ตอนที่ 6-1

1638 Words
วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 6 "หลีกไป ฉันจะเข้า! " ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เกวลินมา 'พิมผกา' ผู้เป็นเลขาของท่านประธานก็ไม่สามารถรั้งหล่อนให้หยุดรอหน้าห้องได้เลยสักครั้ง เช่นเดียวกับวันนี้ที่เจ้าหล่อนไม่รู้ไปกินรังแตนมาจากไหนถึงได้เดินหน้าบึ้งมาแต่ไกล มาถึงก็ใช้แรงไม่น้อยผลักเธอออกไปให้พ้นทางจนเสียหลักล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้นด้วยตั้งตัวไม่ทัน ไม่แม้แต่จะชายตามองให้เสียเวลาร่างเพรียวนั้นก็กระชากประตูห้องท่านประธานเปิดออกและปิดเสียงดังจนเจ้าของห้องที่นั่งทำงานอยู่ยังสะดุ้งด้วยความตกใจ นัยน์ตาคมปราดมองผู้บุกรุกอย่างไม่พอใจ กำลังจะเอ่ยปากตักเตือนก็เป็นอันต้องเงียบไปเมื่อได้เห็นสีหน้าท่าทางของอีกฝ่าย "นี่มันหมายความว่ายังไงคะธันย์! ? " น้ำเสียงเล็กแหลมตะคอกถามพร้อมกับยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูที่กำแน่นมาตลอดทางไปให้ร่างสูงดูจนเกือบจะกระแทกหน้า "คุณไปแอบมีคู่หมั้นตั้งแต่เมื่อไรคะ แล้วเกวล่ะ คุณเห็นเกวเป็นอะไร! " ร่างเพรียวเอ่ยตัดพ้อเสียงเครือแสร้งน้ำตาคลอในขณะที่ดวงตาคมยังคงไล่อ่านเนื้อหาที่อยู่บนหน้าจอโดยไม่พูดอะไร เมื่ออ่านจบก็พลันนิ่งไปนิด.. ปกติข่าวพวกซุบซิบนินทาดาราคนดังเทือกนี้วรธันย์ไม่เคยสนใจ แต่ข่าวนี้ไม่สนคงไม่ได้เพราะเขายังไม่ได้บอกเกวลินเรื่องที่พ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น และไม่คิดด้วยว่าจะต้องพูดกับอีกฝ่ายไวขนาดนี้ ไม่รู้ใครเป็นคนแพร่งพรายสิ่งที่น่าจะรู้กันแค่คนในครอบครัวออกไปให้สื่อรับรู้.. "ผมว่าจะบอกคุณอยู่เหมือนกัน.." ร่างสูงถอนหายใจทิ้งไปทีก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้หญิงสาวฟังโดยไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียว "ทำไมคุณไม่บอกพ่อกับแม่คุณล่ะคะว่าคุณมีเกวอยู่แล้ว และจะแต่งกับเกวเพื่อมีทายาทให้พวกเขาเอง" ทันทีที่เล่าจบเกวลินก็ยิงคำถามที่เขาคิดเอาไว้แล้วว่าหล่อนจะต้องถาม ซึ่งคำตอบง่ายๆ เลยก็คือเขาไม่ได้อยากได้หล่อนมาเป็นแม่ของลูก.. ก็เท่านั้น อีกอย่างเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเกวลินมีหรือจะรอดพ้นสายตาพ่อแม่ไปได้ ถึงไม่บอกพวกเขาก็รู้ได้ไม่ยาก และตอนพูดเรื่องแต่งงานก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะพูดถึงหล่อนเลยสักนิด ซึ่งมันก็ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการหล่อนมาเป็นสะใภ้เช่นเดียวกัน "ผมค้านแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างถูกพวกเขากำหนด ถ้าไม่แต่งกับผู้หญิงคนนั้น ผมก็จะไม่ได้มรดกเลยสักบาท! " วรธันย์ถอนหายใจซ้ำอีก คราวนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องถูกบังคับแต่งงาน แต่เป็นเพราะใบหน้าคนฟังเริ่มบิดเบี้ยวหนักขึ้นทุกที แค่งานก็น่าปวดหัวมากพอแล้ว.. "เจ็บใจนัก! เกวอยากรู้จังเลยว่านังนั่นมันมีดีอะไร