1-1 คุณไงเมียผม

1314 Words
“มองอะไรนักหนาอะข้าว” “มองไปเรื่อย” “ใช่เหรอ” ขวัญนรีไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลยไปดูเสื้อผ้าอีกโซนหนึ่ง เกตุวดีเดินตามหลังไปมองดูเพื่อนสนิทที่กำลังหยิบเสื้อตัวหนึ่งขึ้นมาดูอดไม่ได้ที่จะเอ่ยติง “ตัวนี้ไม่สวยมันเรียบไป สีดำอีกแล้วเปลี่ยนใส่สีอื่นบ้างเถอะข้าวจะคุมโทนไปถึงไหน” เสื้อตัวที่ขวัญนรีใส่มาเจอเธอวันนี้เองก็เป็นเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ดีหน่อยที่ใส่กางเกงยีนส์สีขาวไม่คุมโทนใส่สีดำมาทั้งตัว “ก็ข้าวชอบสีดำ” ขวัญนรีหยิบเอาเสื้อตัวนั้นวางกลับที่เดิมก่อนจะหยิบอีกตัวขึ้นมาทาบลองส่วนบนร่างกายมองผ่านกระจก “ตัวนี้ผ่าน แซ่บมาก เอาเลย ๆ” เสื้อตัวที่ว่าเป็นเสื้อแขนกุดสีดำล้วนมีลวดลายดอกไม้สีขาวเข้ามาแซมในบางส่วน ขวัญนรีค่อนข้างที่จะชอบเสื้อแขนกุดอยู่แล้วจึงหยิบมาใส่ตะกร้าเอาไว้ “เอาตัวนี้ด้วยไหม เกดว่าสวยดีเหมาะกับข้าวมากเลย” “สวยจริง แต่มันสีแดงอะ ข้าวไม่ชอบ” เกตุวดีมองบนให้สาวคุมโทนที่จะใส่แต่สีดำท่าเดียวเลย สนใจใส่สีอื่นบ้างเถอะคุณเพื่อน “เอาไปเถอะ จะได้ใส่ไปถ่ายคลิปรีวิวขนมกับเราด้วยไง ร้านเขาบรีฟมาน่ะว่าขอโทนสีขาวแดง เกดใส่สีขาวข้าวใส่สีแดงโอเคนะ” “เอางั้นก็เอา แต่ข้าวคงใส่แค่ครั้งเดียวพออะ” “แล้วข้าวอยากใส่เป็นกางเกงหรือกระโปรงดี” “ก็ต้องกางเกงอยู่แล้วป่ะ” โดยปกติแล้วขวัญนรีจะเลือกใส่กางเกงมาโดยตลอด ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาเธอก็ไม่คิดอยากจะใส่ประโปรงอีกเลย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้ใส่อีกทุกวันนี้กระโปรงเดียวที่เธอจะยอมใส่คือกระโปรงชุดทำงาน “ก็เผื่ออยากจะใส่กระโปรงน่ารัก ๆ บ้าง” “มันไม่ใช่สไตล์เรา” “หิวข้าวยัง เกดอยากกินอาหารเกาหลี” “ซื้อเสร็จเราก็ไปกินกันเลยเถอะ ตอนเย็นข้าวต้องรีบกลับบ้านหน่อยวันนี้มีนัดกับที่บ้าน” ร้านอาหารเกาหลีที่เกตุวดีเลือกเป็นร้านในห้างสรรพสินค้าที่เรามาซื้อของกัน สองสาวสั่งอาหารมากันแค่ไม่กี่อย่าง มีกันแค่สองคนให้สั่งมาเต็มโต๊ะก็คงจะกินไม่ไหว “แล้วนี่ต้องกลับโคราชวันไหน” “วันอาทิตย์ตอนเช้า” “รอบนี้มาไม่กี่วันเอง” เพื่อนสาวอดบ่นไม่ได้ “ก็มันว่างแค่นั้นอะ ข้าวแค่มาจัดการธุระไม่ได้ลาหยุดมาเที่ยว” ขวัญนรีทำงานอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้เธอเพิ่งจะเดินทางกลับมาบ้านที่กรุงเทพมหานครเพื่อจัดการธุระบางอย่าง วันนี้ก็มาเดินชอปปิงเสื้อผ้าเดินห้างเป็นเพื่อนเกตุวดีเพราะนาน ๆ ทีจึงจะได้กลับมาเจอกัน “แล้วพรุ่งนี้ข้าวต้องไปถ่ายคลิปกับเกดกี่โมง” “ก่อนเที่ยงอะ” “โอเค ข้าวจะได้กะเวลาออกจากบ้านถูก” เกตุวดีเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำคลิปลงสื่อโซเชียลให้แฟนคลับได้ดูกัน คลิปวิดีโอที่เธอต้องไปถ่ายทำกับเกตุวดีในครั้งนี้คือคลิปรีวิวขนนร้านดังที่ติดต่อมาให้เพื่อนของเธอรีวิวให้ เธอมากรุงเทพฯพอดีเกตุวดีเลยชวนมาถ่ายคลิปด้วยกันเมื่อก่อนตอนที่เธอยังไม่ย้ายไปทำงานที่นครราชสีมาก็เคยมาถ่ายคลิปกับเกตุวดีอยู่บ่อย ๆ หลายคลิปมากด้วย “แล้วนี่จะกลับเลยป่ะ” “ใช่ เกดล่ะ” “ก็คงจะกลับออฟฟิศเลยอะ มีนัดคุยเรื่องตัดคลิปกับน้องพนักงาน” “งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ ข้าวไปก่อน” แยกย้ายกับเกตุวดีแล้วขวัญนรีก็เดินกลับมาที่รถยนต์ของตัวเอง พอเดินใกล้จะถึงรถสายตาก็ดันไปเห็นแผ่นหลังคุ้นตาเข้าพอดีเป็นจังหวะที่เขาคนนั้นก็หันหน้ามาให้ได้เห็น ขวัญนรีทำเป็นไม่มองเดินเลยไปที่ประตูรถฝั่งคนขับก่อนจะเปิดมันออก แต่ก็มีมือของใครบางคนมาปิดมันไว้ดังเดิม “หยิ่งจังนะคุณ ลืมหน้าผมแล้วเหรอ” “คุณคือใครคะ?” เธอมองเขาพร้อมกับขมวดคิ้วเล็ก “คือคนที่เคยนอนกับคุณไงครับ” ได้ยินแบบนั้นขวัญนรีก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะทำตาดุอีกฝ่ายที่มาทำเธอนึกอยากอารมณ์เสียขึ้นมา “คนไหนล่ะคะ? พอดีว่ามีหลายคน” คนล่าสุดไงครับ ที่คุณชวนผมเข้าโรงแรมเองน่ะ จำได้ไหม?” คนร่างสูงใหญ่กว่ายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ขวัญนรีเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ่งนึกโมโหเขาขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม “จำได้ค่ะ แต่ไม่อยากจำแล้ว โอเคนะคะ หลีกไปด้วยค่ะ เกะกะ!” แต่เขาคนนั้นดันหัวเราะในคำพูดของเธอขึ้นมาซะอย่างนั้น “มาเจอกันที่กรุงเทพฯทั้งทีผมก็แค่อยากเข้ามาทักทาย นี่จะกลับแล้วเหรอครับขอติดรถไปด้วยทีพอดีผมไม่ได้เอารถมา” “ฉันไม่ใช่แท็กซี่ค่ะ โน่น! หน้าห้างโน่นจอดเรียงกันเต็มไปหมด เชิญคุณเดินไปเลือกขึ้นได้เลย” พูดจบก็เปิดประตูรถออกพาตัวเองเข้าไปนั่งปิดประตูฝั่งคนขับได้ก็ได้ยินเสียงประตูอีกฝั่งปิดลงเช่นเดียวกัน “นี่! อะไรของคุณเนี่ยคุณราพ!” ขวัญนรีแหวขึ้นเสียงดังลั่นทั้งคันรถ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีมารยาทอะไรขนาดนี้ “ไปส่งผมหน่อยน่า ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวผมจะตอบแทนให้” “มันใช่หน้าที่ของฉันเหรอคะ?” “ครับ ตอนนั้นผมยังขับรถไปส่งคุณกลับไปเอารถที่คลับเลย ตอนนี้คุณก็แค่ไปส่งผมบ้าง เราสองคนจะได้เท่าเทียมกัน” ขวัญนรีรู้สึกหัวเสีย แต่ที่เขาว่ามาน่ะมันก็ถูก ขี้เกียจจะใช้เสียงดังเข้าสู้กับเขาแล้วเลยได้แต่ถอนหายใจต้องยอมรับบทบาทสารถีจำยอมถือว่าตอบแทนเขาไปเธอยิ่งไม่ชอบจะติดค้างใครอยู่ด้วย “จะให้ไปส่งไหนคะ” “แล้วคุณล่ะจะไปไหน” “กลับบ้านค่ะ คุณจะให้ไปส่งที่ไหนก็รีบบอกมาเถอะ” “แล้วบ้านคุณอยู่แถวไหนเหรอ” หญิงสาวกัดริมฝีปากเอาไว้อย่างหักห้ามใจที่จะ พูดอะไรที่มันดูแย่ออกมา เลยได้แต่พึมพำในใจแทน “แถวไหนแล้วจะอยากรู้ไปทำไมกันคะ” “ผมจะได้รู้ไงว่าคุณจะผ่านไปทางไหนบ้าง จะได้เลือกที่ลงได้ถูก” “ดอนเมืองค่ะ คุณจะลงตรงไหนก็รีบบอกมาสักทีเถอะนะคะ” “งั้นส่งผมที่บีทีเอสวัดพระศรีฯก็ได้ครับ” พอได้รับคำตอบแล้ว รถยนต์คันสีดำก็แล่นออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ขวัญนรีไม่ได้หันไปมองที่นั่งข้างคนขับเลยตั้งแต่ออกรถมา โฟกัสที่การขับรถอย่างเดียวพอแล้วก็ภาวนาให้ถึงสถานีรถไฟฟ้าดอนเมืองเร็ว ๆ ด้วย “แล้วนี่คุณจะกลับโคราชวันไหนครับ” “.....” เธอได้ยินชัดเต็มสองรูหูแต่เลือกที่จะทำเมินไม่ตอบคำถามนั้นสักที “ไม่ได้ยินที่ผมถามเหรอครับ” “ว๊าย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD