เวลาผ่านไปนานมากจนสองหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของกันและแทบจะตัวแห้ง และหญิงสาวก็หลับไปพักใหญ่แล้วอย่างไม่รู้ตัว กระทั่งตอนนี้มองเห็นเกาะสองเกาะเล็กๆ อยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทว่าไม่ได้ทำให้ภาคิมสบายใจเท่าที่ควร เนื่องจากเขารับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดตัวร้อนขึ้นมาแล้ว
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบลงบนหน้าผากมนสวยที่ความร้อนกำลังระอุอยู่ภายในก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนัก พอรู้สึกว่ามีคนมองชายหนุ่มก็หันไปแล้วเห็นว่ามีลูกเรือสามสี่คนจับกลุ่มมองมาจากมุมหนึ่ง ดวงตาแดงๆ ของคนที่มีแอลกอฮอลล์อยู่ในกระแสเลือดมองผู้หญิงในอ้อมกอดของเขานั่นเอง เมื่อเขาจ้องพวกมันอย่างดุๆ ทั้งหมดก็ทำเป็นหันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ชายหนุ่มอดส่ายหน้าไม่ได้ เขาพอเข้าใจว่านานๆ ทีคนพวกนี้จะได้เห็นผู้หญิงสาวสวย อิ่มเอิบ ผิวพรรณดี ขาวผ่องทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างแพรไพลิน ทั้งที่วันนี้หญิงสาวก็แต่งตัวมิดชิดปลอดภัย แม้เสื้อเชิ้ตสีขาวจะเปียกน้ำหากก็ยังมีเสื้อสายเดี่ยวสีดำซ้อนอยู่ด้วยใน กางเกงก็เป็นกางเกงสีดำ ทว่ามันแย่หน่อยตรงที่เป็นแบบรัดรูปโชว์ทรวดทรงสวยงามนี่แหละ เนื่องจากวันๆ พวกนั้นก็ใช้ชีวิตออกทะเลหาปลาเสียมากกว่า ไม่บ่อยนักที่จะได้พักอยู่กับลูกเมีย แต่จะให้ทำใจรับได้กับการที่มันฉวยโอกาสแตะต้องเธอเขาก็ทำไม่ได้ ความรู้สึกไม่พอใจมันแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ คงเพราะสงสารแพรไพลินแล้วก็ไม่พอใจที่มีใครมาแตะต้องภรรยาของพี่ชายนั่นแหละ
ภาคิมพยายามไม่สนใจความหงุดหงิดโมโหของตัวเอง คิดเพียงว่าตอนนี้เขามีหน้าที่ดูแลเธอแทนพี่ชายจึงค่อนข้างใส่ใจหญิงสาวมากเพียงเท่านั้น
จากนั้นไม่นานเรือก็มาจอดเทียบท่า ตอนแรกชายหนุ่มตั้งใจว่าจะปลุกแพรไพลิน ทว่าเห็นเธอไม่สบายเขาจึงอุ้มหญิงสาวลงจากเรือแทน หลังจากกล่าวขอบคุณไต้ก๋งเรือแล้วร่างสูงใหญ่ก็พาคนที่ตัวเล็กกว่าเดินไปทางด้านหนึ่งของเกาะซึ่งเขารู้จักเป็นอย่างดี
แสงแดดที่อ่อนแรงลงด้วยช่วงเวลานี้เป็นบ่ายแก่จนเกือบจะเย็นแล้วทำให้ภาคิมเดินได้อย่างสบายๆ และคนในอ้อมแขนเขาก็ดูจะไม่รู้สึกตัวใดๆ เลยแม้แต่น้อย อาจจะเพราะไข้กำลังขึ้น ใบหน้าเนียนที่แนบอยู่กับลำคอหนาร้อนผ่าว ลมหายใจที่กระทบแผงอกเขาบางๆ ก็มีแต่ไอร้อนจนชายหนุ่มต้องเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้นกระทั่งถึงลานจอดรถแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่โตเชื่อมถึงท่าเรือทอดยาวไปในทะเล
ระหว่างที่กำลังพาคนป่วยเดินเข้าไปในสถานที่นั้น ตาคมก็เหลือบมองใบหน้าสวยของหญิงสาวพลางใช้สมองที่ปกติจะประมวลทุกอย่างอย่างเป็นเหตุเป็นผลและไม่เคยพลาดคิดเกี่ยวกับเธอ
“เอ๊ะ...นั่นท่านนี่ครับ”
เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประจำจุดเชื่อมท่าเรือกับลานจอดรถหันมาเห็นชายหนุ่มเข้าพอดีแล้วร้องทักขึ้น ก่อนจะรีบวิ่งตรงเข้ามาหาและก้มหัวให้อีกฝ่ายทันที ทว่าเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันเหมือนจะปลุกหญิงสาวให้รู้สึกตัวเพราะเธอขยับตัวและเปลือกตาขยุกขยิก
“ท่านมาได้ยังไงครับเนี่ย หัวหน้าผมไม่ได้แจ้งเรื่องนี้เลยนี่ครับ เอ่อ...แล้ว?”
นอกจากอีกฝ่ายจะมาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแล้วยังอุ้มผู้หญิงมาด้วยเจ้าหน้าที่ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ หากแต่ภาคิมหยุดอีกฝ่ายด้วยสายตาให้เงียบลงเสียก่อน จากนั้นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังสวนหย่อมใกล้ๆ แล้วหยุดลงใต้ร่มไม้ที่มีที่นั่งพักผ่อนอยู่ ก่อนจะนั่งลงค่อยๆ วางหญิงสาวลงแล้วให้พิงกับต้นไม้ใหญ่
“คุณพักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมกลับมา”
เมื่อกระซิบบอกหญิงสาวเบาๆ พอเห็นว่าคนที่ท่าทางกำลังซะลึมซะลือหลับลงต่อได้ราวกับวางใจแล้ว ชายหนุ่มก็เดินกลับไปพูดกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเดินตามตนเองมาห่างๆ
“ไม่มีอะไรมากหรอก ไปตามผู้จัดการมาให้ผมหน่อย แล้วก็...ยังไม่ต้องบอกอะไรกับใครนอกจากผู้จัดการ”
“เอ่อ...ครับท่าน”
แม้เจ้าหน้าที่จะทำหน้าแปลกใจและงงกับคำสั่ง ทว่าก็ไปตามผู้จัดการตามที่ผู้เป็นเจ้านายต้องการ
=====