โปรดที่ 1 จุดริ่มต้น
( ฟ้าโปรด ทรงโปรด )
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ไม่เคยคิดหรอกครับ ว่าผมจะมีคนรักเป็นของตนเอง เหมือนดั่งพ่อหมอและแม่น้ำตาล ที่หลงรักกันแม้ตัวของพ่อจะเป็นเพียงแค่เบต้าหัวกะทิทั่วไป
ความรักของพวกอัลฟ่าและโอเมก้า มักถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการที่เรียกว่า คู่แห่งโชคชะตา
และเบต้าอย่างพวกผมก็คงไม่มีสิทธิ์ คิดไปหลงรักอัลฟ่าหรือโอเมก้าเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน กรณีของพ่อและแม่ของผมมันเป็นเพียงแค่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นเอง
อัลฟ่าคู่กับโอเมก้าฉันใด เบต้าก็ย่อมคู่กับเบต้าด้วยกันฉันนั้น ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มาแล้ว เราจะไปฝืนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติก็คงจะยากเต็มที
“ ฟ้าโปรด ฟ้าโปรด อ่ะนี่เราให้ ”
ผมหันมองตามเสียงเรียกของอัลฟ่าคนดังประจำคณะนิเทศศาสตร์ ที่กำลังวิ่งหอบช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ตรงมายังผมที่บริเวณทางเชื่อมจากตึกกลางของคณะสถาปัตย์ ไปยังตึกเรียนรวมพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้นั้นมาให้กับผม
ผมหันมองช่อดอกไม้ในมือของอัลฟ่าคนนั้น พลางเงยหน้าขึ้นมองและยกยิ้มให้อย่างสดใส จากนั้นจึงกล่าวตอบ
“ ไม่เอาครับ เราไม่ได้รู้จักกัน ผมไม่ชอบรับของจากคนที่ไม่รู้จักขอโทษนะครับ ” ผมโค้งศีรษะเล็กน้อย พร้อมกับหันหลังเริ่มเร่งฝีเท้าของตนเพื่อให้ทันเวลาเรียนวิชาแรกของวัน
“ โอ๊ย จะทันไหมเนี่ย ”
ปึ้ง
เสียงเปิดประตูดังขึ้น โดยที่ผมเป็นคนผลักมันให้เปิดออกด้วยตนเอง ทุกสายตาภายในห้องหันมาสนใจที่ผมเป็นตาเดียว แต่ผมก็หาได้สนใจไม่ ผมสนใจแค่ว่าตอนนี้อาจารย์ได้เข้าสอนแล้วรึยังเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อผมไม่เห็นแม้แต่เงาของท่าน นั่นก็เป็นโชคดีของผมที่จะได้เข้าห้องอย่างสบายใจ
“ อาจารย์ยังไม่มาเหรอ ”
“ เออยังหวะ โชคดีนะที่วันนี้พวกเราต้องฟังวิทยากรพูดเรื่องงานโครงสร้างที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ในยุคบลาๆอะไรนั่น และสงสัยว่าวิทยากรน่าจะยังไม่มาด้วยมั้ง แกเลยมาทันอะโปรด ”
“ เออ รอดไปกูต้องกราบขอบคุณแนบอกเขาแล้วล่ะ ฮะฮ่า ”
“ ทะลึ่งน่า ”
ผมกล่าวพูดคุยกับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมในคณะ เซ็น เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของผมตั้งแต่สมัยเรียนประถมตามความจริงแล้ว เซ็นเป็นเพื่อนสนิทกับ ไดได หรือไดจิพี่ชายที่เป็นเหมือนดั่งเพื่อนสนิทของผมมาตั้งแต่เด็ก
ที่ผมกับไดไดสนิทกันเพราะครอบครัวของเราทั้งสองนั้นต่างเป็นเพื่อนรักกันมานาน รุ่นลูกอย่างพวกเราจึงพลอยสนิทกันไปด้วย
ในกลุ่มของผมนั้นมีแต่อัลฟ่า กับโอเมก้าอีกหนึ่งคน และผมที่เป็นเบต้า
ถ้าจะให้นับรุ่นนับอายุกัน ตามความเป็นจริงแล้วผมต้องเป็นน้องน้อยที่สุดของกลุ่ม เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าผมเกิดช้ากว่าเจ้าแฝดแสบ อดัมเอเดนน้องชายของไดจิเพียงแค่ สามเดือนเท่านั้น แต่ช่วงมัธยมต้น ผมกลับสอบเทียบระดับชั้นมัธยมปลายได้ จึงทำให้ผมก้าวกระโดดเลยทุกคนไปเยอะพอสมควร
ในคราแรกแฝดแสบดัมเดน พอรู้ว่าผมสอบเทียบมัธยมปลายได้ พวกนั้นก็เอาแต่งอแงบอกว่า ผมทิ้งพวกเขาไว้กลางทาง ซ้ำยังบอกอีกว่าไม่มีคนให้ลอกการบ้านรู้สึกว่าต้องใช้ความคิดเยอะขึ้นต้องเหนื่อยขึ้น จึงไปขอเพิ่มเงินค่าขนมจากมัมไดร์ฟของพวกเขา จนโดนฟาดก้นลายร้องไห้อยู่หลายวันเลยล่ะ
เอาจริงๆนะ อยู่กับเจ้าแฝดแสบน่ะ สนุกดีไม่เครียดและไม่กดดันใดๆเลย เหมือนมีน้องชายเป็นของตัวเองให้คอยดูแล จนในบางที ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแฝดแสบนั้นเป็นเพื่อนหรือภาระของผมกันแน่
ภายในห้องบรรยายคึกคักไปด้วยเสียง ของนักศึกษา สถาปัตย์ ปี 5 เสียงนั้นค่อยๆเงียบลงเมื่อเสียงฝีเท้าของรองเท้าหนังกระทบพื้นดังก้องไปทั่วชั้นเรียน พร้อมกับเสียงเปิดประตูของอาจารย์ประจำวิชา จากนั้นการเรียนการสอน และการฟังบรรยายจึงเริ่มขึ้น
การเรียนการสอนสิ้นสุดลงในเวลาเกือบเที่ยง ทุกๆคนต่างรีบร้อนเก็บข้าวของเพื่อจะกลับไปเคลียร์งานที่ตนเองได้ทำค้างเอาไว้ หรือลงไปรับประทานอาหารกลางวันยังโรงอาหารของคณะ
“ มึงกลับหอเลยไหมเซ็น ”
“ ยังกูหิวข้าว มึงกลับก่อนได้เลยนะไอ้ฟ้า ”
ผมกล่าวถามเพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งรูมเมทของผม วันนี้ไอ้เซ็นอัลฟ่าหนุ่มนายแบบ ที่เมื่อคืนไม่ยอมกลับหอของพวกเรา เพราะมีคิวถ่ายงานจนถึงเที่ยงคืน แถมที่แถวนั้นยังไกลจากหอพักของพวกเราพอสมควร มันจึงขอนอนค้างที่ห้องผู้จัดการและบังคับให้เขามาส่งในตอนเช้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มันทิ้งผมให้นอนคนเดียวภายในห้อง รูมเมทอย่างผมเริ่มชินกับพฤติกรรมนี้ไปเสียแล้ว
ผมพยักหน้าให้เพื่อนของตัวเองเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวลาเพราะว่าวันนี้ ผมมีนัดกับชาวแก๊งสมัยเด็ก ทุกคนนัดกันเลี้ยงฉลองการกลับมาของพี่ชายคนโตของแก๊งอย่างไดได พวกเราจึงต้องนัดรวมตัวกันให้ครบหลังจากที่ ไม่ได้เจอกันมานาน
“ ฟ้าโปรดคนงาม ทางนี้ ”
มะม่วงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับโบกไม้โบกมือเรียกผมที่กำลังเดินเข้ามาในบาร์ที่แม่ของพวกเราทั้งหมดเป็นหุ้นส่วนกัน
บาร์แห่งนี้มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับกลุ่มเพื่อนที่มีสถานะเพศรองที่แตกต่างกันอย่างกลุ่มของพวกเรา ผมพยักหน้าให้เป็นสัญญาณบอกว่าผมเห็นพวกเขาแล้ว
จากนั้นผมจึงค่อยๆเดินเข้ามายังโต๊ะกว้างที่มีฉากกั้นเล็กๆเพื่อความเป็นส่วนตัว และที่ตรงนี้มักใช้เป็นที่ประจำในเวลาที่เราทั้งหมดรวมตัวกันเสมอ
“ ฟ้าเรียนเป็นไงบ้าง ”
“ หนักอยู่ช่วงนี้อาจไม่ค่อยได้เจอกันนะ มังคุด ”
“ แย่จัง แต่ก็คงพอกันล่ะเพราะเราก็ต้องทำโปรเจคจบหัวข้อวิจารณ์บทละครดังเหมือนกัน ไม่มีเวลาเขียนนิยายเลย ”
มังคุดโอเมก้าเพียงคนเดียวในกลุ่ม กล่าวขึ้นด้วยเสียงงุ้งงิ้งน่าฟัง แม้หน้าตาของมังคุดจะคล้ายคลึงกับแฝดพี่ของเขาอย่างมะม่วง
แต่ด้วยเพศรองที่เป็นโอเมก้าจึงทำให้มังคุดนั้นดูอ่อนหวาน และดูน่าทนุถนอมกว่าหมีควายตัวพี่อย่างมะม่วงอยู่มาก แถมนิสัยยังแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเหมือนทั้งสองไม่ใช่ฝาแฝดกัน เหมือนทั้งสองแค่แบ่งท้องเพื่อโตร่วมกันเฉยๆเท่านั้น
เรื่องนี้ผมไม่ได้กล่าวเองแต่อย่างใด เพราะผู้เป็นแม่ของเขาอย่างน้าพุทราเป็นคนกล่าวต่างหาก พี่ชายอย่างมะม่วง ห้าวเป้งไม่ยอมคนแถมยังชอบปกป้องน้องๆอย่างพวกเรา ส่วนน้องชายอย่างมังคุดกลับมีนิสัยขี้อาย ใจดี แถมยังรักสงบ
ซึ่งแตกต่างกับแฝดแสบอย่างอดัมและเอเดน ที่นิสัยของทั้งสองนั้นเหมือนกันยังกับร่างโคลน ถ้าจะมีเรื่องที่แตกต่างก็คงมีอยู่เรื่องเดียวคือ เรื่องความชอบ ที่อดัมจะชอบโอเมก้าตัวเล็กๆสวยๆเทคแคร์เก่งๆ ส่วนเอเดนจะชอบคนที่หยิ่งๆเข้าถึงยากๆ
และที่ผมรู้เพราะเวลาที่ทั้งสองพาคู่ควงมามักจะมีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเสมอ กล่าวถึงไม่ทันไร สามพี่น้องดอเด็กก็เดินตรงเข้ามายังโต๊ะของพวกเราในทันที
แฝดแสบกับผมเราเจอกันค่อนข้างบ่อยอยู่แล้ว แต่กับไดจิเขาย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศ ตั้งแต่ม.4 เทอมสอง ผมจึงได้ร่วมเรียนกับเขาเพียงแค่ 1 เทอมเท่านั้น เขาไม่ได้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไรนัก
แม้กระทั่งสายตาที่กำลังลอบมองโอเมก้าตัวน้อยในกลุ่มของพวกเรา
ให้ตายเถอะที่แฝดแสบเคยบอกว่าไดจิ ชอบมังคุดนี่เรื่องจริงสินะ
ส่วนโอเมก้าที่ก้มหน้างุดอยู่ข้างกายผมก็ออกอาการเขินอายอย่างน่ารัก ผิดกับมังคุดคนเก่าที่เข้าถึงยาก ไม่สนใจใคร
แบบนี้สินะที่ตลอดมาเพื่อนตัวเล็กตั้งกำแพง ไม่ให้คนเข้าหาไม่ใช่เพราะว่ารักใครไม่เป็นหรอก แต่มีคนในใจอยู่นานแล้ว นั่นก็คือ อัลฟ่าพี่โตของกลุ่ม จนเจ้าตัวน้อยไม่กล้าเอาใครเข้ามาแทนที่
อืม...ช่างเป็นคู่สร้างคู่สมจริงๆสองคนนี้
ในระหว่างที่กำลังอิจฉาความรักของเพื่อนร่วมกลุ่มอยู่ภายในใจ เสียงของเอเดนก็กล่าวทักขึ้นข้างกายของผมอย่างแผ่วเบาและมีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
“ ฟ้า คุณคนนั้นเขามองฟ้าอยู่นานแล้วนะเราเห็น ”
ผมหันมองตามทิศทางที่เอเดนพยักเพยิดใบหน้าไป และผมก็เจอเข้ากับชายหนุ่มที่มองเผินๆแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของอัลฟ่าแท้ จากคนๆนี้อัลฟ่าแท้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่แทบทางยุโรป ในเอเชียบ้านเราหาได้ยากยิ่งนัก และสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอัลฟ่าแท้ได้ดีก็คือ กลิ่นกายที่หอมเข้ม ยั่วยวนให้โอเมก้า หรือแม้กระทั่งเบต้าให้หลงใหลเพราะโดยปกติแล้ว เบต้าจะไม่อาจรับรู้ได้ถึงกลิ่นฟิโรโมนของ อัลฟ่าและโอเมก้าทั่วไป แต่กับอัลฟ่าแท้นั้น เบต้าจะสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นฟิโรโมนอันยั่วยวนให้หลงใหลได้ และตัวของอัลฟ่าแท้เอง ถ้ามีเชื้อของอินิกม่าแฝงอยู่อาจจะทำให้ คู่นอนของตนเองไม่ว่าเพศใดก็ตามสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นโอเมก้าและตั้งท้องได้
ชายหนุ่มคนนั้นมองจ้องผม ด้วยแววตาที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน เขาไม่ได้มองเหมือนพวกอัลฟ่าที่จะเข้ามาจีบกัน แต่เหมือนกับเขามองมาทางผม เพื่อต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง
และด้วยความรู้สึกที่ดูไม่น่าอันตรายเท่าใดนัก ผมจึงหันไปยกยิ้มส่งให้กับเขาเป็นการทักทายตามมารยาท แม้ใบหน้าคมเข้มที่จ้องมองอยู่นั้น จะยกยิ้มมุมปากน้อยๆกลับมาให้กับผมก็ตาม แต่ผมก็หาได้สนใจเขาต่อจากนั้นไม่
จากนั้นผมจึงหันกลับมาสนใจกับวงสนทนา ที่ตอนนี้มะม่วงกำลังเล่าถึงวีรกรรมของแฝดแสบให้กับพี่ใหญ่ของกลุ่มได้ฟังอย่างออกรสออกชาติ