ทำไมคุณพ่อคุณแม่คุณถึงได้บีบบังคับคุณถึงขนาดนี้" มือเรียวกำหมัดแน่นด้วยความริษยา ได้แต่นึกเจ็บใจที่ไม่มีใครเห็นหัวเธอ ทั้งๆ ที่พ่อแม่เขาก็น่าจะรู้เรื่องที่เขาคบหากับเธออยู่ แต่ก็ยังพาผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ๆ ควรจะเป็นของเธอ.. ทำแบบนี้มันหักหน้ากันชัดๆ! "ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่อยากรู้.." จนถึงตอนนี้วรธันย์ก็ยังคิดไม่ตกว่ารินลดามีดีอะไรถึงทำให้พ่อแม่เขาหลงหนักถึงขนาดมาบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วยให้ได้ ซ้ำมีตัวประกันเป็นมรดก.. ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมเสียไปให้ผู้หญิงคนนั้นแม้แต่บาทเดียว! "หึ คอยดูเถอะค่ะ เกวนี่แหละจะเป็นคนกระชากหน้ากากมันเอง! ไม่รู้ว่ามันโน้มน้าวพ่อแม่คุณยังไง แต่เกวฟันธงว่ามันเข้ามาเพราะหวังจะจับคุณแน่ๆ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ แบบคุณผู้หญิงที่ไหนจะไม่ชอบ! " ร่างเพรียวเอ่ยอย่างหมายมาด ดวงตาคมสวยวาวโรจน์กรุ่นโกรธอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าตำแหน่งสะใภ้บ้านอินทรเกษมกุลที่เคยวาดหวังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง "ถ้าเราทำให้ยัยนั่นเป็นฝ่ายถอดใจ ยกเลิกงานแต่งเสียเอง ทุกอย่างก็จบ มรดกก็จะยังคงเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว" ร่างสูงยกยิ้มร้ายอย่างพึงพอใจ เมื่อหญิงสาวเสนอตัวเข้าช่วยก็พลันคิดอะไรดีๆ ได้ นั่นก็คือ เขาไม่จำเป็นจะต้องออกแรงให้เหนื่อยเลยถ้ายืมมือหล่อนมาช่วย "อย่าห่วงเลยค่ะ เกวไม่มีวันยอมให้มันได้แต่งงานกับคุณแน่.." ร่างเพรียวบางเดินอ้อมไปยืนหลังเก้าอี้ทำงาน โน้มตัวลงวาดแขนกอดรอบต้นคอแกร่ง ก่อนกระซิบบอกเสียงอ่อนหวานโดยที่เขาไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าหล่อนทำหน้ายังไงตอนพูดมัน.. .. เกวลินไม่ยอมให้ข่าวเปิดตัวคู่หมั้นของวรธันย์ตกเป็นที่สนใจของทุกคนได้นาน วันถัดมาหล่อนทำทีเป็นมาหาชายหนุ่มที่บริษัทอีกครั้ง และชวนเขาออกไปทานข้าวข้างนอก เดินควงร่างสูงให้พนักงานรวมไปถึงผู้คนรอบข้างเห็น ที่สำคัญก็เพื่อหามุมเด็ดๆ ให้คนที่หล่อนจ้างวานมาแอบถ่ายภาพหล่อนกับเขาได้กดชัตเตอร์รัวๆ เก็บไว้ เพื่อส่งต่อให้นักข่าว และหล่อนก็ทำสำเร็จ.. กระแสข่าวตีกลับไปที่รินลดาอีกครั้งว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นมือที่สามระหว่างคนทั้งคู่ เนื่องจากพวกเขามีความสัมพันธ์กันมานาน ก่อนหน้าที่เธอจะปรากฏตัวเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าข่าวที่เกวลินสร้างขึ้นทำให้ร่างบางตกเป็นที่ครหาของผู้คนรอบข้างอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอบอกไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกยังไงดี.. เพราะเธอเข้ามาเป็นคู่หมั้นของวรธันย์ได้โดยพ่อแม่ของเขา และไม่รู้เลยสักนิดว่าเขามีคนรักอยู่ก่อนหรือเปล่า ที่แท้.. เขาก็มีคนรักอยู่แล้ว ก็ไม่แปลกที่จะโมโหขนาดนั้น แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดขวางความรักของใครเลยจริงๆ อ่านข่าวแล้วก็ได้แต่เห็นใจเขาและสงสารผู้หญิงคนนั้น หรือเธอจะลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของเขาดูดีไหมนะ? "เอ่อ.. ผู้หญิงคนนี้.. เป็นคนรักของคุณหรอคะ" มือบางยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปของเขาและผู้หญิงคนนั้นให้ดูประกอบคำพูด ก่อนจะไปคุยกับคุณสุรศักดิ์และคุณนาฏยา รินลดาจำต้องคุยกับคนข้างๆ เสียก่อน เพื่อความมั่นใจว่าเธอเข้าใจถูกต้อง.. "ใช่.. และเธอก็กำลังจะทำความรักของคนอื่นพัง สะใจมากมั้ยล่ะ" ร่างสูงปรายตามองตามเล็กน้อยก่อนตอบรับเสียงเรียบ ใบหน้าคมเคร่งขึ้นเพื่อความน่าเชื่อถือว่าเรารักกันมาก.. เผื่อรินลดาจะยังคงมีจิตสำนึกดีๆ หลงเหลือและยอมหลีกทางให้โดยง่าย "งั้น... ฉันจะไปคุยกับคุณท่านให้นะคะ พวกท่านจะได้เข้าใจคุณมากขึ้นและยอมยกเลิกงานแต่งให้" ร่างบางนิ่งไปนิด สีหน้าครุ่นคิดก่อนตอบในสิ่งที่คิดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้า ดวงตาที่มองมามีประกายแห่งความคาดหวัง ท่าทางซื่อๆ นั้นทำวรธันย์นึกฉงนในใจไม่น้อย ไม่ใช่ว่าตั้งใจเข้ามาเพื่อจับเขาหรือไง เธอไม่ควรจะเสนอตัวมาช่วยเหลือเขาราวกับบริสุทธิ์ใจแบบนี้สิ! หรือว่า.. นี่จะเป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่มีไว้บังหน้า ปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงเพื่อให้เขาตายใจ? "หึ.. ไม่ต้องแกล้งทำตัวเป็นคนดีหรอกน่า ฉันไม่หลงกล! " ร่างสูงเหยียดยิ้มอย่างรู้ทัน ความรู้สึกที่เกือบจะหลงเชื่อละครฉากนั้นของอีกฝ่ายถูกปัดทิ้งไปอย่างไม่ไยดีด้วยทิฐิที่มันมีมากกว่า "...ก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ" รินลดานิ่งค้างไปหลายวินาที ด้วยเสียดายที่เคยนึกเห็นใจเขาที่กำลังจะถูกพรากคนรักไป ไม่คิดเลยว่าเขาจะมองความหวังดีของเธอเป็นแบบนั้นไปซะได้ ดวงตาคู่คมเหลือบมองคนข้างๆ ที่แอบทำหน้ามุ่ยใส่เขาก่อนกลับไปนั่งเหม่อมองวิวข้างทางอย่างเดิม เขาพยายามจับผิดพิรุธอะไรสักอย่างให้ได้จากอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ท่าจะแสดงเก่งไม่เบา.. อีกเรื่องที่รินลดารู้สึกเห็นใจวรธันย์ก็คือนอกจากจะต้องไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยทุกวันแล้วก็ยังต้องไปรับกลับด้วย ทั้งที่เขาต้องทำงานและบางวันเธอก็เลิกเรียนไม่เป็นเวลา เช่นวันนี้ที่เลิกตั้งแต่เที่ยงวันเขาก็ยังมารับตามคำสั่งของคุณท่าน ดีหน่อยที่รับมาส่งแค่หน้าตลาดเพราะเธอต้องมาช่วยพ่อกับแม่ขายของทุกวัน ไม่ใช่ส่งถึงบ้านที่อยู่ไกลออกไปอีกหลายกิโลเมตร เพราะถ้าไปส่งบ้านเขาก็ต้องวกกลับมาเพื่อเข้าบริษัทอีก ไปๆ มาๆ เสียเวลาแย่ เพราะเหตุนี้ตอนค่ำๆ เมื่อเลิกขายของเธอเลยขอคุณหญิงไว้ว่าให้ลุงพรมารับแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมอนุญาตแต่โดยดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD