-KAOTU PART-
หลังจากที่ฉันได้สร้างวีรกรรมไว้กับผู้เป็นนายของฉันแล้วนั้น ฉันนั่งเงียบมาตลอดทางเลยไม่กล้าแม้แต่จะหลับต่อ ‘ข้าวตูเอ้ย...เธอจะกลับบ้านครบ 32 ไหมนะ...’ ‘เขาจะฆ่าฉันจริงๆ...อย่างที่เขาพูดไหมเนี่ย’ ฉันได้แต่ถามตัวเองอยู่แบบนั้น ฉันกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่เขาพูดจริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่าท่านประธานโหดแค่ไหน
18.30 น.
ตลอดระยะทางเกือบ 800 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง ตอนนี้พวกเราเข้ามาอยู่ในเขตของจังหวัดเชียงรายแล้ว เท่าที่ฉันดูรายละเอียดงานของท่านประธาน พรุ่งนี้เขาถึงจะต้องไปคุยงานสถานที่และเวลาไม่ได้ระบุไว้ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการจองที่พักกับทางโรงแรมฉันก็ไม่มี พี่ส้มเธอบอกกับฉันเพียงว่าทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันมีหน้าที่ประสานงานให้ทุกอย่างออกมาให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง
เมื่อฉันเงยหน้ามองรอบๆ ถนนสองเลนที่ขดเคี้ยวไปตามแนวเขาสองข้างทางที่รถหรูคันนี้กำลังขับผ่านนั้นมีแต่ต้นไม้น้อยใหญ่ไม่มีวี่แววของหมู่บ้านหรือแหล่งที่อยู่อาศัยเลยสักนิด ก่อนที่รถหรูจะหักเลี้ยวไปทางแยกเล็กๆยังคงเป็นถนนสองเลนเช่นเดิม ถึงแม้ว่าจะเล็กกว่าเส้นที่ขับผ่านมาแล้วอยู่นิดนึง
‘ฮือออ อย่าบอกนะเขาจะฆ่าฉันที่นี่หรอ’ ความคิดของฉันฟุ้งซ่านจนมันแสดงออกมาทางสีหน้าและท่าทางของฉันอย่างเห็นได้ชัด
“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับฉันมากขึ้นไปอีก
แต่แล้ว....
ฉันก็ต้องหยุดความคิดไว้เท่านั้น เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ล้อมรอบไปรั้วสูงจากพื้นเกือบ 3 เมตรเห็นจะได้ แบ่งแยกอาณาเขตระหว่างป่ากับบ้านหลังใหญ่หลังนี้ไว้อย่างชัดเจน
อย่าบอกนะว่าเราจะนอนกันที่นี่ ‘ว้าวสวยจัง บ้านในฝันฉันเลยนะเนี่ย’
รถหรูจอดลงยังหน้าประตูทางเข้าบ้านใหญ่หลังนี้ ก่อนที่พี่มือของท่านประธานซึ่งตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเขาชื่อทิม เขาลงจากรถก่อนจะเดินมาเปิดประตูให้กับผู้เป็นนายของเขา
“ลงไปสิ นั่งบื้ออยู่ได้” คำพูดร้ายๆ ที่ถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากหนาของชายตรงหน้า ฉันรู้สึกว่าเขาดูไม่ชอบฉันเอามากๆเลย
"คะ...ค่ะ"
ถ้าเป็นวีรกรรมที่ฉันเคยสร้างไว้กับเขาฉันพอเข้าและยอมรับได้ถ้าเขาจะไล่ฉันออก แต่นี่ทำไมกันเขาถึงยังเก็บฉันไว้ เขามีเหตุผลอะไรกันแน่นะ
“...ต้องให้อุ้มไปไหมวะ” ท่านประธานตะคอกใส่ฉันอีกครั้ง
“มะ...ไม่ค่ะ” ฉันรีบลงจากรถทันที และวิ่งตามชายร่างใหญ่เข้าบ้านไป
“ท่านประธานคะ...เราไม่ได้พักโรงแรมกันหรอกหรอค่ะ?” ฉันเอ่ยถามเขาออกไปด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ควรถามก็เถอะ
“…” เงียบ...
“ที่นี่บ้านท่านประธานหรอคะ”
“…” เหมือนฉันพูดอยู่คนเดียว...ไม่มีเสียงตอบกลับจากท่านประธานเลยสักนิด...
บ้านหลังใหญ่ถูกตรดแต่ด้วยสไตล์ยุโรปทาด้วยสีขาวทั้งหลังชวนให้ดูสบายตา แจกันใส่ดอกไม้ทรงสูงถูกว่างไว้ตามมุมต่างๆของบ้าน แจกันแต่ละใบถูกเพิ่มความงดงามของมันด้วยดอกไม้ที่มีสีสันที่งดงามหลากหลายชนิดองค์ประกอบโดยรวมชวนให้แจกันแต่ละใบดูน่าหลงไหลเป็นอย่างมาก
เราทั้งสามเดินเข้ามายังกลางบ้านก็พบกับสมาชิกทั้งหมดภายในบ้านหลังนี้ ซึ่งมีทั้งแม่บ้านและบอดี้การ์ด ยืนรอต้อนรับท่านประธานของพวกเขาอยู่ ทุกคนโค้งศรีษะเพื่อเป็นการเคารพชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าฉันทันทีที่เขาเดินผ่าน
“ยินดีต้อนรับ ค่ะ/ครับ นายใหญ่” โอ้โห้คนรวยนี่เขาต้องขนาดนี้กันเลยหรอ
“…” ฉันทำได้เพียงก้มหัวให้กับพวกเขาพร้อมกับยิ้มให้พวกเขาออกไปอย่างเป็นมิตร
“ไปพักซะ อย่ามาตายในบ้านฉันล่ะ” ประโยคที่ชายคนนี้พูดกับฉันมาแต่ละประโยคช่างไม่น่าฟังเอาซะเลย
“คะ...ค่ะ” ฉันตอบเค้าไปแบบงุนงง ไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ
บ้างทีฉันก็สงสัยนะว่าปกติท่านประธานเขาเกรี้ยวกราดแบบนี้ตลอดเวลากับทุกคนเลยหรอ หรือเขาเป็นแค่กับฉันคนเดียวนะ
เขาไม่เคยพูดกับฉันดีๆเลยสักครั้ง แถมเขายังชอบมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนกับเกลียดชังฉันมาสิบชาติได้ ถึงไงฉันก็ไม่โกรธเขาหรอกนะ เพราะฉันมาเอาความรู้ มาเก็บประสบการณ์ เพื่อไปใช้ทำงานต่อไปในอนาคต ฉันถึงต้องทนกับความปากร้ายของท่านประธานให้ได้ เพราะฉันอยากจบพร้อมเพื่อนๆ และฉันก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ปั้นด้วย... ‘สู้ๆนะข้าวตู เธอทำได้’ ฉันได้แต่ปลอบตัวเองไปอย่างนั้น
“เชิญค่ะ” หญิงสูงวัยคนหนึ่งเธอน่าจะเป็นหัวแม่บ้านของที่นี่เธอเอ่ยบอกกับฉัน ก่อนที่จะผายมือให้ฉันเดินตามเธอไป
“ค่ะ”
เหมือนบ้านหลังนี้จะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง มีฝั่งทางทิศตะวันออกและฝั่งทางทิศตะวันตก ตอนนี้เรามาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งทั้งชั้นมีเพียงแค่สองห้องเท่านั้น และอยู่ชั้นสองของฝั่งตะวันออกถ้าเดาไม่ผิดห้องใดห้องหนึ่งต้องเป็นห้องพักของฉันแน่ๆ
“นี่ห้องของคุณค่ะ รับประทานอาหารเย็นตอน 1 ทุ่มนะคะ” คุณป้าเอ่ยบอกกับฉันเสียงอ่อนอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณมากนะคะคุณป้า” ฉันเอ่ยตอบเธอออกไปอย่างนอบน้อมเช่นกัน อย่างน้อยก็มีคุณป้าที่ดูท่าจะใจดีที่สุดในบ้านหลังนี้อยู่ด้วย ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมานิดนึง
“ค่ะ...” เธอเอ่ยบอกกับฉันก่อนที่จะเดินออกไป
จากนั้นฉันจึงเปิดประตูบานใหญ่เพื่อเข้าไปในห้อง...
