ตอนที่ 1 : ลิขิตสวรรค์
ตอนที่ 1
ลิขิตสวรรค์
‘หนึ่งปีคำนึงรัก’
‘ผู้คนสรรเสริญยินดี’
‘หงส์คู่พยัคฆ์’
‘สมรสดั่งใจหวัง’
ถ้อยคำทำนายจากกั้วซูผู้หยั่งรู้ฟ้าดินดังก้องอยู่ในห้วงฝัน ผิงเหยียนรับฟังถ้อยคำทำนายนี้มานานเกือบปีจึงได้มีวันนี้...วันพรุ่งนี้นางกับราชครูเติ้งสืออีจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน....ดวงตาคมกล้าของอดีตราชครูฝ่ายซ้าย ‘เติ้งสืออี’ ยามเพ่งมองใบหน้างามละมุนของว่าที่เจ้าสาวผู้อ่อนวัย ‘ท่านหญิงผิงเหยียน’
“ข้าคิดถึงเจ้านัก...ผิงเหยียน”
“ข้าเฝ้ารอท่านมาตลอด”
ยามริมฝีปากน้อยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำว่ารอคอยเขาดวงหน้างดงามแดงเรื่อ ร่างงามของผิงเหยียนสวมชุดวิวาห์สีแดงสดสำหรับวันพรุ่งนี้ ผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ไปนางจะได้สมหวังกับบุรุษผู้เป็นดวงใจของนางมาเนิ่นนาน
.....ราชครูเติ้งสืออี.....
“เห็นบ่าวรับใช้บอกว่าเจ้าเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเช่นนี้”
เติ้งสืออีหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างงามบนเตียง...นางผู้เป็นท่านหญิงมักหาเรื่องมาให้เขาปวดหัวนัก
“ข้า...ข้ากลัวว่านี่เป็นเพียงฝันหนึ่งตื่น”
“...จริงเช่นนั้นผิงเหยียน...เจ้ากำลังฝัน”
“วันพรุ่งนี้คือของจริง”
ร่างสูงทาบริมฝีปากลงมาประกบดูดดื่มริมฝีปากน้อย จนร่างบางลมหายใจติดขัดจึงยอมถอนรอยจูบ
“เห็นหรือไม่...เจ้าฝันอยู่”
น้ำเสียงกระเส่าของเติ้งสืออีกระซิบลงข้างใบหูผิงเหยียน พร้อมทั้งริมฝีปากของเขาขบเม้นต้นคอขาวเนียน
“ข้า...เป็นของท่าน”
น้ำเสียงหวานหูกระซิบตอบเขาดวงตากลมโตฉายแววเว้าวอนออดอ้อน
“อาจารย์เคยสั่งสอนเจ้าให้พูดจาเช่นนี้หรือ... ผิงเหยียน?”
ร่างงามในชุดวิวาห์สีแดงเจิดจ้าถูกฝ่ามือเรียวยาวของราชครูเติ้งปลดเปลื้องทีละชิ้น สาบเสื้อไหลลงมายั้งอยู่บริเวณเนินเนื้ออวบขาว....สองเต้าแบะอ้าของผิงเหยียนใหญ่โตนัก
“ถอดเสื้อของเจ้า”
น้ำเสียงเยือกเย็นเอื้อนเอ่ยอีกครั้งผิงเหยียนยันกายขึ้นจากเตียง สองมือเอื้อมแกะเสื้อเอี๊ยมตัวบางที่หาได้ปกปิดสองเต้าอวบใหญ่ของนางได้ไม่ ดวงตาลุ่มลึกของอดีตราชครูฝ่ายซ้ายเพ่งมองเนินเนื้อขาวอวบนั้นอย่างพึงพอใจก่อนเอื้อมมือเกี่ยวเสื้อเอี้ยมนั้นออก...สองเต้าขาวอวบแบะอ้าจากกันทันที
“งดงามมาก”
