1-1 คุณไงเมียผม
“มองอะไรนักหนาอะข้าว”
“มองไปเรื่อย”
“ใช่เหรอ”
ขวัญนรีไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลยไปดูเสื้อผ้าอีกโซนหนึ่ง เกตุวดีเดินตามหลังไปมองดูเพื่อนสนิทที่กำลังหยิบเสื้อตัวหนึ่งขึ้นมาดูอดไม่ได้ที่จะเอ่ยติง
“ตัวนี้ไม่สวยมันเรียบไป สีดำอีกแล้วเปลี่ยนใส่สีอื่นบ้างเถอะข้าวจะคุมโทนไปถึงไหน”
เสื้อตัวที่ขวัญนรีใส่มาเจอเธอวันนี้เองก็เป็นเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ดีหน่อยที่ใส่กางเกงยีนส์สีขาวไม่คุมโทนใส่สีดำมาทั้งตัว
“ก็ข้าวชอบสีดำ”
ขวัญนรีหยิบเอาเสื้อตัวนั้นวางกลับที่เดิมก่อนจะหยิบอีกตัวขึ้นมาทาบลองส่วนบนร่างกายมองผ่านกระจก
“ตัวนี้ผ่าน แซ่บมาก เอาเลย ๆ”
เสื้อตัวที่ว่าเป็นเสื้อแขนกุดสีดำล้วนมีลวดลายดอกไม้สีขาวเข้ามาแซมในบางส่วน ขวัญนรีค่อนข้างที่จะชอบเสื้อแขนกุดอยู่แล้วจึงหยิบมาใส่ตะกร้าเอาไว้
“เอาตัวนี้ด้วยไหม เกดว่าสวยดีเหมาะกับข้าวมากเลย”
“สวยจริง แต่มันสีแดงอะ ข้าวไม่ชอบ”
เกตุวดีมองบนให้สาวคุมโทนที่จะใส่แต่สีดำท่าเดียวเลย สนใจใส่สีอื่นบ้างเถอะคุณเพื่อน
“เอาไปเถอะ จะได้ใส่ไปถ่ายคลิปรีวิวขนมกับเราด้วยไง ร้านเขาบรีฟมาน่ะว่าขอโทนสีขาวแดง เกดใส่สีขาวข้าวใส่สีแดงโอเคนะ”
“เอางั้นก็เอา แต่ข้าวคงใส่แค่ครั้งเดียวพออะ”
“แล้วข้าวอยากใส่เป็นกางเกงหรือกระโปรงดี”
“ก็ต้องกางเกงอยู่แล้วป่ะ”
โดยปกติแล้วขวัญนรีจะเลือกใส่กางเกงมาโดยตลอด ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาเธอก็ไม่คิดอยากจะใส่ประโปรงอีกเลย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้ใส่อีกทุกวันนี้กระโปรงเดียวที่เธอจะยอมใส่คือกระโปรงชุดทำงาน
“ก็เผื่ออยากจะใส่กระโปรงน่ารัก ๆ บ้าง”
“มันไม่ใช่สไตล์เรา”
“หิวข้าวยัง เกดอยากกินอาหารเกาหลี”
“ซื้อเสร็จเราก็ไปกินกันเลยเถอะ ตอนเย็นข้าวต้องรีบกลับบ้านหน่อยวันนี้มีนัดกับที่บ้าน”
ร้านอาหารเกาหลีที่เกตุวดีเลือกเป็นร้านในห้างสรรพสินค้าที่เรามาซื้อของกัน สองสาวสั่งอาหารมากันแค่ไม่กี่อย่าง มีกันแค่สองคนให้สั่งมาเต็มโต๊ะก็คงจะกินไม่ไหว
“แล้วนี่ต้องกลับโคราชวันไหน”
“วันอาทิตย์ตอนเช้า”
“รอบนี้มาไม่กี่วันเอง” เพื่อนสาวอดบ่นไม่ได้
“ก็มันว่างแค่นั้นอะ ข้าวแค่มาจัดการธุระไม่ได้ลาหยุดมาเที่ยว”
ขวัญนรีทำงานอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้เธอเพิ่งจะเดินทางกลับมาบ้านที่กรุงเทพมหานครเพื่อจัดการธุระบางอย่าง วันนี้ก็มาเดินชอปปิงเสื้อผ้าเดินห้างเป็นเพื่อนเกตุวดีเพราะนาน ๆ ทีจึงจะได้กลับมาเจอกัน
“แล้วพรุ่งนี้ข้าวต้องไปถ่ายคลิปกับเกดกี่โมง”
“ก่อนเที่ยงอะ”
“โอเค ข้าวจะได้กะเวลาออกจากบ้านถูก”
เกตุวดีเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำคลิปลงสื่อโซเชียลให้แฟนคลับได้ดูกัน คลิปวิดีโอที่เธอต้องไปถ่ายทำกับเกตุวดีในครั้งนี้คือคลิปรีวิวขนนร้านดังที่ติดต่อมาให้เพื่อนของเธอรีวิวให้ เธอมากรุงเทพฯพอดีเกตุวดีเลยชวนมาถ่ายคลิปด้วยกันเมื่อก่อนตอนที่เธอยังไม่ย้ายไปทำงานที่นครราชสีมาก็เคยมาถ่ายคลิปกับเกตุวดีอยู่บ่อย ๆ หลายคลิปมากด้วย
“แล้วนี่จะกลับเลยป่ะ”
“ใช่ เกดล่ะ”
“ก็คงจะกลับออฟฟิศเลยอะ มีนัดคุยเรื่องตัดคลิปกับน้องพนักงาน”
“งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ ข้าวไปก่อน”
แยกย้ายกับเกตุวดีแล้วขวัญนรีก็เดินกลับมาที่รถยนต์ของตัวเอง พอเดินใกล้จะถึงรถสายตาก็ดันไปเห็นแผ่นหลังคุ้นตาเข้าพอดีเป็นจังหวะที่เขาคนนั้นก็หันหน้ามาให้ได้เห็น
ขวัญนรีทำเป็นไม่มองเดินเลยไปที่ประตูรถฝั่งคนขับก่อนจะเปิดมันออก แต่ก็มีมือของใครบางคนมาปิดมันไว้ดังเดิม
“หยิ่งจังนะคุณ ลืมหน้าผมแล้วเหรอ”
“คุณคือใครคะ?”