“ว้าว...สวยจัง”
“ฉันต้องทำงานอีกกี่ชาติเนี่ยถึงจะได้บ้านแบบนี้”
ห้องทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวทั้งหมดดูแล้วสบายตาดี ฉันทำการเก็บกระเป๋าของฉันเข้าที่เข้าทางก่อนที่จะเดินไปอาบน้ำให้สบายตัว
ฉันกลิ้งอยู่นานบนเตียงนอนขนาดควีนไซส์ ทำยังไงก็นอนไม่หลับสักทีนี่ก็เย็นแล้วด้วย ‘ลงไปช่วยคุณป้าจัดอาหารดีกว่า...’ ฉันเดินลงบันไดลงมาแล้วแต่
“ห้องครัวอยู่ทางไหนอ่ะ?" ฉันถามตัวเองออกใสด้วยความสงสัย บ้านนี้ดูเหมือนจะไม่ซับซ้อนอะไร แต่ความเป็นจริงมันกลับกว้างมากและมีห้องเยอะแยะมากมาย
“ขอโทษนะคะ...ห้องครัวไปทางไหนหรอคะ” ฉันเอ่ยผู้ชายใส่สูตรสีดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า เพราะไม่อยากเสียเวลาหา ถ้าเจ้าของบ้านมาเห็นเข้ามีหวังฉันโดนดุอีกพอดี
“…” เขาไม่ตอบอะไรกับฉันเลย...เขาเพียงแค่ชี้ไปทางเดินโล่งๆ ทางหนึ่งเท่านั้น
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณเขาก่อนที่จะเดินไปตามทางที่เขาบอก บ้านท่านประธานซับซ้อนจนฉันคิดว่าฉันเดินอยู่ในเขาวงกตซะอีก...
เมื่อฉันเดินมายังห้องครัวฉันก็เห็นป้าแม่บ้านคนเดิมกำลังเตรียมอาหารพร้อมกับเด็กผู้หญิงอีกสองคนที่ดูจากท่าทางแล้วเธอทั้งสองคนหน้าจะอายุน้อยกว่าฉัน
“ขอโทษนะคะ...มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ฉันเอ่ยถามพวกเธอไปอย่างสุภาพ
“คุณไปพักเถอะค่ะ...เดินทางมาเหนื่อยๆ” ป้าแม่บ้านเธอหันมาตอบฉัน
“เรียกหนูว่าข้าวเฉยๆ ดีกว่าค่ะป้า...” ฉันบอกกับเธอกับไปด้วยรอยยิ้ม
“จ้า หนูข้างหิวแล้วหรอคะ” ป้าเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทำให้ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมาเลย
“ให้หนูช่วยเถอะนะคะ หนูไม่อยากอยู่เฉยๆนา นะคะ”
“มาจ้ะหนูข้าว...” คุณป้าทนลูกอ้อนจากฉันไม่ไหวจริงเรียกให้ฉันเข้าไปช่วยด้วยอีกคน
“ขอบคุณค่า...” ฉันตอบป้าเธอไปก่อนที่จะรีบเดินไปช่วยทำอาหาร... ‘อย่างน้อยตอนอยู่ที่นี่ข้าวตูคนนี้ก็จะได้ไม่เหงาปาก’ ฉันช่วยพวกเธอทำอาหารเป็นเวลาเกือบชั่วโมง และฉันถือโอกาสนี้ทำความรู้จักกับพวกเธอด้วยเลย ป้าแม่บ้านที่ดูมีอายุเยอะหน่อยเธอชื่อ ‘ป้ากุล’ ส่วนเด็กอีกสองนี้เป็นพี่น้องกัน คนหนึ่งอายุ 17 ปี ส่วนอีกคนอายุ 18 ปี เป็นหลานของป้ากุล ป้าแกให้มาช่วยงานตอนช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม ชื่อว่า ‘เพื่อน’ กับ ‘แพง’
19.00 น.
เมื่อพวกเรา 4 คนช่วยกันทำอาหารแล้วจัดโต๊ะให้ท่านประธานเสร็จเรียบร้อย อาหารไทยหลายอย่างถูกจัดจานอย่างสวยงามอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร
“ป้าเก็บของเถอะครับ วันนี้ท่านประธานไม่ทานครับ” บอดี้การ์ดหน้าตาดูดุดันเดินเข้ามาบอกกับป้ากุลตามคำสั่งของนายเขา
"หนูข้าวทานอาหารเถอะค่ะ"
"เดี๋ยวข้าวไปทานกับป้าดีกว่า" ฉันเอ่ยบอกกับป้ากุลออกไปด้วยรอยยิ้ม
“ก็ได้จ่ะ...”
“…” เฮ้ย กับข้าวหน้ากินทั้งนั้นเลยเราทั้ง 4 คนก็ช่วยกันเก็บจานอาหารเข้าที่ ก่อนที่เราจะนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ที่ห้องครัว
“เดียวข้าวขึ้นห้องก่อนนะคะ” ฉันบอกกับป้ากุล เพื่อนและก็แพง หลังจากที่พวกเราทำทุกอย่างเรียบร้อย
“จ้ะ...ขอบใจหนูข้าวมากนะ”
“หนูยินดีค่ะป้า” จริงๆแล้วฉันชอบทำอาหารมากเลยนะ...ถ้าวันไหนไม่ได้ไปทำงานอะไรฉันก็จะเข้าครัวช่วยแม่ของฉันทำขนมขายตลอด
“ฝันดีค่ะ/ฝันดีค่ะพี่ข้าว” เพื่อนกับแพงเอ่ยบอกกับฉันด้วยรอยยิ้ม
“ฝันดีค่ะ...” ฉันเอ่ยบอกกับป้ากุล เพื่อนและแพง ก่อนที่ฉันจะเดินขึ้นห้องเพื่อไปพักผ่อน วันนี้ฉันเจอเรื่องมาหนักหนาสาหัสมากพอแล้ว ควรรีบนอนเก็บแรงไว้สู้ต่อให้วันพรุ่งนี้
2.00 น.
เพล้งงงงงง...
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เหมือนฉันจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่างตกแตก ด้วยความอยากรู้อย่างเห็นของตัวเอง ฉันจึงออกมาจากห้องเดินลงมาด้านล่างตามบันได ฉันไม่คิดว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงของโจรหรอกนะเพราะว่าบ้านของท่านประธานมีบอดี้การ์ดเยอะจะตาย แต่ฉันกลัวจะเป็นเสียง...
“ในเมื่อมันกล้าทรยศกู ไอ้ทิมมึงไปจัดการตามที่กูสั่ง”
“ออกไป”
“ครับนาย”
เสียงของท่านประธานดังมาจากห้องนั่งเล่น น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเขาอยู่ในอาการมึนเมา ฉันคิดว่าตัวเองไม่ควรเสี่ยงดีกว่า ปกติเขาก็น่ากลัวอยู่แล้ว และยิ่งเขาอยู่ในอาการแบบนี้อีกฉันยิ่งไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปใกล้ผู้ชายคนนี้
“…” เหมือนท่านประธานจะเห็นฉัน ในขณะที่ฉันกำลังจะหันหลังเพื่อจะกลับขึ้นห้องสายตาของเราทั้งสองก็สบกันพอดิบพอดี‘ซวยแล้วข้าวตู’
“แอบฟังคนอื่นคุยกัน ที่บ้านเธอไม่ได้สอนเรื่องมารยาทรึไง” ชายตรงหน้าเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ
“ทะ...ท่านประธาน” ฉันเรียกเขาอย่างสั่นๆ ฉันทั้งกลัวและก็โกรธเขาในเวลาเดียวกัน ฉันแค่เป็นห่วงเขาเท่านั้นเอง แต่ทำไมเขาต้องว่าฉันแรงขนาดนี้ด้วย เขาจะดุจะด่าฉันยังไงก็ได้แต่เขาไม่มีสิทธิมาว่าครอบครัวของฉันแบบนี้
“หึ แต่ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิด”
“…”
“เพราะขนาดพี่ชายเธอ มันยังไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด” ริมฝีปากหนายังคงเอาแต่เปล่งคำพูดแย่ๆออกมาไม่หยุด
“คุณ! อย่ามาดูถูกพี่ของฉันนะ” ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันไปเอาความกล้ามาจากไหน แต่ตอนนี้ฉันโกรธเขามากที่เขาดูถูกพี่ปั้นแบบนั้น