ระหว่างทำกับข้าว จักรินทร์เข้ามาคุยด้วย
“ลูกชายป้าเจ้าของบ้านมันชอบพี่เจนมานานละ ผมลืมไปเลยให้พี่ไปตามน้องๆ พี่คงไม่โดนป้ากับลูกชายมันว่าอะไรนะ”
“โดนเหมือนกัน ผมเป็นผู้ชายไม่คิดอะไรมากหรอก ห่วงแต่เจนเป็นผู้หญิงจะเสียหาย”
“เสียหาย เสียหายยังไง ?”
“คือ...มัน...” พลรบกระดากปากที่จะเล่าว่าโดนป้าพูดกระทบเรื่องชู้สาว
“ถ้าเรื่องผู้ชายไม่ต้องสนใจหรอก พี่เจนโดนว่าประจำเรื่องนี้แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นทำอะไรได้ พวกนี้มันหาอะไรมาด่าพี่เจนไม่ได้ พี่เจนเรียนเก่งเข้ารัฐศาสตร์จุฬาได้ ขยันทำงานหาเงินช่วยแม่ช่วยน้อง มันไม่มีอะไรติมันก็มาด่าเรื่องผู้ชายนี่แหละ”
“ครับ” พลรบรับคำทั้งที่ไม่เห็นด้วย
เขาไม่คิดว่าเจนเรียนเก่งหรือดีอย่างจักรินทร์ว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งแวดล้อมสลัม เจนถือว่าเรียนสูงกว่าคนอื่น เรื่องขยันทำงานเพิ่งมาเห็น ยอมรับเลยว่าเจนแน่จริงๆ ส่วนเรื่องผู้ชาย เหอ เหอ เหอ ชาวบ้านนินทาได้ถูกล่ะ ตรงเป๋งเลย ถ้าเจนจะมีข้อเสียมากกว่าเรื่องปากร้ายก็เรื่องผู้ชายนี่แหละ
“กินซะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของสำเพ็งกว่าจะกลับอีกนาน ถ้าไม่กินตอนนี้เดี๋ยวไม่มีกินนะเว้ย” เจนวางไข่เจียวหมูสับหอมฟุ้งบนพื้นกลางห้อง
ข้าวไข่เจียวหมูสับรสชาติใช้ได้ทีเดียว พี่น้องสี่คนนั่งกินข้าวอย่างตะกละตะกลามแบบยัดเข้าปาก พลรบเลยกินช้าๆ กะว่าออกไปข้างนอกค่อยไปหาอย่างอื่นกินแก้หิวเอา
“พี่พลกินน้อยจังไม่หิวหรือครับ” จักรินทร์ถาม
“อีกนานกว่าจะเที่ยงเลยไม่ค่อยหิวน่ะครับ”
“โกหก ข้าวเช้ามันก็ยังไม่ได้กิน แค่ไข่เจียวหมูสับใส่น้ำปลา เครื่องปรุงอะไรก็ไม่มี แม้แต่น้ำมันหอยยังไม่ได้ใส่ มันคงกินไม่ลง ต้องกินข้าวหรูๆ แพงๆ ไข่เจียวใส่แครอทใส่ปูโน้น” เจนสะบัดเสียงใส่
พลรบกระแทกช้อนกับจานข้าว หมดอารมณ์กินเลย เขาไม่กล้าทานมากเพราะกลัวไปแย่งครอบครัวนี้กินแล้วจะไม่อิ่มกัน ทำไมถึงพูดกับเขาแบบนี้วะ
“พี่พลใจเย็นครับ” จักรินทร์เอามือแตะแขนพลรบ “พี่เจนอย่าว่าเพื่อนแบบนั้นสิ”
พอจักรินทร์เตือนพลรบเลยใจเย็นขึ้นบ้าง เขายัดข้าวที่เหลือเข้าปากอย่างเสียไม่ได้ ถ้าอยู่ตามลำพังกับเจนคงทะเลาะกันไปแล้ว ทนเพราะสงสารจักรินทร์กับน้องเล็กสองคนหรอกนะ
“พลรบจะกลับเลยป่ะ แวะส่งเราสถานีตำรวจหน่อย จะไปจ่ายค่าปรับให้ไอ้จักร” เจนถามเหมือนไล่เพื่อนกลับบ้านมากกว่า
ดีเหมือนกันพลรบก็ไม่ค่อยอยากอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะบ้านเพื่อนยากจนแต่เพราะนิสัยเจนนี่แหละ อย่างน้อยแค่นี้คงพอสำหรับฮิวโก้ต้องการให้เขามาดูแล้ว เรื่องญาติดีกับยัยเจนคงไม่มีทาง แต่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจว่าทำไมฮิวโก้ถึงบอกว่าสงสารและช่วยเหลือเจน นอกจากไม่คิดขัดขวางหรือต่อว่าฮิวโก้แล้ว พลรบกะว่าจะฝากเสื้อผ้าเก่ากับของกินมาให้น้องของเจนด้วย
เจนนุ่งผ้าถุงถึงอกก่อนถอดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นออก เปลี่ยนเป็นชุดเดรสแบรนด์เนมราคาหลายพัน เจนเดินไปมาเตรียมงานฝีมือไปส่งสำเพ็งด้วย เจนลุกนั่งไม่ระวังทำให้ชายกระโปรงที่สั้นอยู่แล้วเลิกขึ้นเกือบเห็นกางเกงใน ตาไม่รักดีของพลรบมันอดมองไม่ได้แฮะ เธอวางของเตรียมไว้หน้าประตูก่อนจะแต่งหน้าแต่งตาอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ แปป ลืม...” เจนอุทานก่อนออกบ้าน
พลรบนึกว่าลืมของอะไรสักอย่าง ที่ไหนได้ ดาวยั่วสลัมหยิบกางเกงในสวมตรงนั้นเลย เฮ้ย เดี๋ยว แสดงว่าเมื่อกี้ไม่ได้ใส่สินะ พลรบกลืนน้ำลายเฮือก เป้ากางเกงคับแน่นขึ้นมาอีกครั้ง พลรบเริ่มคิดว่าเจนจงใจยั่วเขา
“พี่เจนระวังหน่อย มีผู้ชายอยู่ในบ้านด้วยนะ” จักรินทร์โวยใส่พี่สาว “ขอโทษด้วยครับพี่พล”
...........................................
จักรินทร์เดินถือของตามเจนกับพลรบ พอผ่านบ้านป้าเจ้าของบ้าน ป้าตะโกนดังลั่น
“อีเจน มึงเอาผู้ชายมาค้างต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่มด้วยนะเว้ย”
“คืนเดียวเองป้า เนี่ยเพื่อนชั้นจะกลับละ”
“คืนเดียวก็ต้องเสียค่าน้ำค่าไฟเพิ่ม เอามา 200”
“โห ป้าเกินไปละ เพื่อนชั้นแทบไม่ได้ใช้ไฟอะไร มีแค่อาบน้ำล้างหน้าหน่อยเดียว 50 ก็พอแล้ว”
“ค่าไฟมึงยังไม่ได้จ่ายสองเดือน ยังกล้าเอาผู้ชายมานอนกกอีกหรือ”
“ชั้นบอกแล้วไงช่วงนี้ชั้นไม่มีเงิน สิ้นเดือนเงินเดือนแม่ออกจะเอามาจ่ายค่าไฟละกัน”
“เมื่อมึงกล้าเอาผู้ชายมานอนด้วย อย่างน้อยค่าน้ำค่าไฟเมื่อคืนของผู้ชายมึงต้องจ่ายวันนี้สิวะ ค่าไฟที่ค้างสองเดือนก็อีกเรื่องเว้ย”
เจนกับป้าเจ้าของบ้านทะเลาะถกเถียงกันอยู่นาน ป้าย้ำซ้ำซากหลายครั้งว่าเจนเอาผู้ชายมานอนค้างเมื่อคืน คนเดินผ่านไปมาบางคนหยุดมองป้ากับเจนทะเลาะกัน หลายคนมองพลรบตั้งแต่หัวจรดเท้า จนพลรบคิดว่าป้าอยากประจานเจนเรื่องนี้มากกว่าอยากได้เงิน ถึงเจนจะไม่อายแต่เขาโคตรอาย เขาเลยยัดเงินใส่มือป้าสองร้อยแล้วรีบดึงแขนเจนออกมา เจนยังตะโกนด่าป้าฉอดๆ ระหว่างเขาลากออกมาจากตรงนั้น
พอขึ้นรถเจนหันกลับมาด่าพลรบที่เอาเงินให้ป้าสองร้อยบาท
“ถ้ามึงจะเอาเงินให้ป้าขี้เหนียวง่ายขนาดนี้ มึงเอาเงินมาให้กูนี่ สองร้อยกูซื้อข้าวสาร 5 กิโลยังเหลือเงินซื้อกับข้าวให้น้องกูกินได้อีกตั้งหลายวัน ข้าวสารที่บ้านจะหมดแล้วเย็นนี้หุงแล้วจะพอไอ้สองตัวเล็กแดกกันรึเปล่าก็ไม่รู้”
พลรบตั้งท่าจะหันไปด่ากลับ เพราะเงินที่จ่ายก็เงินเขา ไม่เกี่ยวกับเจนสักหน่อย พอมองกระจกหลังเห็นเจนร้องไห้เอาหลังมือเช็ดน้ำตา เขาเลยพูดไม่ออก ได้แต่หุบปากให้เจนด่าตัวเองไป มีจักรินทร์ที่ตามขึ้นรถมาด้วยพยายามปลอบเจน
“พี่ไม่ร้องสิครับ เดี๋ยววันนี้ผมได้เงินแล้วเอาไปซื้อข้าวสารสักลิตรมาหุงกินกันก่อนก็ได้”
“มึงแหละตัวดี อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกขับรถเหี้ยๆ กูต้องมาเสียเงินค่าปรับฟรี 200 บาทเห็นไหม”
เจนเลิกด่าพลรบ หันมาด่าน้องชายแทน จักรินทร์ก็เฉยให้เจนด่าปาวๆ พลรบล่ะนับถือน้ำใจจักรินทร์เลย รองมือรองตีนเจนตลอด
ว่าก็ว่าเหอะ หนนี้เป็นครั้งแรกที่เจนด่าพลรบแล้วเขาไม่โกรธ ติดจะสงสารด้วยซ้ำ คิดว่าเจนคงอัดอั้นตันใจมาก ปล่อยให้ระบายบ้างก็ดี
“เจนอยู่ในรถนะ เดี๋ยวเรากับจักรไปจ่ายค่าปรับให้” พลรบเห็นเจนยังสะอึกสะอื้นตาแดงก่ำ เลยปล่อยให้นั่งรอในรถ ถึงจะดับเครื่องแล้วแต่แอร์ยังเย็นคงอยู่ได้สักพัก เขาแง้มกระจกรถนิดหน่อยพอให้อากาศถ่ายเท
...........................................