เธอมองเขาพร้อมกับขมวดคิ้วเล็ก
“คือคนที่เคยนอนกับคุณไงครับ”
ได้ยินแบบนั้นขวัญนรีก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะทำตาดุอีกฝ่ายที่มาทำเธอนึกอยากอารมณ์เสียขึ้นมา
“คนไหนล่ะคะ? พอดีว่ามีหลายคน”
คนล่าสุดไงครับ ที่คุณชวนผมเข้าโรงแรมเองน่ะ จำได้ไหม?”
คนร่างสูงใหญ่กว่ายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ขวัญนรีเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ่งนึกโมโหเขาขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม
“จำได้ค่ะ แต่ไม่อยากจำแล้ว โอเคนะคะ หลีกไปด้วยค่ะ เกะกะ!”
แต่เขาคนนั้นดันหัวเราะในคำพูดของเธอขึ้นมาซะอย่างนั้น
“มาเจอกันที่กรุงเทพฯทั้งทีผมก็แค่อยากเข้ามาทักทาย นี่จะกลับแล้วเหรอครับขอติดรถไปด้วยทีพอดีผมไม่ได้เอารถมา”
“ฉันไม่ใช่แท็กซี่ค่ะ โน่น! หน้าห้างโน่นจอดเรียงกันเต็มไปหมด เชิญคุณเดินไปเลือกขึ้นได้เลย”
พูดจบก็เปิดประตูรถออกพาตัวเองเข้าไปนั่งปิดประตูฝั่งคนขับได้ก็ได้ยินเสียงประตูอีกฝั่งปิดลงเช่นเดียวกัน
“นี่! อะไรของคุณเนี่ยคุณราพ!”
ขวัญนรีแหวขึ้นเสียงดังลั่นทั้งคันรถ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีมารยาทอะไรขนาดนี้
“ไปส่งผมหน่อยน่า ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวผมจะตอบแทนให้”
“มันใช่หน้าที่ของฉันเหรอคะ?”
“ครับ ตอนนั้นผมยังขับรถไปส่งคุณกลับไปเอารถที่คลับเลย ตอนนี้คุณก็แค่ไปส่งผมบ้าง เราสองคนจะได้เท่าเทียมกัน”
ขวัญนรีรู้สึกหัวเสีย แต่ที่เขาว่ามาน่ะมันก็ถูก ขี้เกียจจะใช้เสียงดังเข้าสู้กับเขาแล้วเลยได้แต่ถอนหายใจต้องยอมรับบทบาทสารถีจำยอมถือว่าตอบแทนเขาไปเธอยิ่งไม่ชอบจะติดค้างใครอยู่ด้วย
“จะให้ไปส่งไหนคะ”
“แล้วคุณล่ะจะไปไหน”
“กลับบ้านค่ะ คุณจะให้ไปส่งที่ไหนก็รีบบอกมาเถอะ”
“แล้วบ้านคุณอยู่แถวไหนเหรอ”
หญิงสาวกัดริมฝีปากเอาไว้อย่างหักห้ามใจที่จะ
พูดอะไรที่มันดูแย่ออกมา เลยได้แต่พึมพำในใจแทน
“แถวไหนแล้วจะอยากรู้ไปทำไมกันคะ”
“ผมจะได้รู้ไงว่าคุณจะผ่านไปทางไหนบ้าง จะได้เลือกที่ลงได้ถูก”
“ดอนเมืองค่ะ คุณจะลงตรงไหนก็รีบบอกมาสักทีเถอะนะคะ”
“งั้นส่งผมที่บีทีเอสวัดพระศรีฯก็ได้ครับ”
พอได้รับคำตอบแล้ว รถยนต์คันสีดำก็แล่นออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ขวัญนรีไม่ได้หันไปมองที่นั่งข้างคนขับเลยตั้งแต่ออกรถมา โฟกัสที่การขับรถอย่างเดียวพอแล้วก็ภาวนาให้ถึงสถานีรถไฟฟ้าดอนเมืองเร็ว ๆ ด้วย
“แล้วนี่คุณจะกลับโคราชวันไหนครับ”
“.....”
เธอได้ยินชัดเต็มสองรูหูแต่เลือกที่จะทำเมินไม่ตอบคำถามนั้นสักที
“ไม่ได้ยินที่ผมถามเหรอครับ”
“ว๊าย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”