คนที่เพิ่งถูกยั่วไปหยกๆ ตอนนี้ลงไปแช่ตัวอยู่ในน้ำเย็นเพื่อดับความพลุ่งพล่านเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังก่นด่าตัวเองสารพัดที่ไปรู้สึกกับสัมผัสง่ายๆ ของเธอคนนั้น อย่าว่าแต่แตะต้องเลย แค่เผลอมองหุ่นสะโอดสะองงามลออเมื่อกี้ไปเขาก็แทบควบคุมร่างกายตัวเองไม่อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก เสน่ห์ของเธอล้นเหลือเพียงแค่ขยับกายเล็กๆ น้อยๆ ที่จริงภาคิมรับรู้ถึงพลังนี้จากตัวเธอได้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแต่ก็มองข้ามไปเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีก นี่กระมังที่ทำให้พี่ชายเขาหลงใหลเธอมากถึงขั้นต้องไปหาบ่อยๆ และแม้แต่อาวุธเองก็ดูจะเอ็นดูเธอเหลือเกิน ส่วนธนกฤตไม่ต้องพูดถึง เขามองตามันก็รู้ว่ากำลังสนใจผู้หญิงคนนี้ แต่สำหรับเขาอยู่ห่างไว้น่าจะดีที่สุด
ร่างสูงใหญ่เริ่มขยับตัวว่ายน้ำจากช้าๆ แล้วกลายเป็นเร็วขึ้นกลับไปกลับมาอยู่ในสระ ขณะที่สมองครุ่นคิดถึงแต่เรื่องของแพรไพลิน ก่อนที่เขาจะกลับมาคุณนายใหญ่เตือนเขาเรื่องของเธอ ว่าเธออาจจะกำลังมองหาต้นไม้ต้นใหม่แทนผู้มีพระคุณของเขา ให้เขาระวังตัว เพราะเธออ่อยผู้ชายไปทั่วทำตัวให้น่าสงสารให้คนรุมล้อมเห็นใจ แต่ภาคิมไม่ได้เชื่อทั้งหมด เนื่องจากบรรดาผู้ชายที่รายล้อมเธอก็ได้รับคำสั่งจากเขาด้วย
‘ระวังไว้ก็ดีนะคะเจ็ก เอินเป็นห่วง’
ยี่เอินที่นั่งข้างๆ เกาะแขนเขาพร้อมสนับสนุนผู้เป็นแม่เสียงอ้อน
‘ใช่ ยังไงพี่ก็ไม่อยากให้คิมยุ่งหรืออยู่ใกล้แม่คนนั้น นี่ดูสิงานคุณพี่เสร็จแล้วก็ยังไม่กลับ ไม่รู้จะอยู่ต่ออีกทำไมถ้าไม่ได้มีจุดประสงค์ไม่ดี หรือหวังว่าตัวเองจะมีชื่อในกองมรดกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ช่างคิดไปได้นะคนเรา’
‘เขาคงอยู่ลอยอังคารมั้งครับ’
‘จะอยู่ทำไม ญาติก็ไม่ใช่’
‘นั่นสิคะ เรื่องแบบนี้จัดการเฉพาะคนในครอบครัวเราเองดีกว่านะคะเจ็ก’
‘อาไม่รู้อะไรจริงๆ ถ้าอยากรู้คงต้องถามกับอาวุธครับ’
เขาหันไปพูดกับหญิงสาวข้างกายอย่างสุภาพ แต่เสียงเยาะของคุณนายใหญ่ก็ดังขึ้นมา
‘รายนั้นง้างปากยังไม่บอกเลย’
ภาคิมได้แต่เงียบไม่พูดหรือออกความเห็นอะไร เขารู้ว่าทั้งสองคนไม่เคยญาติดีกันอยู่แล้ว ส่วนเขากลางๆ ไม่เขาข้างฝ่ายใด แม้อีกฝ่ายหนึ่งจะพยายามหาทางให้เขาเป็นพวกด้วยสักแค่ไหนก็ตาม
‘ดึกแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ’
‘ทำไมไม่ค้างซะที่นี่เลยล่ะ เดี๋ยวพี่ให้ยี่เอินดูแลจัดการห้องให้ บ้านนี้ไม่มีคุณพี่แล้วพี่เองก็รู้สึกเหงาแล้วก็วังเวง มีผู้ชายอยู่สักคนในบ้านน่าจะดีนะ’
คุณนายใหญ่เปรยๆ ความนัยย้ำอีกที ซึ่งไม่ต้องพูดซ้ำหรือบอกชัดๆ ทั้งสามคนต่างก็เข้าใจดีอยู่แล้ว ก็นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาคิมถูกชักชวน เคยโดนถึงขั้นวางยามาแล้วก็มี แต่เขาก็ยังเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งและไม่เคยโวยวาย แม้จะโกรธอยู่เหมือนกัน ทว่าเกรงใจผู้เป็นพี่ชายอย่างนายสาธิตจึงยอมเงียบไป แต่สั่งคนของตัวเองให้คอยสังเกตทุกอย่างตลอดเวลาถึงจะไม่ได้เข้ามานั่งคุยด้วย แต่คนของเขาจะอยู่ใกล้ๆ ในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น
‘ขับรถตอนดึกอันตรายออก เจ็กพักที่นี่นะคะ เพราะยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปเก็บอัฐิตอนเช้าพร้อมกันอยู่แล้ว นั่งรถไปพร้อมกันเจ็กจะได้ไม่เหนื่อย ดีไหมคะ’
หญิงสาวร่างสวยอวบอิ่มเบียดอกนุ่มของตัวเองเข้าหาเขาอย่างออดอ้อนชนิดที่ไม่จำเป็นต้องอายคุณนายใหญ่ เพราะนี่ก็เป็นสิ่งที่เห็นดีเห็นงามในสายตาของคุณเหม่ยหลิน
‘อย่าเลยครับ อาต้องเข้าไปเซ็นเอกสารก่อน วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน พักที่นี่ต้องรีบตื่นกลัวจะไม่ไหว ยังไงขอตัวดีกว่า’
เขาพยายามบอกอย่างถนอมน้ำใจ ปลดแขนหญิงสาวไม่ให้ดูเหมือนรังเกียจก่อนจะลุกขึ้นไหว้ลาคุณนายใหญ่
‘แต่ยังไงคิมก็ต้องระวังแม่นั่นอย่างที่พี่เตือนนะ คิดดูสิ มาถึงปุ๊บก็กล้าประกาศตัวเองว่าเป็นคุณนายน้อยต่อหน้าพี่ ยางอายคงไม่มีเหลือแล้ว ดีนะที่เราปิดปากคนของเราได้ ไม่รู้ถึงหูนักข่าว ถ้ามันรู้ว่าคิมเป็นคนสำคัญของที่นี่รองจากคุณพี่มันต้องจ้องจับคิมแน่ คงอยากเป็นคุณนายมีหน้ามีตาออกงานสังคม หน็อย...กล้าเรียกตัวเองว่าคุณนายน้อย เชอะ ฝันไปเถอะ อย่างมันคงได้แค่นายกฤตเท่านั้นแหละ เห็นไปรับส่งกันตลอด คงเรียบร้อยกันไปแล้วแหละ ท่าทางไวไฟทั้งคู่’
คุณนายใหญ่พูดทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะออกมา ซึ่งภาคิมไม่ได้สนใจคิดมากอะไร เขาดูแลแพรไพลินตามสมควร แต่ที่ให้คนดูตลอดเพราะมันมีบางสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ ทว่าเขายังไม่แน่ใจและพิสูจน์ไม่ได้ ส่วนเรื่องส่วนตัวของเธอกับธนกฤตถ้าเป็นเรื่องจริงเขาต้องรู้จากคนของเขาแล้ว ทว่าพอมาเจอท่าทางที่เหมือนจะยั่วยวนเขาของแพรไพลินในคืนนี้ มันก็ทำให้อดคิดถึงคำพูดของคุณนายใหญ่ไม่ได้
=====