
" ฉันถึงอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ทั้งๆที่ ... นายก็รู้ว่าฉันรักหนูยิ้มมากแค่ไหน "
" ครับ นายรักคุณญาดามาก แต่ก่อนมาที่นี่นายก็รักคุณรินรดามากไม่แพ้กันเลยครับ "
" หือ... " เจ้านายหนุ่มเลิกคิ้งสูงด้วยความแปลกใจ
เขาเนี้ยนะ...รักรินรดา
ระหว่างที่เจ้านายใหญ่กำลังจะเอ่ยถามคำถามต่อไป เสียงโทรศัพท์ของคนที่เป็นลูกน้องก็ดังขึ้น
" นายรับโทรศัพท์ก่อนเถอะ "
พายัพพยักหน้าพร้อมกับล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเสื้อสูท ชายหนุ่มมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์และกดรับสายในทันที เขาไม่เคยมีความลับกับเจ้านายอยู่แล้ว
_ พิมมาดา _
" ครับ " ภาคินถึงกับเลิกคิ้วสูงอีกครั้ง เขาแปลกใจที่ได้ยินพายัพใช้น้ำเสียงแบบนี้กับพิมมาดา ไม่ใช่สองคนนี้เป็นคู่กัดกันอยู่เหรอ
" ยังทำงานไม่เสร็จเลยครับ เดี๋ยวก็ต้องเขาประชุมอีกแล้ว เอาไว้ผมโทรหานะ รักนะครับ " คราวนี้ประธานใหญ่เกือบจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ พายัพเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ
" พายัพ...ไม่ใช่ว่านายไม่ชอบพิมมาดาหรอกเหรอ ? "
" หาาา " คำถามของเจ้านายทำเอาลูกน้องอย่างเขาต้องปวดหัวอีกครั้ง
นี่คงจะยืนยันได้แน่ชัดแล้วว่าเจ้านายของเขาสูญเสียความทรงจำไปจริง ๆ
" ผมกับพิมมาดาแต่งงานกันได้เกือบจะ 3 ปีแล้วนะครับ นายเองที่เป็นคนพาผมบุกไปล้มงานหมั้นของเธอกับคนที่ครอบครัวอยากให้แต่งงานด้วยนะครับ "
" ห๊ะ..." เขาจะตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี
ระหว่างเรื่องที่พายัพแต่งงานกับพิมมาดาแล้ว หรือเรื่องที่เขาเป็นคนพาพายัพบุกไปล้มงานหมั้นดี ตัวเขาเองบ้าดีเดือดขนาดนั้นเลยเหรอ ?
" พอนายรู้ว่าผมแอบรักพิมมาดาอยู่ วันที่เธอหมั้นนายก็เลยจับผมยัดใส่รถและพาไปที่งานแล้วบอกให้ผมสารภาพรักกับเธอก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป ตอนแรกก็กะจะแค่บอกความในใจให้เธอได้รู้แค่นั้นแต่ไม่คิดว่าพิมมาดาเองก็มีใจให้ผมเหมือนกัน วันนั้นเธอก็เลยยกเลิกงานหมั้นน่ะครับ "
" พิมมาดาทำให้นายเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ " แม้จะพึ่งคุยกันได้ไม่กี่ประโยคแต่ประธานใหญ่ก็สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงไปของลูกน้องคนสนิทของตัวเอง
พายัพพูดเยอะขึ้น นุ่มนวล สุภาพและอ่อนโยนขึ้น ก่อนหน้านี้คนตรงหน้าก็ไม่ต่างกับเขาเท่าไหร่นัก ทั้งพูดน้อยทั้งแข็งกระด้าง กระนั้นเขาก็จำได้ดีว่าช่วงที่หนูยิ้มมาช่วยเขาทำงานที่บริษัทเธอมักจะเชียร์ให้สองคนนี้ลงเอยกัน
หนูยิ้มบอกว่า สองคนนี้เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก คนนึงพูดน้อยอีกคนพูดคล่องฉะฉาน
" ถ้าหนูยิ้มรู้ว่าพวกนายสองคนลงเอยกันได้แบบนี้ เธอคงจะดีใจมากนะ "
" นายครับ " พายัพเอ่ยเมื่อเห็นสายตาหมองเศร้าของเจ้านาย
" อึ้ม " ภาคินเอนหลังพิงพนักโซฟา เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ
" คุณรินรดากับคุณญาดาคือคนคนเดียวกันครับ "
" ห๊ะ ... นายว่าอะไรนะ " เมื่อกี้เจ้านายยังว่าเขาหูตึงอยู่เลย
แต่ขืนถ้าเขาถามกลับว่า " นายหูตึงเหรอครับ " เขาจะโดนอะไรนะ ?
" ผมบอกว่าคุณรินรดากับคุณญาดาเป็นคนคนเดียวกันครับ " คำพูดก่อนหน้าถูกกลืนลงคอไป พายัพบอกเจ้านายอีกครั้ง
" นายเอาอะไรมาพูด จะเป็นคนคนเดียวกันได้ยังไง นายก็เห็นว่าเราจัดงานศพให้หนูยิ้มเรียบร้อยแล้ว "
" ครับ เราจัดงานศพให้คุณญาดาแล้ว แต่ศพนั่นไม่ใช่คุณญาดาครับ เป็นคุณรินรดาที่นั่งรถมากับสามีและกระเด็นออกนอกรถมาครับ "
" เป็นไปได้ยังไง นายมั่นใจเหรอพายัพ "
" ผมไม่มีเอกสารที่จะยืนยันคำพูดของตัวเองได้ในตอนนี้ แต่รับรองว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงครับ เดี๋ยวผมจะให้พิมส่งหลักฐานมาให้นายดูนะครับ " ลูกน้องคนสนิทเข้าสู่โหมดจริงจัง
" ถ้าพิมมาดารู้ว่าฉันสูญเสียความทรงจำ คุณย่าก็ต้องรู้เรื่องนี้ นายก็รู้ว่าเลขาของฉันซื่อสัตย์และรักบริษัทมากแค่ไหน "
" ครับ " พายัพพยักหน้าเห็นด้วย เป็นอย่างที่เจ้านายเขาเอ่ย อะไรที่เป็นภัยเสี่ยงต่อความมั่นคงของบริษัทพิมมาดาจะไม่อยู่เฉย ถ้ารู้ว่าประธานใหญ่สูญเสียความทรงจำแบบนี้พิมมาดาคงคิดหาวิธีช่วย และวิธีแรกที่เธอจะนึกถึงก็คงเป็นการบอกคุณหญิงทัศนาวรรณผู้รอบรู้ทุกเรื่อง
" แล้วนายจะทำยังไงต่อครับ "
" ถ้าเธอเป็นหนูยิ้มอย่างที่นายว่าจริงๆ หัวใจของฉันคงรับรู้ได้เองนั่นแหละ นายว่ามั้ย "
" ครับ... เพราะครั้งที่แล้วนายเองก็จำคุณเค้าได้ก่อนที่จะมีหลักฐานพิสูจน์ซะอีกนะครับ "
" ยังไง ? "
" ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายพิสูจน์ยังไง เอ่อคือ... นายไม่ได้เล่ารายละเอียดครับ "
" แล้วทำไมนายไม่ถาม "
" เอ่อ...คือ " พายัพอึกอักกับคำพูดของเจ้านาย ใครจะกล้าถาม...ว่ามั้ย ?
" เอาเถอะ...มาเหนื่อยๆไปพักเถอะไป "
" ครับ "
หลังจากลูกน้องคนสนิทเดินตามแม่บ้านใหญ่ขึ้นไปห้องพักของตัวเอง ภาคินก็นั่งครุ่นคิดถึงบทสนทนาของตัวเองกับพายัพ สิ่งที่พายัพเล่ามันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับเขา รินรดาจะเป็นหนูยิ้มได้ยังไง วันที่เธอประสบอุบัติเหตุเขาเป็นคนไปรับศพของเธอด้วยตัวเขาเอง
ร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ร่างที่ถูกไฟคลอกไหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าเดิม เขาเสียใจร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด กอดศพที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำเหลือง
แต่ !!! ... ศพนั่นไม่มีแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายนี่
พอนึกถึงข้อนี้ได้ประธานใหญ่ก็พะอืดพะอม มวนท้องมวนไส้ ขายาววิ่งตรงไปยังห้องน้ำด้านล่างทันที
อ้วก...อุแหวะ ...
...............................................................
รีบเลยพี่ใหญ่ รีบจำให้ได้เลย ไม่งั้นพาหนูยิ้มหนีแล้วนะ