8...หลบหนี (1)

1209 Words
ลมทะเลพัดแรงขณะที่เรือกำลังแล่นกลับเข้าฝั่งหลังจากอัฐิของนายสาธิตถูกโปรยปรายไปตามกระแสคลื่นของท้องทะเลเรียบร้อยแล้ว แม้จะทำได้เพียงยืนมองคุณนายใหญ่กับภาคิม ทว่าตลอดเวลาแพรรินก็อธิษฐานถึงผู้เป็นพ่อตลอด ขอให้ท่านสู่สุขคติอย่าได้เป็นห่วงเธอ ขณะนี้หญิงสาวนั่งอยู่ฟากหนึ่งของเรือกับลูกแก้วที่เมาเรือจนแทบทำอะไรไม่ได้นอกจากดมยาดม สายตาคู่สวยมองมหาสมุทรกว้างใหญ่พร้อมน้ำตาที่ปลิวออกจากปลายหางตาด้วยแรงลม เธอสัญญากับพ่อเอาไว้แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแออีก แม้จะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทางใด ทว่าส่วนหนึ่งในใจก็เหมือนจะบอกผู้เป็นพ่อตามสายลมแล้วว่าเธอจะทำตามความต้องการของท่าน คราวนี้คงขึ้นอยู่ที่พินัยกรรมแล้วว่าจะบอกอย่างไร แพรรินเชื่อว่าอย่างน้อยพ่อของเธอก็รู้จักเธอดี รู้ว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไร ท่านคงไม่บังคับจิตใจเธอจนถึงกับให้ทำสิ่งที่แพรรินต้องฝืนใจ เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ แพรรินคิดจะโทรบอกเอริคเรื่องเปิดพินัยกรรมแต่มันก็กะทันหันหากจะให้เขาบินมาทันที และคิดว่ารู้สิ่งที่พินัยกรรมระบุแล้วค่อยติดต่อหาเอริคเพื่อปรึกษาน่าจะยังไม่สาย หากตัดสินใจได้แล้วตอนนั้นเอริคค่อยบินมาก็ได้ “เจ็กคะ คือ...หม่าม้าบอกว่าเมาเรือน่ะค่ะ อีกนานไหมคะกว่าจะถึง” คนที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงหวานๆ นั้น แล้วก็ทันเห็นยี่เอินก้าวเข้าไปหาและเกาะแขนคนร่างสูงใหญ่ที่ไม่รู้ว่าเดินไปยืนอยู่ด้านหน้าของกาบเรือตั้งแต่เมื่อไร เพราะตอนแรกเขาอยู่ข้างในเคบินกับคุณนายใหญ่และยี่เอิน ส่วนเธออยู่ข้างนอกกับอาวุธ ธนกฤต และลูกน้องของพวกเขา ก่อนหน้านี้ธนกฤตนั่งอยู่กับเธอและลูกแก้วแต่เพิ่งจะลุกไปคุยกับพ่อของเขาเบาๆ อีกมุมหนึ่งซึ่งเธอไม่ได้สนใจมากนัก เพราะอารมณ์ไม่ได้เป็นปกติดี ขอแค่ไม่มีใครมายุ่งกับตนเองก็พอแล้ว พอนึกถึงที่ว่าไม่มีใครมายุ่งก็อดคิดเรื่องคุณนายใหญ่ไม่ได้ เพราะวันนี้ทั้งวันคุณเหม่ยหลินไม่ได้จิกกัดเธอด้วยวาจาเลยแม้แต่น้อย นอกจากจิกด้วยสายตาในครั้งแรกที่เธอกับลูกแก้วไหว้ตอนมาถึงท่าเรือ คุณนายใหญ่เชิดหน้าใส่จากนั้นก็ขึ้นเรือเข้าไปด้านใน อยู่ให้ห่างพวกเธออย่างเดียว ส่วนเธอเองก็ไม่เข้าไปรบกวนส่วนในถึงแม้อาวุธกับธนกฤตบอกว่าในเคบินมีห้องแยกและใหญ่พอที่เธอจะเข้าไปพักด้านในได้ หญิงสาวก็ปฏิเสธขอนั่งด้านนอกกับลูกแก้ว และสายชลเองก็ยังบอกว่าเจ้านายเขาให้มาเชิญ หญิงสาวจึงบอกไปว่าลูกแก้วเมาเรือนั่งข้างนอกดีกว่า เพราะพอเรือแล่นออกมาได้ไม่นานลูกแก้วก็เมาเรือ “อีกสักครู่ คุณนายใหญ่ทานยาแก้เมาแล้วไม่ใช่เหรอ” “เอ่อ ค่ะ ยาคงเพิ่งหมดฤทธิ์มั้งคะ” “แล้วมีใครดูแลหรือยัง” “หม่าม้าให้มาถามแล้วก็อยากให้เจ็กเข้าไปข้างในหน่อยน่ะค่ะ คงอยากให้เจ็กช่วยจัดคนดูแล” สายตาคมเหลือบไปทางอาวุธที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา ก่อนจะก้มลงพูดกับหลานสาว “เดี๋ยวอาบอกอาวุธให้” “เอ่อ คือ...” “คุณนายใหญ่เป็นอะไรครับคุณภาคิม” “คุณนายใหญ่เมาเรือน่ะ อาวุธช่วยสั่งคนดูแลหน่อยก็แล้วกัน อีกสักยี่สิบนาทีก็คงถึงฝั่งแล้ว ไม่นานแต่ก็ให้ทานยาแก้เมาด้วยก็แล้วกัน” “ครับ” อาวุธรับคำก่อนจะไปสั่งคนสนิทของตนให้อีกฝ่ายไปบอกเด็กในบ้านซึ่งพาติดตามมาด้วยหนึ่งคน “เจ็กเข้าไปข้างในเถอะค่ะ” “อาอยากรับลมหน่อย เอินเข้าไปก่อนเถอะ อยู่ข้างนอกเจอลมแรงๆ นานๆ แถมอากาศก็ร้อนแบบนี้แล้วจะจับไข้เอา” ยี่เอินชักจะหน้าเสีย แต่รู้ว่าตัวเองไม่สามารถขัดความต้องการของผู้เป็นอาได้ และหากเข้าไปโดยไม่มีคุณอาไปด้วยก็มีหวังโดนแม่เลี้ยงดุหรืออาจจะลงไม้ลงมือด้วยก็เป็นได้ ทว่าก็จำต้องรับคำแล้วเดินคอตกกลับไป ขณะที่ผ่านหญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่กาบเรือยี่เอินก็ไม่ได้เหลียวมองเลยแม้แต่น้อย ราวกับไม่อยู่ในสายตา ทว่าแพรรินกลับมองตามยี่เอินจนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีคนมองตัวเองจึงหันไปทางนั้น แล้วก็เจอกับตามคมดุสีเข้มเข้า เขามองเธอสลับกับลูกแก้วด้วยสีหน้าเฉยก่อนจะหันกลับไปมองทะเลตามเดิม หญิงสาวได้แต่งุนงงกับสายตาของเขาจนเสียงธนกฤตดังขึ้นใกล้ๆ “น้ำครับคุณแพร แล้วนี่ก็ยาลมของคนเมาเรือ” ชายหนุ่มยื่นน้ำให้หญิงสาว ขณะที่ถือแก้วยาลมอยู่ในมือตอนนั่งลงข้างๆ คนเมาเรือ หากแต่คนตัวเล็กก็เพียงปรือตามองเขานิดเดียวแล้วหลับลงต่อไม่สนใจ “มียาลมเหรอคะ ไม่น่าเชื่อ” แพรรินถามอย่างแปลกใจ “ครับมี แต่ผมก็เพิ่งรู้ว่าคนในบ้านใหญ่เขาพกมา แต่คงเพราะเป็นพวกคุณเขาเลยไม่สนใจ แต่ผมรู้จากพ่อเลยไปตีสนิทเด็กในบ้านแล้วขอมาใส่น้ำร้อนน่ะครับ” “ขอบคุณคุณกฤตมากนะคะ” แพรรินดื่มน้ำผลไม้กระป๋องของตัวเองแล้วก็วางลงใกล้ๆ ตัว ก่อนจะรับแก้วยาลมมาจากชายหนุ่มอีกที รู้ดีว่าลูกแก้วกับธนกฤตนั้นมีปัญหากันเมื่อเช้าเพราะสาวน้อยเล่าให้เธอฟังทันทีที่เจอหน้า ซึ่งชายหนุ่มก็เคืองที่โดนคนตัวเล็กเอาเรื่องมาฟ้อง พอเป็นหญิงสาวถือลูกแก้วก็รับไปค่อยๆ จิบช้าๆ ไม่รีบร้อน ไม่สนใจขอบคุณคนเอามาให้จนธนกฤตอดไม่ไหวอีกจนได้ “ไม่รู้จักบุญคุณคน” “ไม่ได้ขอสักหน่อย” สาวน้อยสวนกลับทันควันโดยไม่มองหน้า ก็ช่วยไม่ได้ ทีตอนเขาเข้าใจเธอผิดจับกระแทกประตูซะแรงยังไม่ขอโทษสักคำ เสียงสูดหายใจเข้าด้วยความโมโหได้ยินชัด แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั่งทำตาขวางใส่คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจิบยาลม เพราะไม่อยากเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าผู้หญิงที่ถูกใจ แพรรินมองท่าทางของทั้งสองคนแล้วก็ทำได้เพียงส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่พูดอะไร รู้ดีว่าบังคับลูกแก้วให้ขอบคุณสาวน้อยก็คงทำ แต่มันไม่ได้มาจากใจธนกฤตเองคงไม่อยากได้ =====
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD