Friend relationship 8
เพื่อนสำพันธุ์
A episode ที่ 8
ต้องทนหรอ
โดย GINOICHI
“หน้าดูหยาบช้า แต่เสือกสรรหาเป็นคนดี”
“แต่กู ไม่ใช่คนดีแบบพี่มึง”
“โดยเฉพาะกับบางคน”
“ดีมาก แล้วมันได้ใจ”
ณภัทรเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
จนคนฟังขมวดคิ้วมุ่น
“แรกๆ กูพอเข้าใจ แต่หลังๆกูว่าไม่ใช่มึงนะ”
“มึงไม่ใช่คนดี ยิ่งกับน้องกู มึงยิ่งไม่ดี”
“เทียวรับส่งให้ขนาดนี้ ถ้ากูไม่ดี”
“แล้วใครมันจะดีเท่าพ่อพี่มึงวะ”
“ไอ้เหี้ย ไปรับน้องกูแต่เอาสาวไปด้วยเนี่ย พ่อมึงสอนสินะไอ้ควาย”
สองหนุ่มจ้องหน้ากันเขม็ง
ถือว่าหายกัน มึงด่ามา กูด่ากลับ ไม่ต้องนับพี่นับน้อง แค่ร่วมเกี่ยวดองกันก็พอ
“กูจะกลับแล้ว”
อิทธิพัทธ์ลุกหนี
“กูก็ไม่ได้ล่ามใว้”
“บอกน้องพี่มึงด้วย ว่าที่ผัวมันนับวันรออยู่”
พูดไปงั้น ไม่ได้คิดจริงจัง ต่างจากคนฟัง ที่อารมณ์เริ่มมาคุ
“เดี๋ยวนี้เรียกคล่องปากแล้วรึไง “
“งั้น เมื่อก่อนที่กูเห็นจะเป็นจะตาย คงไม่ใช่มึงสินะ”
ตะโกนสวนกับได้เท่านั้น ก็หันหลังหนี ไม่จำเป็นต้องอยู่รอดูผลงาน ที่สร้างมาตรฐานความชิบหายใว้พอตัว
ณภัทร มองตามหลังกว้างอย่างคาดโทษ
ถามว่าเกลียดพี่มันไหม
ก็ไม่
ไม่เหลือสิไอ้เหี้ย! เกลียดมันชิบหาย
ชิบหายจริงๆ มันเป็นว่าที่พี่เขย เเล้วเสือกถะโหล่เตรียมเป็นน้องเขยกูด้วย ที่นี้ก็วุ่นวายเลย
ฝ่ายทางอิทธิพัทธ์ที่เดินออกมาก่อน ใบหน้าเรียบนิ่งยิ้มกริ่มอย่างคนมีแผนการ
‘ออกมาทั้งที มาทำตัวเป็นคนดี มันไม่คุ้มไง’
ว่าแล้วก็ต้องจัด อยากยัด ทำไมอิฐต้องรอ!
[ออกมาหาที เมา]
ณิชา ก้มลงมองหน้าจอ พรางเม้มริมฝีปากแน่น
[แล้วใครใช้ให้ไป..กลับไม่ได้ก็นอนมันที่นั่นแหละ ชาไม่ไป]
คนตัวเล็กพิมพ์ตอบก่อนจะคว่ำหน้าจอทิ้ง ไม่สนใจจะเปิดอ่านการแจ้งเตือนที่ดังตามมาติดๆ
อิทธิพัทธ์ยิ้มมุมปาก
‘ก็ไม่ได้แปลกไปจากที่คิดเท่าไร ‘
รู้อยู่ ว่ายังไงน้องมันก็ไม่มา หยอกไปงั้น หยอกไปเรื่อย เผื่อฟลุค
หลายวันผ่านเลย จนบางอย่างเริ่มหลงลืม สวนทางกับความรู้สึกในใจ ที่มันชัดเจนขึ้นทุกที ชัดเจน ว่าเธอยังไม่ลืม
ดวงตากลมโต ไล่อ่าน ทุกตัวอักษร ทุกประโยคของปริมกมล สองปีที่ผ่านมา สองคนนั้นเดินไปได้ไกลแล้ว ต่างจากเธอ ที่ยังจม อยู่ที่เดิม
‘ต้องกลับแล้ว ไม่อยากกลับเลย’
เสียงหวานใสพึมพำเบาๆ พร้อมกับเดินลากกระเป๋าลัดเลาะไปตามทางเดินสนามบิน สายตาก็สอดส่ายมองหา พี่ชาย ที่แจ้งใว้ว่าจะมารับ
ร่างบางชะงักกึก เมื่อจุดที่นัดกันใว้ ไม่ใช่อิทธิพัทธ์ กลับกัน ดันเป็นคนที่เป็นคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด ‘ณภัทร’
‘เขามาทำอะไร’
‘ถึงจะอยากคิดเข้าข้างตัวเองมากแค่ไหน แต่ยังไงก็รู้ ว่าเขา ไม่ได้มาหาเธอ..
เอวาหลุบตาลงต่ำ เดินเลี่ยงไปอีกทาง ขณะที่ณภัทร กลับสาวเท้าเข้ามาไกล้
‘ไม่สวย แล้วยังตาไม่ดีด้วยรึไง?”
“ทักทายกันหน่อยไหม”
“ยังไง ก็คนคุ้นเคย”
เขาเอ่ยเสียงขรึม พร้อมกับฉวยคว้าเอากระเป๋าเดินทางใบโตมาถือใว้เอง
เอวาหน้าซีดเผือด ร้องทักเสียงหลง
“คืนให้เรานะ นั้นมันกระเป๋าเรา”
คนตัวเล็กพยายาม จะแย่งคืน ต่างจาก
ณภัทรที่ยื่นอีกมือผลักหัวออกเธอออก
“สงบเสงี่ยมเจียมบอดี้ ดีกว่า รูปร่างอย่างกับหมากระเป๋า แล้วยังสรรหาใส่แต่ชุดทุเรศลูกตา”
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั้งร่าง พร้อมกับริมฝีปากหนาที่สาดคำด่าออกมา จนคนฟังอย่าเอวา หน้าชา
“ตามมาเงียบๆ”
ไม่รอให้เธอตอบรับ ณภัทร ก้าวเดินนำ ออกไปด้วยความรวดเร็ว ทิ้งคนข้างหลังให้ยืนงงอยู่ตรงนั้น อีกหลายนาที
“ไม่อยากมารับขนาดนั้น แล้วจะมาทำไม”
เอาวาบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมเดินตามในที่สุด
ร่างสูงในชุดสูตสีดำสนิท มาหยุดยืนอยู่ข้างรถยนต์คันหรู ที่เอวาจำได้ว่าไม่เคยเห็นเขาใช้ ใบหน้าหล่อที่้เคยเรียบนิ่ง บัดนี้ดูสุขุมขึ้น ต่างจากเมื่อสองปีก่อนลิบลับ
ณภัทร เคยหล่อแค่ไหน สำหรับเธอ คูณสิบเข้าไปมันยังน้อย
ต่างจากเธอที่เหมือนเดิม
เหมือนเดิมทุกอย่าง โดยเฉพาะ หัวใจ
ณภัทร จัดเเจ้งยัดกระเป๋าเดินทางใบโต เข้ากระโปรงหลังรถ พอดีกันกับเอวา ที่เพิ่งตามมาถึง คนตัวเล็กหยุดยืนข้างรถ ชั่งใจอยู่นาน
แล้วเธอควรนั่งตรงไหน?
‘เบาะคู่หน้า ที่ไม่เคยได้ใช้’
‘หรือเป็นเบาะหลัง ที่เธอคุ้นเคย’
มือขาวเนียน ตัดสินใจจับไปที่ประตูเบาะหลัง เตรียมจะปลดล็อคขึ้นไปนั่ง หากแต่เพียงวินาทีต่อมา กลับถูกมือหนาของใครบางคน มาฉุดใว้
ร่างสูงปราดเข้ามาประชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ เอวากลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงอู้อี้
“ปล่อยเรา”
นอกจากไม่ฟังคำขอ ณภัทรยังเบียดตัวเข้ามาไกล้ขึ้น จนใบหน้าหล่อ แนบกับแก้มขาว
“ทำไมไม่นั่งหน้า ผมไม่ใช่คนขับรถ”
เสียงขรึมเอ่ยราบเรียบ ก่อนจะกระชากเปิดประตูหน้า ผลักเอาเอวาเข้าไปเต็มแรง
“อ้ะ เราเจ็บ”
เอวาร้องเสียงสั่น ช้อนตาขึ้นมองคนใจร้ายด้วยแววตาตัดพ้อ หากแต่คนถูกมอง กลับปิดประตูอัดเข้ามาดังปึง!
ณภัทร ก็ยังคงเป็น ณภัทร
ที่ใจดีกับทุกอย่าง ยกเว้นเธอ
เอวา ถอยตัวลีบติดหน้าต่าง ทำได้เพียงนั่งเงียบๆ ไม่อยากจะก่อความรำคารให้เขาไปมากกว่านี้ และนั่น มันทำให้คนใจร้อนเริ่มหงุดหงิดแปลกๆ
“ลืมเอาปากมาด้วยรึไง?” คนถามหน้า หน้านิ่ง เสียงขรึม
“เราเอามา…แค่เราไม่รู้ ว่าต้องคุยอะไร”
“แล้วอีกอย่าง ไม่ว่าเราจะชวนคุยมากแค่ไหน คุณก็ไม่เคยพอใจเลยสักครั้ง”
เสียงหวานแผ่วลง เจือปนไปด้วยการตัดพ้อ
ณภัทรหน้าตึง เคาะปรายนิ้วบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ ไม่ช้าไม่เร็ว ดวงตาสีดำสนิทนิ่งลึก ค่อยๆเบนสายตากลับมามอง
“เคยพูดหรอ ว่าไม่ชอบ”
“..” เอวาหน้าเหวอ
“ไม่เคยได้ยิน ก็อย่าคิดไปเอง”
“เราไม่รู้ ว่าเพราะอะไร ถึงเป็นคุณ ที่มารับเรา แต่ว่า พอแค่นี้ดีกว่า เรารบกวนเวลาคุณมามากแล้ว รบกวนจอดตรงนั้นให้เราลงได้ไหมคะ เดี้ยวเรากับเอง”
เสียงหวานนุ่มเอ่ยพึมพำ และนั่นเป็นถ้อยคำที่ทำคนฟัง อารมณ์คุกรุ่น
มือหนาหักพวงมาลัยเทียบจอดข้างทาง ก่อนจะรั้งเอาร่างบางเข้ามาบดจูบ
เอวา ตาเบิกโพลง ผลักไส เอาคนร่างสูง
ออกพัลวัล แต่ด้วยแรงแค่นั่น มันไม่ทำให้ภัทรรู้สึกระคายเลยสักนิด
ริมฝีปากร้อน ตะโบมจูบขบเม้ม จนคนร่างเล็กยอมเปิดปาก ให้เขาได้สอดปลายลิ้น เข้าไปรุกราน ได้เต็มที่ เพียงไม่กี่วินาที เรือนร่างนุ่มนิ่ม ก็ถูกยกมานั่งบนตักแกร่ง
เอวาหอบสะท้าน กับรสจูบที่ยาวนาน ซ้ำยังถูกมือหนารุกราน อยู่แถวหน้าอกอวบ
แรงอารมณ์ที่ประทุ ทำให้ณภัทร ไม่คิดจะเบามือ เขาบีบขยำ จนเนื้อนุ่มจนปลิ้นล้นง่ามนิ้ว ริมฝีปากบาง ยังถูกเขาขบกัดจนได้เลือด
เอวา ผวาเฮือกยื่นมือมายันหน้าอกแกร่ง เปร่งเสียงอู้อี้ขอความเมตตา และนั่น มันได้ผล ณภัทร ถอนริมฝีปากนอกช้าๆ ดวงตาคมกริบ มองจ้องคนตรงหน้า สำรวจความเสียหายทุกระเบียดนิ้ว
ก่อนที่ใบหน้าหล่อร้ายจะยกยิ้มพอใจ
“ทำไมมาทำแบบนี้กับเรา”
เรื่องถามเสียงหอบพร่า น้ำตาคลอหน่วย
“ทวงสิทธิ์ไง ความจริง ฉันควรใช้มันตั้งนานแล้ว”