9...จับมือไปด้วยกัน (1)

1150 Words
แรงดึงจากมือแข็งแรงทำเอาลูกแก้วแทบจะปลิวตาม แต่ด้วยความกลัวทำให้ขาของเธอพยายามก้าวเต็มฝีเท้า ทว่าทุกครั้งที่รู้สึกว่ากระสุนตกใกล้ๆ เท้าร่างเล็กก็จะทิ้งตัวลงร้องกรี๊ดตลอดและครั้งนี้ก็เช่นกัน ปัง! ปัง! ปัง! “กรี๊ด กรี๊ด...” “นี่ ลุกขึ้นเร็ว นั่งลงแบบนี้มันยิ่งอันตราย อย่าช้า เร็วเข้า” แขนแข็งแรงสองข้างรั้งใต้แขนของลูกแก้วจนเธอแทบตัวลอยหลังจากที่เขาบอก ธนกฤตดูเหมือนจะรู้ดีว่าคนตัวเล็กไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะขยับตัวได้ดั่งใจเขา ชายหนุ่มลากร่างเล็กให้หลบวิถีกระสุนแล้วพลิกตัวใช้ร่างตนบังอยู่ด้านนอกขณะที่ดึงกึ่งรั้งให้หญิงสาวก้าวไปพร้อมกับตนเอง ทั้งที่มีปืนอยู่กับตัวแต่ไม่มีโอกาสที่เขาจะชักออกมายิงสวนไปเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกมันระดมยิงมาทางเขากับสาวน้อยตัวเล็กนี่ไม่หยุดหย่อน “ไม่ไหวแล้ว กรี๊ด...” เสียงปืนยังไล่ตามทั้งสองคนให้ลูกแก้วได้กรีดร้องไม่หยุดจนธนกฤตชักจะทนไม่ไหวต้องเอามือปิดปาก พอเธอส่ายหน้าขณะตัวสั่นงันงกไม่ยอมก้าวต่อ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกลัวมาก “ไม่ไหวก็ต้องไหว ถ้าไม่อยากตาย มาเร็ว” ชายหนุ่มบอกพร้อมมืออีกข้างก็โอบเอวบางให้พาตัวเคลื่อนไปข้างหน้าได้สะดวกขึ้น แล้วพาวิ่งเร็วๆ จนเกือบจะเป็นอุ้มเลยทีเดียว ธนกฤตพาลูกแก้วมาจนถึงทางขึ้นท่าเรือโดยยังถูกยิงตามมาไม่หยุด ทว่าเขาไม่สนใจนอกจากหนีให้สุดฝีเท้า ชายหนุ่มพาอีกฝ่ายวิ่งไปจนถึงบริเวณที่มีร้านรวงข้างทาง ตอนนั้นเองที่เสียงปืนที่ไล่ตามเริ่มหยุดลงเพราะมีผู้คนเดินขวักไขว่กว่าส่วนที่เป็นท่าเรือ พอเห็นว่าทางเริ่มสะดวกขึ้นธนกฤตก็ปล่อยลูกแก้ว ทว่าอีกฝ่ายขาอ่อนแทบจะร่วงไปกองกับพื้นจนเขาต้องโอบเอวไว้อย่างเดิมพร้อมกระซิบบอก “นี่เราน่ะ อย่าพยายามทำตัวให้มีพิรุธนักได้ไหม คนเยอะแยะเดี๋ยวจะยิ่งเป็นจุดสนใจ” เมื่อชายหนุ่มปล่อยมือออกจากปากลูกแก้วจึงเงียบแล้วพยักหน้ารับ แล้วเขาก็ดึงเธอให้ไปนั่งหลบหลังรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ “แล้วนี่เดินไหวไหมเนี่ย เราต้องรีบไปต่อนะ” “ยังต้องไปอีกเหรอคุณ ขาหนูจะก้าวไม่ออกแล้วนะ” “ไปสิ ขืนหยุดอยู่แถวๆ นี้พวกมันที่ตามมาต้องหาเจอแน่” “คุณเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องหนีพวกมันด้วย ไปจับพวกมันเลยสิ” “ใครบอกคุณว่าผมเป็นตำรวจ” คำถามของเขาทำให้ลูกแก้วเงียบไป เพราะเธอจำเขาได้ เขาคือคนที่แพรไพลินบอกว่าเป็นเพื่อนที่เป็นตำรวจ แถมเมื่อเช้าเขาก็จับตัวเธอด้วยท่าทางที่ตำรวจรวบตัวผู้ร้ายไม่มีผิด ทว่าลูกแก้วไม่กล้าบอกเขาตรงๆ ว่ารู้ได้อย่างไร เกรงว่าเขาจะคิดว่าเธอเป็นพวกหัวขโมยแล้วจับเข้าคุกขึ้นมาจริงๆ “ก็...แล้วไม่ใช่หรือไง” ธนกฤตมองคนที่ย้อนถามเขากลับอยู่เพียงครู่ก่อนจะบอก “เคยเป็น” จากนั้นชายหนุ่มก็หันไปสนใจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ปล่อยให้ลูกแก้วได้แต่อ้าปากค้างและคิดตามที่เขาพูด ก่อนจะเข้าใจว่าตัวเองน่าจะโดนแพรไพลินหลอกโดยที่จริงๆ แล้วหญิงสาวไม่ได้คิดจะส่งเธอให้ตำรวจ คิดแล้วก็อดขำขึ้นมา ตอนนั้นเธอกลัวจริงๆ แต่จะว่าไปแพรไพลินก็ใจดีมาก “ขำอะไรน่ะเรา นี่มันเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนะ” คนได้ยินหันมามองพร้อมกับดุ แต่แล้วเมื่อสาวน้อยยิ้มสดใสให้แถมยังไม่หยุดขำ เขาก็ได้แต่ส่ายหน้า “คุณเลิกเป็นตำรวจนานหรือยัง” “ถามทำไม” “ตอบมาเถอะน่า” “ยังไม่ถึงสองอาทิตย์” นั่นยิ่งทำให้ลูกแก้วหัวเราะมากขึ้น “หัวเราะอะไรเนี่ย หนีลูกปืนจนเป็นบ้าไปแล้วหรือไง” ธนกฤตยิ่งทำหน้าดุมากขึ้นเมื่อสาวน้อยขำเสียจนตายิบหยี หัวเราะไปพูดไปไม่หยุด “ก็คุณน่ะเลิกเป็นตำรวจได้ไม่กี่วันก็แต่ต้องมาวิ่งหนีคนร้ายแบบนี้ ไม่รู้สึกว่ามันตลกบ้างเหรอ ทีนี้เข้าใจอารมณ์คนร้ายเวลาวิ่งหนีคุณหรือยัง” คนฟังพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่สาวน้อยบอกแล้วอดยิ้มตามไม่ได้เพราะนึกภาพออกเลยทีเดียว “ช่างคิดนะเรา” เขายกมือขึ้นเคาะหน้าผากอีกฝ่ายอย่างลืมตัว เนื่องจากเห็นรอยยิ้มน่ารักๆ กับความอารมณ์ดีของสาวน้อยตรงหน้า ทำให้ลืมไปว่าทั้งคู่เพิ่งจะรู้จักและก่อนหน้านี้ก็เขม่นกันอยู่ “โอ๊ย...นี่...” ลูกแก้วโวยวายพร้อมกับจับหน้าผากตัวเอง ทว่ากลับถูกปิดปากด้วยมือแข็งแรงแล้วดึงร่างเล็กให้มาแนบกับอกแกร่งหลบใครบางคนที่เขาเห็นแวบๆ เพราะมันโผล่มาในจุดที่สายตาเขามองเห็นพอดีว่ามันเอาปืนซุกไว้ที่กางเกงด้านหลัง ชายหนุ่มกระซิบกับลูกแก้วเบาๆ ขณะมองหาที่ที่คิดว่าจะหนีไปต่อ “อยู่นิ่งๆ ก่อนนะ มีคนที่ท่าทางจะเป็นพวกมันกำลังเดินสำรวจแถวๆ นี้ เดี๋ยวเราคงต้องไปที่อื่นแล้ว” สายตาคมกวาดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงรถสองแถวที่เพิ่งมาจอด แล้วเด็กรถกำลังเรียกคนขึ้น ขณะที่คนกำลังลง แล้วก็มีคนรอขึ้นอยู่สี่ห้าคน ธนกฤตตัดสินใจได้ทันที “เอาล่ะ เราไปนั่งรถเล่นกันดีกว่า” “วะ...ว่าไงนะ” “มาทางนี้” ร่างสูงกำยำใช้ร่างของตัวเองบังและเดินดันให้ลูกแก้วอยู่ด้านหน้าพาไปจนกระทั่งถึงรถ แล้วก้าวขึ้นไปยืนเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่น พอลูกแก้วจะหันกลับไปมองด้านหลังมือแข็งแรงก็จับแก้มเธอดันให้หันกลับมา มือข้างที่โอบเธออยู่กดหัวเล็กๆ ลงให้ชิดกับแผงอกของตนอีกครั้ง พร้อมกันคนอื่นๆ ไม่ให้เบียดคนตัวเล็กมากจนเกินไปด้วยในตัว “อย่าหันไปมอง พวกมันอาจจะจำหน้าฉันกับเธอได้ เดี๋ยวมันเห็นขึ้นมาไม่ใช่แค่เราที่จะแย่” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านั้นแล้วเงียบไป ขณะที่สมองครุ่นคิดถึงเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ขณะรถแล่นออกเมื่อคนขึ้นจนหมดแล้ว =====
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD