“อ้าว คุณ...ทำไมมาลอยในทะเลอย่างนี้ล่ะครับ มา มาขึ้นมาก่อน”
ตาที่กำลังปรือของแพรรินเปิดขึ้นตามเสียงนั้น และรู้ตัวว่าเอาเปรียบชายหนุ่มอย่างมากเพราะเธอเอาแต่เกาะคอเขาอย่างเหนื่อยอ่อน ตอนที่เขาพยายามใช้ขาและมือข้างหนึ่งพาเธอว่ายมาหาเรือ ส่วนมืออีกข้างนั้นเขายังโอบเอวเธออยู่
ห่วงยางถูกโยนลงมาแล้วภาคิมก็เอาให้หญิงสาวเกาะก่อน
“คุณไหวหรือเปล่า พยายามนิดหนึ่งนะ เดี๋ยวผมจะช่วยยกขึ้นไปแล้วคนข้างบนก็จะช่วยดึงคุณด้วย”
ดูจากสายตาอ้อนนั้นแล้วภาคิมรู้ว่าอีกฝ่ายอ่อนล้ามาก ขยับตัวก็แทบไม่ไหวแต่ก็ยังตัดใจ เลื่อนมือไปจับยางรถจักรยานยนต์ผูกติดไว้ไต่ขึ้น เขาเหยียบยางล่างสุดเพื่อยืนแล้วใช้แรงรั้งให้ร่างบางลอยขึ้นผ่านตัวเองไปนั่งบนบ่า ต่อจากนั้นคนข้างบนก็ดึงเธอขึ้นไป แล้วตนเองก็ไต่ตามขึ้นไปบนนั้นเห็นหญิงสาวนั่งกอดตัวเองชิดกาบเรือจึงก้าวเข้าไปหา
“ทำไมนั่งอย่างนี้ล่ะคุณ...”
พูดได้เพียงเท่านั้นร่างบางก็โผเข้ามากอดเขาเต็มแรง แนบหน้ากับอกแกร่งไม่พูดไม่จาเอาแต่มองไปฝั่งตรงข้ามภาคิมจึงมองตาม
มุมนั้นลูกเรือทุกคนหันมามองเขาและเธอเป็นตาเดียว แล้วทุกคนก็เป็นผู้ชายทั้งนั้น บางสายตาเห็นชัดว่ามองผู้หญิงในอ้อมกอดเขาอย่างสนใจเป็นพิเศษ บางคนถึงกับตาเยิ้มเพราะจริงๆ แล้วพวกเขากำลังตั้งวงกันอยู่
“เอาๆ คุณ เอาไป ผ้าขนหนูของผมเอง”
ชายวัยกลางคนรูปร่างล่ำสันคนที่เห็นทั้งคู่เดินออกมาจากเคบิน แล้วผ้าขนหนูผืนใหญ่เก่าๆ หนึ่งผืนแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม
“ลุงเป็นเจ้าของเรือใช่ไหมครับ”
“ครับ”
“ไต้ก๋ง?”
“เรียกลุงยวนเฉยๆ ก็ได้ครับคุณ แล้วนี่พวกคุณสองคนไปไงมาไงถึงมาลอยคอในทะเลแบบนี้”
ลุงยวนบอกพร้อมกับนั่งลงห่างจากทั้งคู่เล็กน้องอย่างไม่พิธีรีตองมากมาย ขณะที่ภาคิมรีบคลี่ผ้าห่มทั้งตัวให้หญิงสาวแล้วกอดเธออีกที ก่อนจะตอบพร้อมสายตาก็มองกวาดลูกน้องทุกคนของลุง
“เราเป็นสามีภรรยากันครับ มาฮันนีมูน สปีดโบ๊ตที่เราขับไปมีปัญหาผมเห็นว่าไม่ไกลจากท่าเท่าไรก็เลยว่ายมาแต่ภรรยาผมเขาติดผม ไม่ยอมอยู่คนเดียวเลยตามมาด้วย”
แพรรินที่อยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มได้แต่ตาโตกับคำพูดของเขา ทว่าก็ไม่ทำท่าทางตกใจหรือคัดค้านอะไรเพราะรู้ว่าภาคิมกำลังช่วยเธอ เขาคงมองปฏิกิริยาของเธอกับสายตาของพวกลูกเรือออก
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แต่มันอันตรายนะคุณ ทีหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน เดี๋ยวลุงก็กำลังจะออกเรือไปแล้ว ก็อาจจะไปเจอกันก็ได้ หรือไม่ก็พยายามติดต่อทางอื่นจะดีกว่า”
“ครับ แล้วนี่ลุงจะไปเกาะไหนเหรอ”
ภาคิมรับคำไปอย่างนั้นเอง จุดประสงค์ของเขาคืออยากรู้จุดหมายปลายทางของเรือลำนี้มากกว่า
“เกาะแฝดครับ เกาะเล็กๆ สองเกาะที่มีสันทรายเชื่อมกันน่ะครับ คุณน่าจะเคยได้ยิน เขากำลังทำรีสอร์ตแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ กำลังไปได้ดีเลย”
“เรากำลังจะไปที่นั่นพอดีเลยครับ พวกเราออกมาจากที่นั่นเมื่อตอนเช้า กำลังจะกลับ ผมกับภรรยาขอรบกวนลุงได้ไหมครับ ผมจะได้ไปบอกเรื่องเรือกับทางรีสอร์ตที่ผมพักอยู่”
“ได้สิคุณ เชิญเลยๆ งั้นนั่งกันตรงนี้แหละ หรือว่าหิวน้ำไหม เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอามาให้ก็แล้วกัน เรือกำลังจะออกพอดี”
“เอ่อ...”
ภาคิมกำลังจะปฏิเสธแต่ก็ชะงัก เพราะเขาไม่หิวแต่หญิงสาวในอ้อมแขนของเขาอาจจะหิว หรือไม่ก็อีกพักหนึ่งตัวเขาเองก็อาจจะหิวก็ได้ ถ้าต้องนั่งนิ่งๆ ไปอย่างนี้อีกสักใหญ่ จึงตอบรับและขอบคุณไป
“ขอบคุณครับ”
“เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาน้ำต้มอุ่นๆ มาให้ก็แล้วกันนะ คงจะหนาวกัน”
บอกแล้วลุงยวนก็เดินไปบอกกลุ่มที่นั่งก๊งกันหลังจากขายปลามาได้ มันเป็นอย่างนี้ประจำ ทั้งที่เมียแต่ละคนก็ใช่ว่าปากจะธรรมดาแต่ก็หยุดเรื่องเหล้าของพวกนี้ไม่ได้
ไม่นานจากนั้นก็มีคนเอาน้ำมาวาง ภาคิมขอบคุณขณะมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาดุคม เพราะมันมองหญิงสาวในอ้อมแขนเขาโดยแทบจะไม่มองหน้าเขาสักนิดก่อนจะผละไป แล้วเรือก็เริ่มขยับขณะที่มีเสียงกระซิบเบาๆ ใกล้หูเขา
“ขอบคุณ ขอบคุณนะคะ”
“ทานน้ำไหม”
เป็นครั้งแรกที่ภาคิมทำใจให้ก้มลงมองคนที่ตัวเองกอดอยู่ หลังจากเธอนั่งเงียบซบเขามาตั้งแต่แรก พอเธอเอ่ยปากอาการฝืนในใจแปลกๆ ของเขาก็พลอยคลายลงไปด้วย
หญิงสาวส่ายหน้าแต่เขากลับไม่เห็นด้วยจึงพูดอย่างดุๆ โดยไม่รู้ตัว
“จิบสักนิดดีกว่าตัวจะได้อุ่นขึ้น ผมคิดว่ายังไงคุณก็น่าจะไม่สบายแน่คืนนี้ โดนทั้งแดด ลมทะเล แล้วก็อยู่ในน้ำทะเลทั้งร้อนทั้งเย็น วันหนึ่งเจอเยอะแบบนี้ทนได้ก็ไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว”
“ฉันไม่ได้อ่อนแอ...แค่ก แค่ก...”
“นั่นไง”
ยังเถียงไม่ทันจบหญิงสาวก็ไอจนคนดุทำตาดุยิ่งกว่าเดิมจนเธอหน้างอใส่เขา แล้วภาคิมก็ส่ายหน้าผละออกไปเทน้ำอุ่นใส่แก้วมาจ่อที่ปากอิ่มให้เธอจิบ คนร่างบางจึงยอมจิบตามที่เขาสั่งช้าๆ จนหมดไปครึ่งแก้วแล้วส่ายหน้า ชายหนุ่มจึงหันไปเทน้ำใส่แก้วเดิมจมเต็มก่อนจะยกดื่มอึกๆ จนหมด ทำเอาหญิงสาวมองตามตาโต แต่เขาก็ทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ วางแก้วแล้วขยับมากอดเธอหลังจากนั่งให้ถนัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัวเขาก็ก้มลงมาหาลำคอผ่อง ปลายจมูกโด่งเฉียดผิวเนียนนุ่ม คนที่โดนตัวเกร็งขยับไปไหนไม่ได้เพราะเขากอดแน่น จะเอียงหลบเสียงทุ้มราบเรียบก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าคุณขยับ พวกที่มองอยู่ก็ต้องสงสัย แล้วสามีภรรยาดื่มน้ำแก้วเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลก เลิกทำตาโตได้แล้ว”
แพรรินผ่อนลมหายใจออกช้าๆ แผ่วเบาหลังจากเข้าใจอะไรมากขึ้น พยายามไม่ให้ผิดสังเกต เธอเข้าใจแล้วว่าในมุมของพวกนั้นคงเข้าใจว่าชายหนุ่มน่าจะกำลังจูบซอกคอเธอ หญิงสาวจึงเอียงแก้มเข้าหาแก้มสากเล็กน้อยเกือบจะชิดกัน ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้ปากได้รูปแทบจะแนบคอเธอตอนที่เขาพูด
“ตอนคุณขึ้นมาพวกนั้นทำอะไรหรือเปล่า”
ใบหน้าเล็กพยักเบาๆ สันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นดังนั้น เขายกมือขึ้นกดหัวเล็กให้แนบอกตนเอง อีกมือก็ลูบไหล่บางข้างหนึ่งเบาๆ ทว่าน้ำเสียงเข้มขึ้นกว่าปกติ
“มันทำอะไร”
“มันหลายมือมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นใครช่วยยื้อ ช่วยดึง แล้วก็ลูบ”
“ฉวยโอกาส มันน่านัก”
แพรรินคิดว่าได้ยินเสียงเข่นเขี้ยวและขบกรามอยู่บนหัว แม้มือทั้งสองข้างของเขาจะยังลูบปลอบที่ผมเปียกๆ กับไหล่เธอก็ตาม
“เราจะไปเกาะนั่นทำไมคะ”
หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องไม่อยากพูดถึง แม้จะสงสัยตั้งแต่ตอนที่เขาพูดกับไต้ก๋งแต่ก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มเสียแผน และเลี่ยงมาถามตอนที่อยู่กันเพียงสองคนเบาๆ
“ผมว่าเราหลบก่อนดีกว่า สถานการณ์ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าคนที่โจมตีต้องการอะไร แล้วก็ต้องการจัดการกับใครกันแน่ ออกห่างจากที่เกิดเหตุให้มากที่สุดไปก่อน อย่างน้อยถ้ามันตามเรา มันคงไม่ทันคิดว่าเราหนีไปเกาะทันทีแบบนี้”
แพรรินคิดตามแล้วเงียบไปอย่างเห็นด้วยกับเขาเหมือนกัน ทว่าที่เธอสงสัยคือ คนที่ถูกตามเป็นเธอหรือเขากันแน่
=====