10...ลูกแก้วหรือนกแก้วนกขุนทอง (2)

2029 Words
เมื่อเดินมาได้พักใหญ่ลูกแก้วก็ค่อยๆ มองเห็นบ้านไม้ที่มุงจากหลังใหญ่ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากธนกฤตเดินเลี้ยวตรงแยกซ้ายมือ ไม่นานเขาก็หยุดเดินยืนอยู่นอกรั้วไม้เตี้ยๆ ของบ้านไม้มุงจากหลังนั้น ดูเหมือนว่าจะมาถึงจุดหมายปลายทางของชายหนุ่มแล้ว “พี่พลครับ พี่พล สงสัยยังไม่กลับ” ชายหนุ่มตะโกนเรียกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แล้วก็เรียกชื่อผู้หญิงขึ้นมาแทน ขณะที่ลูกแก้วเองก็ตามมาหยุดห่างจากเขาไปเล็กน้อย ซึ่งเธอรู้ว่าเขารู้ว่าเธอตามมาแต่ไม่สนใจ “น้ำครับ น้ำ...อยู่บ้านหรือเปล่าครับ” “จ้า...อยู่จ้า” เสียงขานรับดังมาพักหนึ่ง ก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมคนหนึ่งเดินอ้อมมาจากทางด้านหนึ่งของตัวบ้าน พร้อมกับตะกร้าที่มีผักหลายชนิดอยู่ในนั้น “อ้าว...กฤต ไม่คิดว่าจะมาหาถึงนี่” หญิงสาวคนนั้นวางตะกร้าที่ม้านั่งหน้าบ้าน แล้ววิ่งมาที่รั้วเพื่อเปิดให้ชายหนุ่ม “พูดอะไรอย่างนั้นน้ำ เราก็มาออกบ่อย” “จ้า...มาบ่อย เวลาเหงาๆ ไม่มีสาวอยู่ข้างๆ” เธอเอ่ยแซวก่อนสายตาคู่แวววาวสดใสจะหันไปให้ความสนใจกับผู้หญิงลูกครึ่งหน้าตาน่ารักตัวเล็กที่ยืนอยู่เยื้องหลังชายหนุ่มไปแล้วก็ทำหน้าแปลกใจ ทว่าธนกฤตก็ไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่เดินเข้าไปในบ้านเท่านั้น ทิ้งให้ผู้หญิงสองคนยืนมองกันและกันอยู่พักหนึ่ง เพราะลูกแก้วเองก็ไม่กล้าเดินตามชายหนุ่มโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่ได้เชิญ “เข้ามาสิจ๊ะ” “เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” ลูกแก้วๆ ค่อยๆ เดินกะเผลกตามคำเชิญนั่นทำให้น้ำฟ้าสังเกตเห็นว่าสาวน้อยที่มากับชายหนุ่มบาดเจ็บ ถลอกมีเลือดซิบที่มือและแขน หน้าก็มีรอยถลอกอยู่ตรงโหนกแก้มด้านข้าง กางเกงยีนส์มีรอยขาดนิดๆ เธอจึงรีบเข้าไปพยุง “ตายแล้วนี่ เจ็บมากไหม ไปโดนอะไรมาจ๊ะเนี่ย แล้วก็กฤตน่ะ ทำไมไม่ช่วยน้องเขาบ้างเลย ปล่อยให้เดินทั้งที่ขาเจ็บแบบนี้มาตั้งไกลได้ยังไง” ตอนนี้ชายหนุ่มที่เดินนำมาก่อนนั่งลงบนม้านั่งที่ทำด้วยไม้หน้าบ้านแล้ว พอโดนต่อว่าเขาก็เพียงมองด้วยสายตาขุ่นๆ ไม่ขยับไปช่วยหรือพูดอะไร “น้องนั่งตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปเอายามาทำแผลให้ กฤตไปตักน้ำมาล้างแผลให้น้องเขาเลย อย่ามานั่งเฉยๆ แบบนี้ พอน้ำกลับมาแล้วค่อยคุยกัน” เธอสั่งแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน ส่วนธนกฤตได้แต่หันมาทำหน้ายักษ์ใส่คนตัวเล็กซึ่งจ้องตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปตรงโอ่งเล็กๆ ที่มีน้ำฟ้าอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ตักน้ำถือขันเดินมาวางลงตรงหน้าสาวน้อยด้วยกิริยาแข็งๆ ส่วนตัวเองก็นั่งลงกอดอกพิงหลังกับพนักจ้องบังคับด้วยสายตาให้ลูกแก้วจัดการล้างแผลให้ตัวเอง ลูกแก้วค่อยๆ ล้างแผลให้ตัวเองที่มือและแขนก่อนจะพับขากางเกงยีนขึ้นเพื่อดูแผลที่หัวเข่า เมื่อเห็นว่าค่อนข้างช้ำแต่ถลอกนิดหน่อยจึงล้างน้ำสะอาดเบาๆ เวลานั้นน้ำฟ้าเดินออกพร้อมยาพอดีเห็นธนกฤตนั่งเฉยปล่อยสาวน้อยทำนั่นนี่เองก็ดุเขาอีกครั้ง “เอ๊ะ...กฤตนี่ยังไงนะ น้ำบอกให้ล้างแผลให้น้องเขาไง ทำไมปล่อยให้น้องเขาทำเองแบบนี้ กฤตนี่จริงๆ เลย” พร้อมคำพูดนั้นมือบางก็ตีเผียะที่แขนล่ำหลังจากวางกล่องยาลงแล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ลงมือล้างแผลที่ใบหน้าให้ลูกแก้วพร้อมกับค่อยๆ ทำแผลให้อย่างเบามือ โดยมีธนกฤตกอดอกมองเฉยอยู่อย่างนั้น ผู้หญิงตรงหน้าเป็นสาวในแบบสวยคม ตาเรียวคม ปากได้รูปบางสวย ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่ง ผิวสีแทนสวยละเอียดลออ ลูกแก้วมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชื่นชม หาผู้หญิงที่จะดูสวยคมสมเป็นสาวไทยแท้ทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ได้น้อยนักในยุคสมัยนี้ “ขอบคุณค่ะ” เมื่อทายาจนเสร็จเรียบร้อยแล้วลูกแก้วก็กล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้หญิงสาว น้ำฟ้ายิ้มให้สาวน้อยตรงหน้า ก่อนจะหันไปทำหน้าดุใส่ชายหนุ่มที่เอาแต่กอดอกทำหน้าเคร่ง “ไม่เจอกันสามเดือนทำตัวแย่ขึ้นกว่าเดิมนะเนี่ยกฤตเนี่ย แล้วนี่ไปไงมาไงถึงไปหลอกพาน้องเขามาที่นี่ด้วยแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ แบบนี้” “เรามาคนเดียว ไม่ได้พาใครมาด้วยสักหน่อย” “พูดบ้าๆ ทะเลาะอะไรกันถึงได้งอนแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ตัวพาน้องเขามาแล้วเขาจะทนเดินตามตัวมาทำไม” “หึ...ไม่มีปัญญาไปไหนไง” ธนกฤตเยาะออกมาอย่างไม่แคร์ โดยที่ลูกแก้วก็มองตอบคนรู้ทันตาขวางทันที และชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่ให้เท่านั้นไม่ได้มีท่าทางเห็นใจหรือสงสารคนเจ็บเลยแม้แต่น้อย จนน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ด้วยอดไม่ไหวต้องตีให้อีกเผียะหนึ่ง “ดูทำเข้า กฤตโตแล้วนะ ไปรังแกน้องเขาทำไม ว่าไง ทำไมถึงมาที่นี่ มาเยี่ยมหรือว่ามีเรื่องอะไร” “มีแต่น้ำที่รู้ใจเราที่สุด” “ไม่อยากรู้เท่าไรหรอก มันพลาดไปแล้ว” ฟังที่หญิงสาวพูดแล้วเขาก็ทำหน้าเซ็ง ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ทว่ายังไม่ได้เล่าว่าเป้าลูกกระสุนที่แท้จริงน่ะนั่งหน้างออยู่ตรงนี้ เมืองพลรุ่นพี่ตำรวจของชายหนุ่มก็กลับมาจากทำงานพอดี สองหนุ่มสาวจึงลุกขึ้นไหว้ “นี่พี่พล แฟนพี่จ้ะ แล้วก็พี่ชื่อน้ำนะ” น้ำฟ้าแนะนำผู้มาใหม่กับลูกแก้ว เพราะชายหนุ่มอีกคนยังทำเหมือนไม่มีสาวน้อยอยู่ด้วยเหมือนเดิม ก่อนจะถามชื่อของลูกแก้วบ้าง “เออ ว่าแต่น้องชื่ออะไรจ๊ะ ยังไม่รู้จักชื่อเลย” “ลูกแก้วค่ะ” “ชื่อน่ารักดีจ้ะ” เมืองพลเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางสมาร์ท ดูดี แต่ถ้าให้เทียบกันหน้าตาเขาดูธรรมดากว่าธนกฤตที่เรียกว่าเป็นพวกหล่อเข้ม สาวๆ เห็นต้องมองตามกันตาปรอย ทว่าเมืองพลดูจะสุขุมใจดี น่าอยู่ใกล้มากกว่าธนกฤตที่ลุคดูจะเป็นพวกหนุ่มเจ้าสำราญ “ตรงไหนอ่ะ หึ...น่าจะชื่อนกแก้วนกขุนทองมากกว่า เด็กอะไรเถียงคำไม่ตกฟาก” ลูกแก้วหันไปมองคนหน้าดุที่ว่าตัวเองตาขวาง ยังไม่ทันพูดอะไรเขาก็พูดสวนขึ้นมาอีก “ทำไมไม่พูดล่ะ ทีก่อนจะมาถึงไม่เงียบเป็นเป่าสากแบบนี้สักนิด” “เอาน่า ไอ้กฤต แกนี่มันกัดไม่ปล่อยจริงๆ ไปแขวะน้องเขาอยู่ได้ เข้าเรื่องสักทีว่าแกมาหาฉันเนี่ย มีอะไร มาเที่ยวหรือมาหาเรื่องน้องเขา ถ้าแค่นั้นแกคงไม่ถ่อมาถึงนี่” เมืองพลพูดเบรกขึ้นมาทำให้ธนกฤตยอมเลิกกัดลูกแก้วแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งสำหรับเมืองพลที่รู้จักกันดีแล้วเขาสามารถเดาได้ว่าธนกฤตจำเป็นต้องช่วยเด็กสาวคนนี้โดยไม่ต้องเปิดปาก ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่คนค่อนข้างมุทะลุอย่างชายหนุ่มจะหลบหนีแน่นอน “งั้นก็พักด้วยกันที่นี่แหละ ด้านหลังมีบ้านอีกหลังพักได้สะดวกสะสบาย มีน้ำมีไฟ ลูกแก้วไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ อยู่ได้แน่นอน ส่วนเรื่องน่าปวดหัวก็ปล่อยให้พวกผู้ชายจัดการไป ลูกแก้วมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สักพักนะจ๊ะ” น้ำฟ้าพูดขึ้นมาพร้อมกับลูบไหล่ลูกแก้วอย่างสงสารที่สาวน้อยเพิ่งผ่านเหตุการณ์น่ากลัวมาสดๆ ร้อนๆ คงขวัญผวาน่าดู แถมธนกฤตยังดูแลแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อีกด้วย “หนูอยู่ยังไงก็ได้ค่ะ ขอบคุณพี่ทั้งสองคนมากนะคะ” สาวน้อยยกมือไหว้พร้อมกับขอบคุณ รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยตรงที่อย่างน้อยคนที่ชายหนุ่มพามาพึ่งพาเป็นคนดีมีน้ำใจ พอคิดว่าในความวุ่นวายและเพิ่งเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาได้มาเจอพี่สาวที่ใจดีเพิ่มอีกหนึ่งคนลูกแก้วก็ยิ้มขึ้นมา “แหม...