เติ้งสืออีจับรวบสองเต้าสองออกแรงเค้นขย้ำไปมาเนินเนื้อนั้นถึงกับล้นทะลักออกจากฝ่ามือ กลิ่นกายหอมรัญจวนของผิงเหยียนปลุกเร้าเติ้งสืออีถึงขีดสุด ผิงเหยียนร้องครางในลำคอพลางใช้มือปลดชายเสื้อเติ้งสืออีออกเช่นกัน ไม่นานนักท่อนเอ็นแข็งชันใต้กางเกงนูนเด่นอยู่เบื้องหน้านางใบหน้างามได้รูปของผิงเหยียนก้มลงคลอเคลียท่อนเนื้อนั้นทันที พลางร้องครางเสียวสยิวด้วยถูกเค้นคลึงเต้าอวบ
ใบหน้าอ่อนกว่าวัยของอดีตราชครูฝ่ายซ้ายฉายแววพึงพอใจ นิ้วมือเรียวยาวเชยปลายคางนางขึ้นมาสบตาเขา มืออีกข้างกระชากกางเกงตัวในออก...แก่นกายขนาดใหญ่ชูชันขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม ผิงเหยียนเมื่อเห็นขนาดของแก่นกายบุรุษผู้นี้เต็มตาถึงกับตัวอ่อนยวบ ท่อนเนื้อขนาดใหญ่โตนั้นขยับหัวผงกไปมา เส้นเอ็นปูดโปนปะปนกับเส้นเลือดนูนเด่นตรงปลายปริ่มเยิ้ม
“ต้องการหรือไม่”
มือข้างหนึ่งของเติ้งสืออีจับท่อนเอ็นใหญ่ของเขาจ่อไปที่ริมฝีปากได้รูปของผิงเหยียน ปากน้อยงับตรงปลายฉ่ำเยิ้มแผ่วเบาก่อนตวัดเลียส่วนหัวปลายนั้นอย่างยินดี
“.....อูย!!.....เจ้ากลืนสิ...”
เติ้งสืออีส่งเสียงครางในลำคอทั้งยังร้องสั่งร่างงามอีกครั้ง ปากน้อยของผิงเหยียนดูดกลืนท่อนเอ็นใหญ่นั้นทันที จนโพรงปากนางเต็มไปด้วยท่อนเอ็นคับแน่น ดวงตาคู่งามเอ่อคลอหยาดน้ำสองมือน้อยจับบั้นเอวได้รูปพยุงให้ปากนางกลืนกินท่อนเอ็นได้ถนัด ปลายลิ้นผิงเหยียนตวัดดูดกลืนท่อนเอ็นใหญ่อย่างไม่กลัวเกรงจนสิ่งนั้นล้วงลึกลงสู่ลำคอระหงส์ เสียงครางหวาบหวามดังลอดออกมาจากปากเติ้งสืออีอีกครั้ง
“เช่นนั้นดียิ่งนัก...ท่านหญิง”
“....อ่า!!!....”
ท่อนเอ็นแข็งร้อนอาบชุ่มไปด้วยน้ำลายจากริมฝีปากบาง สายตาคมกริบของเติ้งสืออีจ้องมองเรือนร่างขาวเนียนที่กำลังใช้ริมฝีปากปรนเปรอแก่นกายเขาอยู่ เส้นผมยาวสยายของผิงเหยียนถูกรวบไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง สะโพกตึงแน่นของเติ้งสืออีแอ่นบั้นท้ายให้สอดรับยามปลายลิ้นอุ่นนั้นดูดกลืนแก่นกายใหญ่
ผิงเหยียนใบหน้าแดงเรื่อเคลิบเคลิ้มร่างกึ่งเปลือยนั่งอยู่บนเตียงวิวาห์สีแดง เบื้องหน้ามีท่อนเอ็นใหญ่ของผู้เป็นว่าที่สามีชูชันอยู่ ยามร่างงามกอดรัดบั้นท้ายเติ้งสืออีให้ริมฝีปากดูดกลืนแก่นกายเขาได้ถนัดนั้น สองเต้าใหญ่บดเบียดหน้าขาเติ้งสืออีไปด้วยจนร่างสูงพลอยกระสันต์เสียว
......อ๊อค!!......
ผิงเหยียนถึงกับจุกยามดูดกลืนแก่นกายใหญ่โตของเติ้งสืออีจนน้ำราคะขุ่นคาวไหลลงท้องจนหมด
“ผิงเหยียน....เจ้ากล้างมือกับอาจารย์เรอะ”
ร่างสูงเชยปลายคางงามให้เงยหน้าขึ้นพลันโอบอุ้มร่างน้อยขึ้นมาจากเตียง เดินตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสืออีกมุมหนึ่งของห้อง ห้องหอภายในจวนผู้ตรวจการแห่งนี้มีโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมทั้งของล้ำค่าห้าอย่างวางอยู่ครบ เติ้งสืออีดวงตากรุ่มกริ่มยามคว้าด้ามพู่กันทำจากหยกเนื้อดีอันหนึ่ง แหย่แทงเข้ารูสวาทของผิงเหยียนร่างบางบนโต๊ะถึงกับบิดส่ายร้องเสียงหลง
“...อา....จารย์....”
นัยน์ตาเว้าวอนออดอ้อนริมฝีปากบางของนางเผยอออก เติ้งสืออีโน้มร่างลงไปประกบจูบทั้งยังเร่งจังหวะจ้วงแทงแท่งหยกในมือเข้าใส่ร่องราคะผิงเหยียน ความเสียวซ่านทะลักทะลวงขึ้นมาจนสุดทางสวรรค์ ร่างบางของผิงเหยียนกระตุกถี่ร่องราคะนางหลั่งน้ำหวานไหลเยิ้มฉ่ำแฉะ สายตาฉ่ำหวานของนางจ้องมองเติ้งสืออี
“อาจารย์สั่งสอนเจ้าเช่นนี้...ชอบหรือไม่”
“อาจารย์...รังแกข้า”
ผิงเหยียนฟุบร่างแนบแผงอกเติ้งสืออี ดวงตากลมโตเอ่อคลอหยาดน้ำ
“วันนี้อาจารย์จะปล่อยเจ้าไปก่อน”
“ไว้พรุ่งนี้...ผ่านพ้นยามซื่อ(สิบโมง)เมื่อใด? อาจารย์จะสั่งสอนเจ้าจนกว่าตะวันจะขึ้นมาใหม่”
เติ้งสืออีกระซิบถ้อยคำหยาบโลนใส่ใบหูน้อย ทั้งยังจุมพิตไรผมชื้นเหงื่อของผิงเหยียนหนึ่งทีจึงอุ้มร่างบางที่ยังมีด้ามพู่กันหยกเสียบคารูสวาทอยู่กลับมาบนเตียง
“ของกำนัลของอาจารย์....ผิงเหยียนห้ามเอาออก”
“เข้าใจหรือไม่?”
“...หา???....แล้ววันพรุ่งนี้ข้าจะทำอย่างไรเล่า”
ผิงเหยียนร้องประท้วง
“นั่นสุดแล้วแต่เจ้า”
เติ้งสืออีอมยิ้มมุมปากก่อนกดด้ามพู่กันให้แทงลึกเข้าไปในร่องสวาทผิงเหยียนแนบแน่น...ร่างบางใบหน้าแดงซ่าน
“....อาจารย์...ข้าเสียวเจ้าค่ะ!!!....”
“....ไม่อย่างนั้น...อาจารย์จะลงโทษเจ้านะผิงเหยียน”
อดีตราชครูฝ่ายซ้ายกลับออกไปจากห้องหอคืนนี้เขาแทบยั้งใจตนเองไม่อยู่ยามถูกผิงเหยียนปรนเปรอราคะให้ ....หากไม่เพราะราชโองการของเทียนชิงฮ่องเต้ที่เติ้งสืออีจำต้องน้อมรับในยามเช้าตรู่....
----------------------------------------------------
หากชื่นชอบโปรดกดติดตาม
เป็นกำลังใจให้นักเขียนได้นะคะ
รักนักอ่านมาก 'ซิ่งฮวาก่งจื้อ'