พอยิ้มแล้วหน้าตาดูสดใสน่ารัก เหมือนตัวการ์ตูนเลยนะเราน่ะ” น้ำฟ้าที่ชื่นชอบเด็กๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วพูดพร้อมกับหยิกแก้มแดงๆ ของลูกแก้วเบาๆ เพราะสาวน้อยเป็นลูกครึ่งผิวที่โดนแดดมาทั้งวันจึงแดงจัดดูน่ารักน่าเอ็นดู ทว่าพอคิดถึงพี่สาวลูกแก้วก็ต้องคิดถึงคนที่หนีตายเหมือนๆ กับเธอ ไม่รู้ว่าแพรไพลินเป็นอย่างไรบ้าง อยากเอ่ยปากถามคนที่มาด้วยแต่ก็ยังเคืองกันอยู่ จึงได้แต่มองหน้าเขาอย่างไม่พอใจตอนที่เขาทำเสียงในลำคอหลังจากได้ยินคนชมเธอ ลูกแก้วเชื่อว่าแพรไพลินคงปลอดภัย ไม่อย่างนั้นคนที่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละ เพราะเท่าที่เห็นเหมือนชายหนุ่มจะมีหน้าที่ดูแลแพรไพลินโดยตรง และเธอก็เห็นเขากดโทรศัพท์บ่อยๆ คงคุยกับใครสักคน ในเมื่อเขาเงียบลูกแก้วจึงฟันธงในใจตัวเองว่าไม่มีอะไร “ลูกแก้วมานี่กับพี่ดีกว่า ให้ผู้ชายเขาคุยกันไปก่อน เดี๋ยวพี่จะพาไปดูบ้านพักด้านหลัง น่าอยู่มากเลยนะจ๊ะขอบอก เพราะเป็นบ้านของใครบางคนแถวนี้มาทำเอาไว้เองกับมือเลยแหละ เขาบอกว่าเอาไว้พาสาวมาเที่ยว” “พูดมากไปแล้วน่าน้ำ แล้วก็นี่มันกรณีฉุกเฉิน ไม่นับรวม เข้าใจไหม” เสียงแข็งๆ ของธนกฤตดังขึ้นด้วยความเคืองที่หญิงสาวสาธยายเรื่องไม่เป็นเรื่องให้สาวน้อยฟัง “จ้า...จ้า...รู้แล้ว แค่บอกให้ลูกแก้วเขาสบายใจเท่านั้น ว่าบ้านหลังนั้นน่ะ ไม่ใช่บ้านผีสิงที่ไหน แต่เป็นบ้านคน” น้ำฟ้ากัดกลับทันทีแล้วก็ทำให้ลูกแก้วหัวเราะคิกออกมา พอชายหนุ่มเจ้าของบ้านหันมามองตาเขียวสาวน้อยก็ลอยหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนคนพูดก็หัวเราะขำยิ่งกว่าเดิม จนคนที่พูดน้อยและมักจะฟังเป็นส่วนมากอย่างเมืองพลต้องเป็นฝ่ายดุขึ้นมาบ้าง “พอเถอะน้ำ แกล้งเพื่อนนี่มันสนุกมากหรือไง รู้ก็รู้ว่ากฤตมันยอมให้แค่เราเท่านั้น แกล้งมันอยู่ได้ พาน้องเขาไปอาบน้ำอาบท่าแล้วก็พักผ่อนที่บ้านเถอะ แล้วค่อยมาทำข้าวเย็น พี่กับเจ้ากฤตจะคุยกันสักหน่อย” “จ้ะ รู้แล้วจ้า อ้อ...แค่คุยอย่างเดียวจริงๆ นะ ห้ามมีกรึ๊บ แล้วก็ไม่ว่ายังไงคืนนี้งดแอลกอฮอลล์นะจ๊ะพี่พล เพราะมีเด็กๆ อยู่ด้วย เข้าใจ๊” หญิงสาวยกนิ้วขึ้นมาเป็นการสั่งกลายๆ ก่อนจะหันไปช่วยพยุงลูกแก้วให้ลุกขึ้น “คร้าบ คุณเมียสุดที่รัก” เมืองพลรับคำเสียงหวานแล้วก็โดนภรรยาสาวตีไปหนึ่งที หากแต่ไม่ได้มีความเขินอายอยู่ในท่าทางของเธอนอกจากส่งยิ้มละไมให้เขาเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นภาพที่ดูน่ารักโดยธรรมชาติ ไม่ได้มีจริตจะก้านแสร้งทำเหมือนสาวๆ ในกรุง “เอา ที่นี้ ว่ามา...” เมื่อสองสาวลับหลังไปแล้วเมืองพลก็เอ่ยขึ้นทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลา เพราะรู้แก่ใจว่าธนกฤตยังเล่าเรื่องราวไม่ครบถ้วน =====
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD